ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 10 ขบวนการโจรสลัด (2))

ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน

(ตอนที่ 10 ขบวนการโจรสลัด (2))

                     2.กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์จากนโยบายของพรรคไทยรักไทย ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายบางประการของพรรคไทยรักไทย ดังนี้
2.1 กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเกรงจะได้รับผลกระทบจากการแปลงสภาพและแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ตนเองทำงานอยู่ ให้มีความเป็นภาคเอกชนมากขึ้น โดยยังคงความเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่เช่นเดิม เนื่องจากรูปแบบรัฐวิสาหกิจประเภทองค์การของรัฐ จะพึ่งพากฎระเบียบของราชการมากกว่ารัฐวิสาหกิจในรูปบริษัท ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับภาคเอกชน ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ทำให้ประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจไม่ทัดเทียมกับภาคเอกชน แต่กลุ่มคนเหล่านี้กลับเห็นว่า การทำงานในระบบราชการจะได้รับประโยชน์กว่าการทำงานในรูปแบบบริษัทเอกชน เช่น นายศิริชัย ไม้งาม จาก กฟผ. และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสาวิทย์ แก้วหวาน จากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
การต่อต้านรัฐบาลของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ โดยคนกลุ่มนี้ เริ่มต้นขึ้นในปี 2546 เมื่อรัฐบาลไทยสามารถใช้คืนหนี้ IMF ได้หมดสิ้น และมีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มคนเหล่านี้จึงเริ่มออกมาเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น การขายหุ้น ปตท. ในปี 2544 ที่เปิดโอกาสให้บุคคลผู้ใกล้ชิดนักการเมืองเข้าซื้อหุ้นในส่วนของผู้มีอุปการคุณ จนขายหมดอย่างรวดเร็ว และการนำกิจการรัฐวิสาหกิจไปขายเช่นนี้ จะสุ่มเสี่ยงต่อการที่ประเทศไทยจะต้องล่มสลายเหมือนประเทศอาร์เจนตินา ที่มีนักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การรู้เห็นเป็นใจของนักการเมือง และกลุ่มบุคคลเหล่านี้ก็มีบทบาทสำคัญในการแสดงความคิดเห็นคัดค้านการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจจำนวน 2 แห่ง ที่ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนการแปลงสภาพ คือ กฟผ. และการประปานครหลวง (กปน.) โดยใช้ข้อความโจมตีรัฐบาลที่รุนแรงและเกินความจริง เช่น “ขายน้ำ ขายไฟ ฆ่าคนไทยทั้งชาติ” และกลุ่มคนเหล่านี้ ในนามของ “เครือข่ายปกป้องไฟฟ้า-ประปา เพื่อชาติและประชาชน” ก็ยังได้กระทำการให้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ด้วยการทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งล้วนแล้วแต่มีข้อความอันเป็นเท็จ เช่น การแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจสาขาไฟฟ้า-ประปา จะทำให้รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบการดำเนินกิจการของบริษัทที่เกิดจากการแปลงสภาพได้
จากกรณี ปตท.นี่เอง ที่นำไปสู่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2547 ที่กำหนดให้การจำหน่ายหุ้นของรัฐวิสาหกิจให้แก่นักลงทุนประเภทบุคคลทั่วไป ที่เป็นลูกค้าของบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) รวมกับการเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุนรายย่อย และไม่ให้มีการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้มีอุปการคุณอีกต่อไป อีกทั้งยังกำหนดให้รัฐบาลถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 เพื่อให้คงสภาพรัฐวิสาหกิจต่อไป และสำหรับกิจการไฟฟ้าและประปา รัฐบาลจะถือหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 นอกจากนี้ รัฐบาลยังกำหนดห้ามมิให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดและผู้ที่เกี่ยวข้อง ถือหุ้นในบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ได้แปลงสภาพนี้เกินกว่าร้อยละ 5 และห้ามมิให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นเกินร้อยละ 30 โดยแนวทางนี้ ได้ใช้กับการจำหน่ายหุ้นของอสมทเป็นรายแรก และรัฐบาลยังได้เพิ่มสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ แต่ก็ไม่สามารถทำลายความคิดของคนกลุ่มนี้ ที่มองว่าการพัฒนาองค์กรที่ตนเองทำงานอยู่ให้ทัดเทียมกับภาคเอกชน เป็นการขายสมบัติของชาติ ทำให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทเหล่านี้ได้รับประโยชน์ แทนที่จะเป็นรัฐบาลหรือประชาชนโดยส่วนใหญ่ของประเทศ กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ ในนามของ “สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์” (สรส.) จึงได้รณรงค์ไม่ให้ประชาชนเลือกพรรคไทยรักไทยเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้งในปี 2548 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อพรรคไทยรักไทยได้เข้ามาบริหารประเทศต่อเป็นสมัยที่สอง กลุ่มคนเหล่านี้จึงยังคงมีความพยายามที่จะล้มรัฐบาลอยู่ โดยการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ดังที่จะได้กล่าวถึงต่อไป
                             2.2 กลุ่มนักธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของพรรคไทยรักไทย เช่น
                            2.2.1 นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เจ้าของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (ทีพีไอ) ซึ่งได้รับความเสียหายจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เนื่องจากได้กู้เงินตราต่างประเทศมาลงทุนเป็นจำนวนมาก และผ่านการฟื้นฟูกิจการมาถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมารัฐบาลของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ได้เล็งเห็นว่า กิจการของทีพีไอ ซึ่งมีทั้งโรงกลั่นน้ำมัน โรงงานผลิตปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติก และกิจการที่ต่อเนื่อง เช่น ท่าเรือน้ำลึก เป็นกิจการที่สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศเป็นอย่างมาก หากเกิดปัญหาขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจโดยส่วนรวม จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังเข้าฟื้นฟูกิจการของทีพีไอ จนเป็นผลสำเร็จ โดยการหาผู้ร่วมทุนจากภาครัฐ เช่น ปตท. ธนาคารออมสิน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนและได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ในเวลาต่อมา นายประชัยจึงมองว่าพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ต้องการที่จะเข้ายึดครองกิจการของตนเอง โดยการโจมตีรัฐบาลของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ผ่านทางสถานีวิทยุชุมชนคนรักประชาธิปไตย FM 92.25 MHz ซึ่งมีนักจัดรายการที่สำคัญ เช่น นางสาวอัญชลี ไพรีรัก นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ นายพิสุทธิ์ อำนาจวรประเสริฐ และนายสมาน ศรีงาม เป็นต้น 

