ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 2 อานันท์-ชวน 1)

ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน
(ตอนที่ 2 อานันท์-ชวน 1)
… ช่างเป็นที่น่าแปลกใจเหลือเกินว่า นายกรัฐมนตรี “นอมินี รสช.” อย่างนายอานันท์ ที่เคยประกาศว่าตนเองเป็นผู้โปร่งใส แต่กลับมีเรื่องอันไม่น่าจะเกิดขึ้นในที่เขาเป็นรัฐบาล กล่าวคือ ในช่วงที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการในช่วงการการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2535 ก่อนหน้านั้นเพียง 2 วัน รัฐบาลของเขาได้ตัดสินใจขายโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ กลับคืนให้แก่บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (ชื่อในขณะนั้น-ปัจจุบันคือบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)) หลังจากที่ไทยออยล์ได้หมดสัญญาการเช่าโรงกลั่นกับกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งในเวลานั้น ไทยออยล์มีประธานกรรมการชื่อ นายเกษม จาติกวณิช อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเคยสร้างความอื้อฉาวในสมัยที่ตนเองเป็นผู้ว่าการ กฟผ. โดยการยอมให้บริษัทของครอบครัวภรรยา คือบริษัท ล็อกซเล่ย์ (กรุงเทพ) จำกัด (ชื่อในขณะนั้น-ปัจจุบันคือบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)) ไปขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับ กฟผ. และกีดกันบริษัทรายอื่น ๆ ที่เข้าร่วมเสนอราคา และไทยออยล์ในเวลานั้น ก็ยังมีผู้บริหารระดับสูงคือนายจุลจิตต์ บุณยเกตุ ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลในยุคนั้นให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำหนดขอบเขต (TOR) ในการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ระบบ UHF และเป็นกรรมการในบริษัทที่ชนะการประมูลสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวอีกด้วย
เมื่อถึงยุครัฐบาลของนายชวน หลีกภัย นายชวนก็ได้บริหารราชการแผ่นดินต่อมาโดยอาศัย “หลักการ” และ “การดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน” อันเป็นวลียอดนิยมที่คนส่วนมากชอบนำไปเลียนแบบ และนายชวนก็มีจุดเด่นที่ลักษณะคำพูดที่สื่อมวลชนตั้งสมญาให้ว่า “ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง” และเป็นที่น่าสังเกตว่า บรรดา ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ มักจะมาจากจังหวัดทางภาคใต้ เช่น นายสุวโรช พะลัง จากจังหวัดชุมพร นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล และนายอาคม เอ่งฉ้วน จากจังหวัดกระบี่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จากจังหวัดพังงา นางอัญชลี วานิช เทพบุตร จากจังหวัดภูเก็ต นายชวน จากจังหวัดตรัง และ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี จากจังหวัดสงขลา เป็นต้น พรรคประชาธิปัตย์จึงถูกขนานนามว่าเป็นพรรคที่ชาวภาคใต้นิยมเลือก ส.ส. หรือที่เรียกกันว่าเกิด “ภาคนิยม” ในภาคใต้นั่นเอง
และด้วยการที่พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. ในภาคใต้มากนี่เอง ทำให้นโยบายจัดสรรเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก. 4-01) ในยุคของนายชวน ซึ่งได้มีการจัดสรรสิทธิดังกล่าวให้แก่เครือญาติและผู้เกี่ยวข้องกับ ส.ส.ในภาคใต้ เป็นจำนวนมาก ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “อภิปรายฯ”) เมื่อพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายฯ เสร็จสิ้นแล้ว ในช่วงเที่ยงของวันที่ 19 พฤษภาคม 2538 ซึ่งจะมีการลงมติของ ส.ส.ว่าจะให้นายชวนดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ นายชวนได้ตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรหนีการลงมติของ ส.ส. ซึ่งถือว่าเป็นการไม่ยอมให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบฝ่ายบริหาร เช่นเดียวกับรัฐบาลของพลเอกเปรม ซึ่งก็ได้ใช้การยุบสภาหนีการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติเช่นกัน โดยรัฐบาลของนายชวนได้กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. เป็นวันที่ 2 กรกฎาคม 2538
เรื่องอันไม่น่าจะเกิดขึ้นในยุครัฐบาลของนายชวนยังไม่ได้มีเพียงเท่านี้ หากแต่เป็นเรื่องที่มีรูปแบบเดียวกับยุคของรัฐบาลนายอานันท์ คือ การใช้อำนาจของรัฐบาลรักษาการในการยินยอมให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ไปลงนามใน “สัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินบริการวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยู เอช เอฟ” กับบริษัท สยามอินโฟเทนเมนท์ จำกัด เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2538 เพียงหนึ่งวันหลังจากวันเลือกตั้ง ส.ส.
ความวิปริตดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลได้มีมติอนุมัติให้ สปน. เป็นผู้รับผิดชอบโครงการสถานีโทรทัศน์ระบบ UHF ซึ่งได้จัดสรรคลื่นความถี่ไว้จำนวน 5 คลื่นความถี่ โดยได้จัดสรรให้เอกชนรับสัมปทานจำนวน 2 คลื่นความถี่ ทั้ง ๆ ที่ สปน. ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์แต่อย่างใด และส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในกำกับของ สปน. ก็คือกรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) (ชื่อในขณะนั้น) ก็เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว
อีกประการหนึ่ง รัฐบาลของนายชวนได้ให้ภาคเอกชนเข้าประมูลเพียง 1 คลื่นความถี่ และหนึ่งในกรรมการของบริษัทผู้ชนะการประมูล คือนายจุลจิตต์ ก็เป็นผู้ที่เคยกำหนดรูปแบบการประมูลเสียเอง ตามที่ได้ระบุไว้ข้างต้น และเมื่อสยาม อินโฟเทนเมนท์ ชนะการประมูลสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวจาก สปน. ซึ่งมีอายุสัมปทาน 30 ปี (2538-2568) และต้องชำระค่าตอบแทนแก่รัฐรวมกันเป็นเงินขั้นต่ำ 25,200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในวงการโทรทัศน์ไทย สยาม อินโฟเทนเมนท์ได้ขอเจรจากับ สปน.เพื่อขอเพิ่มเนื้อหาวรรคที่สี่ในข้อ 5 ของสัญญาสัมปทานฉบับดังกล่าว ซึ่งมีใจความว่า “หลังจากวันทำสัญญานี้ หากสำนักงานหรือหน่วยงานของรัฐให้สัมปทานอนุญาตหรือทำสัญญาใด ๆ กับบุคคลอื่นเข้าดำเนินกิจการให้บริการส่งวิทยุโทรทัศน์ โดยมีการโฆษณา หรืออนุญาตให้โทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิกทำการโฆษณาได้ และเป็นเหตุให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน ของผู้เข้าร่วมงานอย่างรุนแรง เมื่อผู้เข้าร่วมงานร้องขอสำนักงานจะพิจารณา และเจรจากับผู้เข้าร่วมงานโดยเร็ว เพื่อหามาตรการชดเชยความเสียหายที่ผู้เข้าร่วมงานได้รับจากผลกระทบดังกล่าว” (ผู้เข้าร่วมงานคือสยาม อินโฟเทนเมนท์ สำนักงานคือ สปน.) เพื่อมิให้การดำเนินงานของสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่นี้ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของธุรกิจโทรทัศน์ ซึ่ง สปน.ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ แต่มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 กล่าวคือ มิได้นำสัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวซึ่งอัยการสูงสุดได้ตรวจและเพิ่มเติมในร่างสัญญานั้น ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา แม้แต่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี ก็ยังเตือน สปน.ให้ดำเนินการดังกล่าว แต่ สปน. กลับนัดหมายให้สยาม อินโฟเทนเมนท์ไปลงนามในสัญญานี้อย่างลุกลี้ลุกลน…
กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
26 พฤศจิกายน 2551

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s