ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 14 เส้นทางล้มทักษิณ (2))


ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน
(ตอนที่ 14 เส้นทางล้มทักษิณ (2))
แต่ในรายการวันเดียวกันนี้เอง ซึ่งออกอากาศหลังจากพรรคไทยรักไทยและพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง และประจวบเหมาะกับการที่นายสนธิประสบความผิดหวังจากการขอความช่วยเหลือจากพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ทั้งเรื่องการต่ออายุการดำรงตำแหน่งของนายวิโรจน์ นวลแข ซึ่งพ้นจากการเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2547 ซึ่งหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แสดงความไม่เห็นด้วยในการให้นายวิโรจน์ นวลแข ดำรงตำแหน่งต่อไป โดยธนาคารกรุงไทยได้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ จากธนาคารนครหลวงไทย เข้าดำรงตำแหน่งแทน และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม 11 News 1 ซึ่งไม่สามารถออกอากาศผ่านเครือข่ายของกรมประชาสัมพันธ์ได้ตามที่นายสนธิต้องการ ในช่วงต้นปี 2548 นายสนธิจึงได้เช่าดาวเทียม New Skies Satellite 6 (NSS 6) ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อดำเนินกิจการสถานีโทรทัศน์ Asia Satellite Television (ASTV) และนายสนธิก็ได้เริ่มเปิดฉากโจมตีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ โดยกล่าวหาเรื่องการขายหุ้น ปตท.ว่าขายหุ้นให้ประชาชนเมื่อปี 2544 ที่ราคา 35 บาท ขณะที่ราคาหุ้น ปตท.เวลานั้นอยู่ที่ 200 กว่าบาท ผู้ที่ถือหุ้น ปตท.โดยเฉพาะเครือญาตินักการเมืองก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาลทั้งจากราคาและผลกำไร แทนที่ผลประโยชน์ดังกล่าวจะตกเป็นของรัฐทั้งหมด

เมื่อนายสนธิเริ่มอิดหนาระอาใจขึ้นเรื่อย ๆ กับสิ่งที่พันตำรวจโท ดร.ทักษิณไม่อาจให้ได้ เนื่องจากสิ่งที่นายสนธิขอทั้งสองอย่างนั้น ไม่เป็นไปตามกฎหมาย นายสนธิก็ได้เริ่มชื่นชมข้าราชการหัวโบราณและไร้จิตสำนึกอย่างคุณหญิงจารุวรรณเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2548 โดยกล่าวว่าคุณหญิงจารุวรรณเป็นข้าราชการที่จงรักภักดี จึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จตุตถจุลจอมเกล้า (จึงใช้คำนำหน้านามว่าคุณหญิง) เมื่อปี 2546 และได้รับเลื่อนชั้นเป็นตติยจุลจอมเกล้าเมื่อปี 2548 และนายสนธิได้กล่าวโจมตี ส.ว.ที่เสนอชื่อนายวิสุทธิ์เป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินคนใหม่ ว่าไม่มีความจงรักภักดี ทั้งที่ ส.ว.บางส่วนได้กระทำการเกินหน้าที่โดยการคัดเลือกรายชื่อจากที่ คตง.เสนอมา ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และคุณหญิงจารุวรรณกำลังจะเข้าไปเป็นประธานกรรมการตรวจสอบกรณี CTX 9000