                          2.2.2 กลุ่มสหพัฒนพิบูล โดยเฉพาะนายณรงค์ โชควัฒนา ซึ่งดูแลกิจการบริษัท บางกอกรับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตรองเท้าแพน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการซื้อยางแผ่นดิบเพื่อใช้ในการผลิตรองเท้าที่สูงขึ้น จากนโยบายส่งเสริมการปลูกยางพาราของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ จนบางกอกรับเบอร์ประสบปัญหาทางการเงิน

2.2.3 กลุ่มตระกูลปราสาททองโอสถ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส) ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายเปิดเสรีทางการบิน และจากการที่บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดดำเนินการสายการบินต้นทุนต่ำ (low cost airline) ทำให้บางกอกแอร์เวย์สสูญเสียรายได้จากการประกอบกิจการ 

                          2.2.4 กลุ่มนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ เช่น  
                         2.2.4.1 นายบุญชัย เบญจรงคกุล พี่ชายของภรรยา ดร.ประกอบ จิรกิติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการสื่อสารในนามบริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (ยูคอม) โดยที่ยูคอมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โทรศัพท์มือถือ) อันดับสองรองจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (เอไอเอส) ในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น อกจากนี้กลุ่มยูคอมยังได้ร่วมทุนกับบริษัทในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดตั้งบริษัท ไอ.เอ็น.เอ็น. จำกัด เพื่อดำเนินกิจการสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน โดยการเช่าสถานีวิทยุกรมการรักษาดินแดน FM 96.0 MHz ของหน่วยบัญชาการกำลังสำรอง กองทัพบก โดยมีนายสมชาย แสวงการ นายถนอม อ่อนเกตุพล และนายสนธิญาณ หนูแก้ว (ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็นชื่นฤทัยในธรรม) เป็นผู้บริหาร  
                       2.2.4.2 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสะใภ้ของตระกูลโสภณพนิช เจ้าของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 
                        2.2.4.3 นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมการบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ซึ่งมีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สำหรับสาเหตุที่มีนายธนาคารที่ร่วมอยู่ในขบวนการโค่นล้มพันตำรวจโท ดร.ทักษิณนั้น คาดว่ามาจากนโยบายธนาคารคนจน และกองทุนหมู่บ้านฯ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพได้จากสถาบันการเงินของรัฐหรือชุมชนโดยตรง ไม่มีระเบียบแบบแผนที่สลับซับซ้อนในการขอกู้เงิน และมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์เอกชน ทำให้ผู้ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ไม่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยรับที่พึงได้จากผู้ขอกู้ 
                    2.3 กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (non-governmental organization: NGO) ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ปฏิเสธกระแสโลกาภิวัตน์อย่างสิ้นเชิง จริงอยู่ที่กลุ่มคนเหล่านี้มักจะอ้างถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ก็เป็นการกล่าวอ้างที่ “จอมปลอมและสร้างภาพ” ทุกครั้งไป ดังเช่น 
