ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 4 ต้นรัฐบาลชวน 2)

ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน
(ตอนที่ 4 ต้นรัฐบาลชวน 2)
… ภายหลังจากพลเอกชวลิตได้ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลในขณะนั้นต้องการให้พลเอกชาติชายกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่นายชวนกลับได้เป็นนายกรัฐมนตรีแทนพลเอกชาติชาย เนื่องจากมี ส.ส. จากพรรคประชากรไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 12 คน เช่น นายวัฒนา อัศวเหม เป็นต้น ฝ่าฝืนมติพรรคโดยลงมติสนับสนุนให้นายชวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์มีจำนวนไม่มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้โดยลำพัง ทำให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยในขณะนั้นขับไล่ ส.ส. ทั้ง 12 คนออกจากการเป็นสมาชิกของพรรค แต่ต่อมา ส.ส. เหล่านี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่าการขับไล่พวกตนออกจากการเป็น ส.ส. นั้นเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยว่าการที่พรรคประชากรไทยขับไล่บุคคลเหล่านี้ออกจากการเป็น ส.ส.นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส.ส.กลุ่มนี้จึงยังคงสังกัดพรรคประชากรไทยต่อไป สื่อมวลชนจึงมีคำกล่าวเปรียบเทียบความเนรคุณพรรคประชากรไทยของ ส.ส.เหล่านี้ว่าเป็น “กลุ่มงูเห่า”
รัฐบาลของนายชวนได้เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจต่อเนื่องจากรัฐบาลของพลเอกชวลิต โดย ปรส. ได้แต่งตั้งบริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาในการขายสินทรัพย์หลักของสถาบันการเงินทั้ง 56 แห่งที่ถูกปิดกิจการเป็นการถาวร และเกิดเรื่องน่าบัดสีขึ้นอีกครั้งในยุคนี้ เมื่อผู้ชนะการประมูลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้นั้น คือบริษัท Lehman Brothers Holdings Inc. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ในเลห์แมน บราเธอร์ส (ประเทศไทย) อันเข้าข่าย “ผลประโยชน์ทับซ้อน” อย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าบริษัทผู้ชนะการประมูลจะอ้างว่า มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลสำหรับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง (Chinese Wall) แต่ผู้ชนะการประมูลและที่ปรึกษาการประมูล ก็มีลักษณะเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ซึ่งโดยหลักทั่วไปแล้ว ผู้บริหารของบริษัทแม่จะต้องส่งพนักงานเข้ามาเป็นผู้บริหารในบริษัทลูก และมีอำนาจสั่งการบริษัทลูกได้ ซึ่งหมายความรวมถึงการสั่งให้เปิดเผยข้อมูลสินทรัพย์ที่ได้ประมูลมาด้วย ข้ออ้างดังกล่าวจึงไม่อาจรับฟังได้
และการประมูลสินทรัพย์หลักทุกรายการของ ปรส. ซึ่งมีมูลค่ารวมกันถึงกว่า 600,000 ล้านบาท แต่นำไปขายต่อในราคาเพียงประมาณ 150,000 ล้านบาทเท่านั้น และบริษัทผู้ชนะการประมูลยังได้โอนสิทธิเรียกร้องที่ตนเองประมูลได้ ให้แก่กองทุนรวมโกลบอลไทย เพื่อวัตถุประสงค์ในการหลีกเลี่ยงภาษีประมาณ 200,000 ล้านบาท ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการรังแกประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ เนื่องจากเมื่อผู้ชนะการประมูลได้รับสิทธิเรียกร้องในหนี้สิน ซึ่งซื้อมาในราคาถูกกว่ามูลหนี้จริงแล้ว ก็จะนำยอดมูลหนี้จริงไปติดตามทวงถามแก่ลูกหนี้ต่อไป และผลกำไรส่วนต่างจากมูลหนี้ที่ซื้อมากับที่ทวงถามได้นั้น ก็จะตกแก่ผู้ชนะการประมูล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติแทบทั้งสิ้น และทำให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้จำนวนมหาศาลอีกด้วย
นอกจากนี้แล้วรัฐบาลของนายชวนยังได้ดำเนินการขอความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศ ทั้งจากประเทศญี่ปุ่น และการออกหนังสือแจ้งความจำนงขอรับความช่วยเหลือทางวิชาการและการเงิน กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ซึ่งดำเนินการต่อจากรัฐบาลของพลเอกชวลิตเช่นกัน โดยประเทศไทยได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินกู้ทั้งสิ้น 17,200 ล้านเหรียญสหรัฐ และทาง IMF ได้กำหนดเงื่อนไขให้ประเทศไทยต้องทำตามหลายประการ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ธุรกิจภาคเอกชน การบรรเทาผลกระทบทางสังคมต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง การปฏิรูปกฎหมาย การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และการเปิดตลาดเสรี อันนำไปสู่การออกกฎหมายจำนวน 11 ฉบับ ซึ่งมักถูกโจมตีว่าเป็น “กฎหมายขายชาติ” อันมีรายชื่อดังต่อไปนี้
1.พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542
2.พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542
3.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2542
4.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2542
5.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2542
6.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2542
7.พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542
8.พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
9.พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542
10.พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542
11.พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542