และในวันที่ 27 พฤษภาคม 2548 หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิม ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สิ้นสภาพในกรณีการขึ้นค่าตอบแทนให้กับตนเอง จึงต้องสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ แต่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องมาจากผู้แทนพรรคการเมืองที่มี ส.ส.พรรคละ 1 คน รวม 5 คน แต่ในเวลานั้นมีพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เพียง 4 พรรค จึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ในเวลาต่อมา นายสนธิได้กล่าววิจารณ์รัฐธรรมนูญในหลายประเด็น เช่น กล่าวหาคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. ว่าจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ในสังคมไทยยุคนี้ คนเรียนสูงเลวกว่าคนที่ไม่มีการศึกษา กล่าวหาการที่ ส.ส.ต้องเคารพมติพรรค ว่ามติพรรคคือมติของนายทุน นายสนธิจึงเสนอแนะให้มี ส.ส.ที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง โดยที่นายสนธิไม่ได้คำนึงถึงการที่มีพรรคการเมืองไว้เพื่อกำหนดนโยบายที่เป็นเอกภาพ ไปในทางเดียวกันและมีแหล่งเงินทุนสนับสนุนการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ในทางกลับกัน การมี ส.ส.อิสระ ทำให้ ส.ส.มีนโยบายต่างกัน ตามหลักปัจเจกชน คือ ต่างตนก็ต่างความคิด ทำให้นโยบายกระจัดกระจาย ไม่เป็นเอกภาพ และขาดปัจจัยในการดำเนินงานทางการเมือง ทำให้ ส.ส.ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ ในรายการวันเดียวกัน นายสนธิยังได้กล่าวโจมตี ส.ส.พรรคไทยรักไทย 32 คน ที่ถอนชื่อจากการยับยั้งการทูลเกล้าฯ ถวายชื่อนายวิสุทธิ์ ว่าเป็นผู้รับใช้ทุน ไม่ได้รับใช้ประชาชน ทั้งที่บุคคล 32 คนเหล่านี้ไม่อาจทนกับความ “หน้าด้านหน้าทน” ของบุคคลผู้ดำรงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินโดยปราศจากความชอบธรรมอย่างคุณหญิงจารุวรรณ

ต่อมานายสนธิเริ่มโจมตีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณด้วยเนื้อหาที่รุนแรงและเป็นเท็จขึ้นเรื่อย ๆ เช่นในวันที่ 24 มิถุนายน 2548 นายสนธิได้โจมตีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ว่าไม่ปฏิบัติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้เงินกองทุนหมู่บ้านฯ แก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนไปซื้อโทรศัพท์มือถือ ไปซื้อรถจักรยานยนต์ เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับผู้ประกอบกิจการนั้น ๆ โดยเฉพาะพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือ และพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ไม่เคยพัฒนาทางสังคม มุ่งเน้นจะให้ประเทศมี GDP สูง ๆ แต่ไม่คิดถึงคุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคม ทั้งที่จริงแล้ว นายสนธิก็ไม่เคยมีคำว่า “พอเพียง” อยู่ในกมลสันดาน ดังจะเห็นได้จากการที่นายสนธิเป็นนักธุรกิจที่เติบโตมากจากกิจการสื่อมวลชน แต่กลับเข้าซื้อกิจการหลาย ๆ อย่างที่ตนเองไม่มีความถนัด เช่น อิเล็คทรอนิคส์ โรงแรม สื่อสารผ่านดาวเทียม เป็นต้น และยังมีความสามารถในการใช้โฉนดที่ดินเพียงแปลงเดียวในการค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงินถึง 10 แห่ง และนายสนธิก็มีประวัติอันด่างพร้อยในวงการตลาดหลักทรัพย์ โดยการสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จในการให้บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ผู้ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ค้ำประกันเงินกู้จำนวน 1,070 ล้านบาท ให้กับบริษัท เดอะ เอ็ม.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งนายสนธิเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้บริษัทของนายสนธิได้รับประโยชน์ และผลของการขาดความพอเพียงนี้เอง ทําให้นายสนธิถูกศาลแพ่งพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อปี 2543 (เนื่องจากคดีเกิดก่อนจะมีศาลล้มละลายกลาง) จึงได้ขอความช่วยเหลือจากพันตำรวจโท ดร.ทักษิณซึ่งเคยทำธุรกิจด้วยกัน

