ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 17 เส้นทางล้มทักษิณ (5))

ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน
(ตอนที่ 17 เส้นทางล้มทักษิณ (5))
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 เป็นวันแรกที่ “ภารกิจกู้ชาติ” ของนายสนธิเริ่มดำเนินการในนามของ พธม. ที่เกิดจากการรวมตัวของ พธม.เดิมกับคณะของนายสนธิ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2549 โดย พธม. มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ
1.กดดันให้พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
2.โจมตีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ โดยใช้วาทกรรม “ระบอบทักษิณ”
3.ปฏิรูปการเมืองไทยครั้งที่ 2 ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน
สำหรับคณะกรรมการ พธม.ที่รู้จักกันโดยทั่วไปในสังคม เช่น นายพิภพ นางสาวรสนา นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสนธิ นายปรีดา เตียสุวรรณ์ เจ้าของบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายศิริชัย และมีนายระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ส.ศิวรักษ์) นักวิชาการอิสระ และ ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ เป็นที่ปรึกษา โดยการตัดสินใจของ พธม.จะขึ้นกับแกนนำหลัก 5 คน คือนายสนธิ พลตรีจำลอง นายพิภพ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข และมีนายสุริยะใสเป็นผู้ประสานงาน
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2549 นายแก้วสรรประกาศจะเป็นแกนนำ ส.ว. 28 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนพันตำรวจโท ดร.ทักษิณออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากโอนหุ้นให้ ARI และเอื้อประโยชน์ให้กับชิน คอร์ปอเรชั่นได้รับประโยชน์เพื่อที่จะได้ขายหุ้นให้กับ Temasek อย่างมีกำไรมหาศาล โดยกล่าวหาว่าเป็นการ “ซุกหุ้นภาค 2” ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องนี้ไว้พิจารณา เนื่องจากคำร้องที่นายแก้วสรรยื่นนั้น ไม่ปรากฏเป็นที่ชัดเจนว่า พันตำรวจโท ดร.ทักษิณยังคงมีอำนาจบริหารชิน คอร์ปอเรชั่นในทางใด อย่างไร
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2549 หลังจากนายสมัครซึ่งเป็นนักการเมืองที่สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด ได้กล่าวโจมตีพลเอกเปรมซึ่งเป็นถึงประธานองคมนตรี แต่มีพฤติกรรมเลือกข้างทางการเมือง ผ่านทางรายการโทรทัศน์ “เช้าวันนี้ที่เมืองไทย” และ “สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน” พลตรีจำลองในฐานะผู้ใกล้ชิดพลเอกเปรม และเป็นผู้นำพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ เข้าสู่วงการการเมือง จึงได้แถลงข่าวถึงจุดยืนทางการเมืองที่เปลี่ยนไปจากการต่อต้านนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยการตัดสัมพันธ์กับพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ และเข้าร่วมชุมนุมกับ พธม.ในวันถัดไปพร้อมกับนำกลุ่มสันติอโศกเข้าร่วมชุมนุมด้วย
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 หลังจากเกิดความกดดันในบ้านเมืองมาประมาณ 1 เดือน พันตำรวจโท ดร.ทักษิณก็ได้ตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ในวันที่ 2 เมษายน 2549 และนายเสนาะยังได้นำสมาชิกกลุ่มวังน้ำเย็นลาออกจากพรรคไทยรักไทยในวันถัดมาอีกด้วย แต่ก็ใช่ว่า พธม.จะยุติการชุมนุมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 แต่อย่างใด เพราะคนกลุ่มนี้มีความประสงค์เดียวเท่านั้นคือต้องการให้พันตำรวจโท ดร.ทักษิณลาออกจากตำแหน่งเท่านั้น ข้าราชการครูที่ถูกปลุกปั่นล้างสมองโดย พธม. ก็ประกาศที่จะไม่ร่วมเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หากพันตำรวจโท ดร.ทักษิณไม่ลาออก
ในวันเดียวกันนี้ นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ได้เดินทางไปทำข่าวการชุมนุมของ พธม. และได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายร่างกาย เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนของไอทีวี ซึ่งต่อมานางสาวมัลลิกาก็ได้แปรพักตร์มาสนับสนุน พธม. และใน Website ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้เผยแพร่บทความของ ดร.ชัยอนันต์เกี่ยวกับการของดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา โดยเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ซึ่ง ดร.ชัยอนันต์ตีความว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 7 คือการ “ถวายคืนพระราชอำนาจ” ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ
โดยที่ ดร.ชัยอนันต์ ร่วมกับนายระพี ดร.ปราโมทย์ คุณหญิงจารุวรรณ นายกล้านรงค์ ดร.วุฒิพงษ์ ดร.ธีรภัทร์ นายไกรศักดิ์ ดร.เจิมศักดิ์ แพทย์หญิงมาลินี นางมาลีรัตน์ นางเตือนใจ นายพิเชฐ พัฒนโชติ ดร.สมบัติ ดร.บรรเจิด นายณรงค์ โชควัฒนา นายประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ และแนวร่วม พธม.รวม 98 คน ก็ได้บังอาจกระทำการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทอีกครั้ง ด้วยการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอีกฉบับหนึ่ง เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2549 อีกด้วย ซึ่งฎีกาดังกล่าวมีเนื้อหาสาระดังนี้ “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ตามที่ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำการยุบสภา โดยมิได้มีเหตุอันควรที่ถือธรรมเนียมปฏิบัติ ตามครรลองของระบบรัฐสภา การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการทำลายระบบรัฐสภาแล้ว ยังทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ประชาชนได้มาชุมนุมมากขึ้นเป็นลำดับ กลุ่มบุคคลผู้หวังดีต่อประเทศชาติหลายกลุ่มเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก แต่ก็ไม่เป็นผล นายกรัฐมนตรีกลับสั่งให้มีการระดมประชาชนเพื่อมาสนับสนุนตนเอง โดยไม่ใส่ใจต่อคำเรียกร้องของประชาชน
บัดนี้ พรรคฝ่ายค้านได้ตกลงร่วมกันไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะทำให้พรรคไทยรักไทยกลายเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวในสภา การต่อต้านของประชาชนจะมีมากขึ้นทั้งก่อนระหว่างและหลังการเลือกตั้งนำไปสู่สภาวการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ
ข้าพระพุทธเจ้าไม่เห็นทางออกใด นอกจากการขอพระราชทานพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ขอพระมหากรุณาเป็นที่พึ่ง ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย นำจารีตประเพณีการปกครอง ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีรัฐบาลชั่วคราว ทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ และดูแลเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นการเริ่มต้นกิจกรรมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยใหม่ โดยพรรคการเมืองทุกพรรคมีโอกาสในการแข่งขันอย่างเท่าเทียมและบริสุทธิ์ยุติธรรม ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม”
ซึ่งมีนักวิชาการหลายคนและองค์กรวิชาชีพหลายแห่งสนับสนุนแนวความคิดของ ดร.ชัยอนันต์ เช่น ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ ดร.สุรพล อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาทนายความ ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าหน่วยงานทั้งสอง อันเป็นองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนและวิชาชีพกฎหมาย แทนที่จะพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งเป็นผู้บริโภคข่าวสารจากหนังสือพิมพ์และพึ่งพาความช่วยเหลือทางทางกฎหมายจากทนายความ แต่กลับยอมตกเป็นเครื่องมือของอำนาจนอกระบบ ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนที่เลือกนักการเมืองขึ้นมาบริหารประเทศแทนตน
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 พรรคการเมืองฝ่ายค้านทั้ง 3 พรรค คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน มีมติร่วมกันที่จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. โดยอ้างว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นการ “ฟอกตัว” ของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณและกำหนดวันเลือกตั้งกระชั้นชิดเกินไป และพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นด้วยในหลักการที่จะให้ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 เช่นเดียวกัน และในวันที่ 24 มีนาคม 2549 พรรคประชาธิปัตย์นอกจากจะขัดขวางการตัดสินใจของประชาชน โดยไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แล้ว ก็ยังได้จัดเวทีปราศรัยโจมตีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณที่ท้องสนามหลวง โดยแนะนำให้ประชาชนลงคะแนนในช่อง “ไม่ประสงค์จะลงคะแนน” (no vote) และนายอภิสิทธิ์ก็ยังได้กล่าวหาพันตำรวจโท ดร.ทักษิณว่า อย่ากล่าวอ้างว่าตนเองมาจากคะแนนเสียงจากคนจำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่นายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งเพราะความเชื่อมั่นในนโยบายที่ประชาชนมีต่อนายกรัฐมนตรีและพรรคไทยรักไทย นายอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงทนไม่ได้ที่เห็นบุคคลอื่นที่มิใช่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ในช่วงก่อนหน้านี้พรรคการเมืองขนาดเล็กอื่น ๆ ที่ยังมีสำนึกมากกว่าพรรคการเมืองทั้งสามนี้ ก็ได้ร่วมลงนามในสัตยาบันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับพรรคไทยรักไทย และลงสมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งต่าง ๆ แทนพรรคการเมืองที่ไร้จิตสำนึกประชาธิปไตยเหล่านี้
วันที่ 14 มีนาคม 2549 พธม.ประกาศระดมพลที่ท้องสนามหลวงเพื่อเดินทางไปกดดันนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมา พธม.ก็ได้เดินทางไปกดดันรัฐบาลตามสถานที่ราชการต่าง ๆ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ เช่น สถานทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เพื่อโจมตีกรณีการขายหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น โดยมี ส.ว.ที่มีความคิดเห็นตรงข้ามกับรัฐบาลหลายคนได้แสดงให้สังคมเห็นถึงจุดยืนทางการเมืองของตนมากขึ้น ด้วยการเข้าร่วมชุมนุมกับ พธม. เช่นนายไกรศักดิ์ ดร.เจิมศักดิ์ เป็นต้น