ในภาคศาสนา ก็ได้มีการดำเนินการช่วยเหลือวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ โดยเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2541 พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสัมปันโน) (เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชญาณวิสุทธิโสภณ) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “หลวงตามหาบัว”) วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ได้จัดตั้งโครงการ “ผ้าป่าช่วยชาติ” ขึ้น เพื่อรับบริจาคเงินตราต่างประเทศและทองคำให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการจัดหาทองคำหนัก 10 ตัน (10,000 กิโลกรัม) และได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาร่วมกันกอบกู้เศรษฐกิจของชาติเป็นจำนวนมาก และได้จัดพิธีส่งมอบทองคำและเงินตราต่างประเทศดังกล่าวให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยหลายครั้งด้วยกัน ในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลได้ดำเนินการรับบริจาคในลักษณะเดียวกัน ในนามของ “กองทุนไทยช่วยไทย” และรัฐบาลก็ยังได้รณรงค์ให้ประชาชนควบคุมการใช้จ่าย และบริโภคสินค้าและบริการที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ ภายใต้คำขวัญ “ไทยช่วยไทย กินของไทย ใช้ของไทย เที่ยวเมืองไทย ร่วมใจประหยัด”
ผลของวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจในครั้งนี้นี่เอง ที่ทำให้รัฐบาลของนายชวนถูกโจมตีอีกครั้ง ด้วยการแก้ไขสัญญาสัมปทานสถานีโทรทัศน์ระบบ UHF หรือสถานีโทรทัศน์ไอทีวีนั่นเอง เนื่องจากกลุ่มผู้บริหารของไอทีวีที่มาจากบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เช่น นายสุทธิชัย หยุ่น และนายเทพชัย หย่อง น้องชาย ได้ยกเรื่องของการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้มาเป็นข้ออ้างในการขอขยายระยะเวลาชำระค่าสัมปทานในปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 และนำไปสู่การยกเลิกเงื่อนไขหลักของไอทีวีในการกำหนดให้มีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 10 ราย และแต่ละรายห้ามถือหุ้นเกินร้อยละ 10 นอกจากนี้ยังห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นแต่ละรายเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกันอีกด้วย ซึ่งการแก้ไขสัญญาสัมปทานฉบับนี้ กระทำในยุคที่คุณหญิงสุพัตราเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
จากการแก้ไขสัญญาสัมปทานฉบับดังกล่าว ทำให้บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทยซึ่งเพิ่งก่อตั้งพรรคเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของไอทีวีจากผู้ถือหุ้นเดิม ประกอบกับในงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี 2542 ของพรรคไทยรักไทย พันตำรวจโท ดร.ทักษิณได้แจกไวน์แก่คณะผู้บริหารของไอทีวีเป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมของนักธุรกิจทั่ว ๆ ไป ทำให้ผู้บริหารจากเครือเนชั่นเกิดความไม่พอใจ และโจมตีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ว่าต้องการแทรกแซงสื่อสารมวลชน จนทำให้เกิดกระแสต่อต้านกลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น ในหมู่พนักงานไอทีวีบางส่วน เช่น นายวิศาล ดิลกวณิช นางสาวกรุณา บัวคำศรี นางสาวภัทราพร สังข์พวงทอง และบุคคลอื่น ๆ รวม 21 คน จึงมีคำกล่าวเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า “กบฏไอทีวี” และเมื่อเครือเนชั่นเกิดปัญหากับผู้ถือหุ้นรายใหม่ของไอทีวี จึงได้ยุติการร่วมดำเนินงานกับไอทีวี และได้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ที่นำเสนอรายการข่าว 24 ชั่วโมง แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อว่า “Nation Channel” ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2543
และในปี 2543 เช่นเดียวกัน หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปลงนามในข้อตกลงร่วมกับประเทศกัมพูชา เพื่อสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกของทั้งสองประเทศ โดยให้เป็นไปตามเอกสารดังต่อไปนี้
1.อนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศสแก้ไขเพิ่มเติมข้อบทแห่งสนธิสัญญา ฉบับลงนามวันที่ 3 ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก 112 (คริสต์ศักราช 1893) ว่าด้วยดินแดนกับข้อตกลงอื่น ฉบับลงนาม ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก 122 (คริสต์ศักราช 1904)
2.สนธิสัญญาระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยาม กับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ฉบับลงนาม ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 125 (คริสต์ศักราช 1907) ตามพิธีสารว่าด้วยการปักปันเขตแดน แนบท้ายสนธิสัญญาฉบับวันที่ 23 มีนาคม
3.แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน ซึ่งจัดตั้งตามอนุสัญญา กับเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้อนุสัญญาฉบับปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ.1907 ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส
ซึ่งเอกสารทั้งสามนั้น เป็นเอกสารที่กัมพูชาใช้ในการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ได้พิพากษาให้อยู่ในเขตอธิปไตยของกัมพูชาตั้งแต่ปี 2505 จึงแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชวนซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี และหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ซึ่งเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการลงนามดังกล่าว ได้ยอมรับว่าแผนที่ฉบับดังกล่าวเป็นแผนที่ที่กัมพูชาอ้างสิทธิอธิปไตยล่วงล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทย เนื่องจากเป็นแผนที่คนละฉบับกับที่ประเทศไทยใช้อ้างสิทธิอธิปไตย (ประเทศไทยใช้แผนที่ L7017 ของกรมแผนที่ทหารซึ่งถือสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน) ผลจากการที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิอธิปไตยในบริเวณที่ทับซ้อนกัน พื้นที่บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร จึงเป็นพื้นที่ทับซ้อนของไทยและกัมพูชามาจนบัดนี้…
กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
27 พฤศจิกายน 2551

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s