            นอกจากนี้ นายสนธิยังได้กล่าวหาการแปรรูป ปตท.ด้วยข้อความที่เป็นเท็จในรายการวันเดียวกัน และในวันที่ 19 สิงหาคม 2548 เพิ่มเติมจากที่เคยกล่าวเท็จไว้ก่อนหน้านี้ ว่าผลกำไรของ ปตท.แบ่งให้กับนายทุน ไม่ได้เข้ารัฐบาลทั้งหมด ทำให้สังคมไม่ได้รับประโยชน์ แต่กลับทำให้นายทุนบางกลุ่มได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และหากรัฐบาลจะแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างแท้จริง ต้องทำให้พ้นสภาพรัฐวิสาหกิจไปเลย เพื่อไม่ต้องมีสิทธิพิเศษเหนือบริษัทเอกชนอื่น ๆ ดังกรณี ปตท.ที่เข้าซื้อกิจการทีพีไอในราคาที่ถูกมาก และมีผู้ถือหุ้นของ ปตท. บางรายที่ระบุว่า “nominee” ที่นายสนธิคิดเอาเองว่าเป็นกลุ่มนักการเมืองไทย ในวันเดียวกัน นายสนธิยังได้เสนอความคิดเห็นที่สวนทางกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเสนอแนะให้รัฐบาลซื้อ ปตท.คืน เพื่อนำผลกำไรเข้าสู่รัฐทั้งหมด ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง เนื่องจากราคาน้ำมันในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเพราะราคาที่ซื้อขายในตลาดโลก ไม่ใช่เพราะ ปตท.เป็นผู้กำหนดเพื่อเอาใจผู้ถือหุ้น และรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในรูปบริษัท ก็ไม่มีสิทธิพิเศษอะไรที่มีผลกระทบต่อบริษัทเอกชนอื่นที่เป็นคู่แข่ง มีเพียงสิทธิบางประการในฐานะหน่วยงานของรัฐเท่านั้น เช่น การว่าจ้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นผู้สอบบัญชี และผู้ถือหุ้นที่ปรากฏชื่อว่า “nominee” นั้น เป็นหลักปฏิบัติของผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian) ที่รับจ้างเก็บรักษาหุ้นและทรัพย์สินอื่น ๆ จากลูกค้าหลายราย ไว้ในบัญชีของตนเอง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเก็บรักษาทรัพย์สิน custodian เหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นตัวแทน (nominee) ของผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะนักลงทุนในต่างประเทศที่ซื้อหุ้น ปตท.ในปี 2544

             และในวันที่ 9 กันยายน 2548 ซึ่งครบกำหนดที่รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ออกอากาศมา 2 ปี และครบกำหนดสัญญาผลิตรายการที่อสมททำกับไทยเดย์ฯ นายสนธิได้กล่าวหาพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ และดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จฯ เกี่ยว เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยนายสนธิได้กล่าวเท็จว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังทรงปฏิบัติพระภารกิจได้ตามปกติ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2548 นายสนธิได้กล่าวชื่นชมหลวงตามหาบัวที่ได้รวบรวมรายชื่อพระสงฆ์สายกรรมฐานและฆราวาส อุบาสก อุบาสิกา ที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งสมเด็จฯ เกี่ยวให้เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอให้มีพระบรมราชวินิจฉัย ถอดสมณศักดิ์ของสมเด็จฯ เกี่ยว ในฐานะที่สมเด็จฯ เกี่ยวเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 2 ที่ไม่ผ่านการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ และโจมตี ดร.สุชนที่ไม่แสดงความรับผิดชอบกรณีทูลเกล้าฯ ชื่อนายวิสุทธิ์ให้เป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายวิสุทธิ์ และนายสนธิได้กล่าวว่า ได้รับหนังสือเตือนจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เกี่ยวกับการจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ดังนี้ (คงตัวสะกดการันต์ตามต้นฉบับเดิมที่ได้คัดลอกมาจาก http://www.manager.co.th ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ) “เรื่อง ขอความร่วมมือแจ้งผู้ผลิตรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เรียน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท อสมทฯ ด้วยปรากฏว่า รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ซึ่งออกอากาศเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ส.ค. เวลา 22.00 น.ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี โดยมีนายสนธิ ลิ้มทองกุล และนางสาวสโรชา พรอุดมศักดิ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ มีการใช้ถ้อยคำบางคำไม่เหมาะสมเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เช่น การไม่ใช้ราชาศัพท์ และยกตัวอย่างอื่นมาเปรียบเทียบกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นการมิบังควร จึงขอความร่วมมือมายังท่าน เพื่อแจ้งให้ผู้ผลิตรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ให้ใช้ความระมัดระวังในการดำเนินรายการในลักษณะดังกล่าวในโอกาสต่อไป” ในช่วงท้ายรายการ นายสนธิได้อ่านบทความเรื่อง “พ่อของแผ่นดิน-ลูกแกะหลงทาง” ซึ่งนายสนธิอ้างว่ามีผู้ส่งมาให้ทาง website ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ โดยที่บทความนี้มีเนื้อหาสาระโจมตีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว และเป็นเหตุให้รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ไม่ได้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวีอีกต่อไป…


กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

5 กุมภาพันธ์ 2552

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s