                     2.3.1 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ซึ่งมีนางสาวรสนา โตสิตระกูล และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เป็นแกนนำ องค์กรทั้งสองแม้จะประกาศตัวว่าเป็นองค์กรที่พิทักษ์สิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค แต่ก็ไม่ปรากฏการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันเลย แต่กลับรณรงค์ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชนส่วนใหญ่ และเป็นการอ้างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น การรณรงค์ต่อต้านการแปรรูป กฟผ. ในปี 2547 ร่วมกับกลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยอ้างแต่เพียงลอย ๆ ว่าหาก กฟผ. แปลงสภาพเป็นบริษัทแล้ว จะต้องมุ่งแสวงหากำไรโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้บริโภค เนื่องจากบริษัทเอกชนจะต้องมุ่งตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน ดังเช่นราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจากการแปรรูป ปตท. ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว หาก กฟผ. แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดแล้ว ก็ยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจต่อไปในรูปของบริษัทมหาชนจำกัดที่รัฐบาลถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) จึงยังคงมีภาระที่จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอยู่นั่นเอง และในช่วงเวลาที่กลุ่มคนเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหว ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีแหล่งน้ำมันเป็นของตนเอง แต่ก็มิใช่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ การกำหนดราคาน้ำมันของไทยจึงต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ราคาน้ำมันในประเทศไทยจึงสูงขึ้นจากเดิมมาก ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับการแปรรูปหรือไม่แปรรูป ปตท. เลย และนอกจากการโจมตีเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่ NGO กลุ่มนี้มักจะหยิบยกขึ้นมาโจมตีก็คือ การลงนามใน FTA จะทำให้เกษตรกรไทยสูญเสียรายได้จากสินค้าที่มาจากต่างประเทศที่ไม่เสียภาษี และจะสูญเสียรายได้จากสินค้าต่างประเทศที่เข้ามาทำลายส่วนแบ่งการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์นมจากนิวซีแลนด์ ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงที่สินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาขายในประเทศไทยเป็นสินค้าที่หลบเลี่ยงการเสียภาษีอยู่แล้ว ก่อนที่จะมีการยกเว้นภาษีผ่านทาง FTA และรัฐบาลยังได้ให้เวลาผู้ประกอบการในประเทศไทยเตรียมตัวในการแข่งขันกับสินค้าที่จะมาจากต่างประเทศถึง 20 ปี ดังนั้น ชื่อขององค์กรนี้ที่ระบุว่าเป็นองค์กรเพื่อผู้บริโภค จึงดูเป็นสิ่งที่เลื่อนลอยและไร้สาระโดยสิ้นเชิง
                         2.3.2 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ซึ่งมีนายพิภพ ธงไชย เป็นที่ปรึกษา และนายสุริยะใส กตะศิลา เป็นเลขาธิการ เป็นที่น่าสังเกตมากว่า ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรที่รณรงค์เพื่อประชาธิปไตย แต่นายสุริยะใสกลับดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ครป. ติดต่อกันถึงสองวาระ โดยไม่มีการเลือกตั้งใหม่ และจุดยืนของนายสุริยะใสก็เปลี่ยนแปลงไปจากการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ด้วยการต่อต้านพลเอกสุจินดาในช่วงปี 2535 ในขณะที่ยังเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาเป็นการต่อต้านแนวความคิดของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างรัฐบาลของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ และ ครป. นี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรหลักที่มีบทบาทในการทำลายรัฐบาลของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ทำลายพรรคไทยรักไทย และทำลายผู้เกี่ยวข้อง ในนามของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (พธม.)…

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
21 มกราคม 2552

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s