วันที่ 21 มีนาคม 2549 วุฒิสภาดำรงตำแหน่งครบวาระ 6 ปี และได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 19 เมษายน 2549 โดยในระหว่างที่ยังมี ส.ว.ชุดใหม่ไม่ครบ 200 คน ให้ ส.ว.ชุดเดิมทำหน้าที่เป็นวุฒิสภาไปพลางก่อน และในช่วงเช้าของวันดังกล่าว ได้เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดคิดที่เทวาลัยท้าวมหาพรหม หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ โดยมีชายสติไม่สมประกอบบุกเข้าไปทุบทำลายองค์ท้าวมหาพรหม ทำให้นายสนธินำประเด็นนี้ไปโจมตีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณบนเวที พธม. โดยกล่าวหาว่าพันตำรวจโท ดร.ทักษิณเป็นผู้งมงายในไสยศาสตร์ ว่าจ้างชายเสียสติผู้นี้ไปทุบทำลายองค์ท้าวมหาพรหม เพื่อหวังผลทางการเมืองในการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้พันตำรวจโท ดร.ทักษิณต้องฟ้องร้องนายสนธิอีกคดีหนึ่ง และได้มีการเชิญองค์ท้าวมหาพรหมองค์ใหม่ขึ้นประดิษฐานเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2549
วันที่ 23 มีนาคม 2549 ในช่วงบ่าย ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาเพิกถอนพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2548 และพระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) พ.ศ.2548 ตามที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นางสาวรสนา นายสุริยะใส นายศิริชัยและพวกเป็นผู้ฟ้องคดี เนื่องจากมีความผิดพลาดบางประการในกระบวนการตราพระราชกฤษฎีกา คือ
1.การแต่งตั้ง ดร.โอฬาร ไชยประวัติ กรรมการของชิน คอร์ปอเรชั่นซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเอไอเอส และกรรมการของ ปตท. เป็นกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัทของ กฟผ. ถือว่าเป็นผู้มีประโยชน์ได้เสียกับ กฟผ. เนื่องจาก กฟผ.มีบริษัทในเครือคือบริษัท กฟผ.โทรคมนาคม จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจการของเอไอเอส และ กฟผ.เป็นผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติจาก ปตท.
2.การแต่งตั้ง ดร.ปริญญา นุตาลัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
3.การจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนฯ ไม่ได้ประกาศให้ประชาชนทราบอย่างกว้างขวาง โดยไม่ได้ลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับเดียวกันติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน และจัดรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานในวันทำการปกติ ซึ่งพนักงานไม่สามารถลางานมาร่วมประชุมได้
4.ที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืน เป็นสิทธิเฉพาะของหน่วยงานของรัฐ เมื่อ กฟผ.เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ถือว่าเป็นนิติบุคคลตามระบบกฎหมายเอกชน แม้ว่ารัฐบาลจะถือหุ้นใน กฟผ.เกินกว่าร้อยละ 50 แต่ก็ไม่อาจเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า กฟผ.จะเป็นรัฐวิสาหกิจได้ตลอดไป และที่ดินบริเวณอ่างเก็บน้ำ เขื่อนและหัวงาน ที่ กฟผ.โอนให้กับกระทรวงการคลัง ยังโอนกันไม่เสร็จสิ้น ดังจะเห็นได้จากการทำบันทึกความเข้าใจเรื่องการเช่าที่ราชพัสดุ ระหว่าง กฟผ.กับกรมธนารักษ์ที่ทำขึ้นหลังจากการแปลงสภาพ
ผลจากคำพิพากษาดังกล่าว ทำให้พนักงานรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้ สรส. ซึ่งมีนายศิริชัยและนายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นแกนนำ ได้เข้ามาร่วมชุมนุมกับ พธม.มากขึ้น และในช่วงค่ำ พธม.ประกาศเรียกร้องนายกรัฐมนตรีพระราชทานตามมาตรา 7 และนายสนธิได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณี กฟผ.ในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า หากพันตำรวจโท ดร.ทักษิณในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการไม่ลาออกแล้ว จะให้ผู้ใดลาออก โดยหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึกในเครือเนชั่น ได้ลงข้อความดังกล่าว ทำให้กลุ่มคาราวานคนจน ซึ่งสนับสนุนและให้กำลังใจพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ และออกเดินทางมาร่วมชุมนุมตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2549 และมาถึง กทม. เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2549 ได้เดินทางไปประท้วงหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ที่ถนนบางนา-ตราดในวันที่ 30 มีนาคม 2549 ทำให้หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึกต้องงดตีพิมพ์เป็นเวลา 3 วันและบรรณาธิการต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อความสัมภาษณ์ดังกล่าว…

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
5 กุมภาพันธ์ 2552

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s