ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 21 คปค. คนของอีเปรมสมองหมาปัญญาควาย)

ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน
(ตอนที่ 21 คปค. คนของอีเปรมสมองหมาปัญญาควาย)
 
…ในคืนวันที่พันตำรวจโท ดร.ทักษิณถูกปล้นอำนาจนั้น แกนนำคนสำคัญของรัฐบาล คือพลตำรวจเอก ดร.ชิดชัย และนายแพทย์พรหมินทร์ รวมถึงข้าราชการพลเรือนที่เป็นน้องเขยของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ คือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ถูกทหารสมุนโจรกบฏควบคุมตัวไว้ที่ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.ทหารสูงสุด) (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.กองทัพไทย)) และในช่วงเกือบเที่ยงคืนของวันดังกล่าว พลเอกเปรมได้พาผู้บัญชาการทั้งสามเหล่าทัพเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายรายงานสาเหตุในการยึดอำนาจต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ซึ่งพลเอกเรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส. ไม่ได้ร่วมเข้าเฝ้าฯ ด้วย เนื่องจากเดินทางมาจาก บก.ทหารสูงสุดที่ถนนแจ้งวัฒนะไม่ทัน และพลเอกเรืองโรจน์ก็ได้เตือนพลเอกสนธิแล้วว่า นายกรัฐมนตรีได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว ขอให้ยุติความพยายามในการปฏิวัติเสีย แต่พลเอกสนธิปฏิเสธที่จะล้มเลิกความพยายามในการล้มล้างอำนาจรัฐที่มาจากประชาชน และ คปค.ยังได้บังอาจใช้ชื่อภาษาอังกฤษของตนเองว่า “The Council for Democratic Reform under Constitutional Monarchy: CDRM” ซึ่งทำให้ต่างชาติเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงว่าการยึดอำนาจครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีคำว่า “Monarchy” ซึ่งแปลว่าสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ด้วย จน คปค. ต้องแก้ไขชื่อภาษาอังกฤษของตน โดยตัดคำว่า “Under Constitutional Monarchy” ออก และเปลี่ยนชื่อย่อเป็น CDR ในเวลาต่อมา สำหรับในส่วนของนายกรัฐมนตรีผู้ถูกคณะทหารโจรผู้ไร้ความเป็นลูกผู้ชายปล้นอำนาจลับหลังท่านนี้ ก็ต้องยุติการขึ้นปาฐกถาต่อที่ประชุมสหประชาชาติ และไม่คิดจะต่อสู้ด้วยวิธีการใด ๆ ทั้งสิ้น แม้ว่ามีผู้แนะนำให้ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นโดยมีประเทศต่าง ๆ รับรองสถานภาพให้ก็ตาม แต่พันตำรวจโท ดร.ทักษิณก็ไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองไปมากกว่านี้
ในช่วงคืนวันที่ 19 ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 20 กันยายน 2549 คณะทหารโจรกบฏในนาม คปค. ได้ออกประกาศ และคำสั่งจำนวน 6 ฉบับ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีสาระสำคัญในการปล้นชิงอำนาจจากประชาชนมาไว้กับพวกตนโดยไม่ชอบธรรมดังนี้
1.ประกาศ คปค. ฉบับที่ 1 ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ และยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม.
2.ประกาศ คปค. ฉบับที่ 2 ห้ามการเคลื่อนย้ายกำลังทหารและตำรวจออกจากที่ตั้งปกติ
3.ประกาศ คปค. ฉบับที่ 3 ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้คณะองคมนตรีและศาลอื่น ๆ คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
4.ประกาศ คปค. ฉบับที่ 4 โอนอำนาจของนายกรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดินให้แก่หัวหน้า คปค. และโอนอำนาจของรัฐมนตรีให้แก่ปลัดกระทรวง
5.คำสั่ง คปค. ฉบับที่ 1/2549 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐในส่วนกลาง มารายงานตัวและรับฟังนโยบายของคปค.ในวันที่ 20 กันยายน 2549 ที่ บก.ทบ.
6.คำสั่ง คปค. ฉบับที่ 2/2549 ให้วันที่ 20 กันยายน 2549 เป็นวันหยุดราชการ
เช้าวันที่ 20 กันยายน 2549 พลเอกสนธิ พลเรือเอกสถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พลอากาศเอกชลิต พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พลเอกเรืองโรจน์ ได้อ่านแถลงการณ์ คปค. ออกทางวิทยุและโทรทัศน์อีกครั้งหนึ่ง และได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับมูลเหตุในการปล้นอำนาจไปจากประชาชน และขั้นตอนวิธีการในการนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทย หลังจากนั้น ก็ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพลเอกสนธิ เป็นหัวหน้า คปค. อย่างเป็นทางการ
และในรุ่งเช้าของวันนั้นเอง กลุ่ม พธม.ก็ได้ระดมกว้านซื้อดอกกุหลาบ อาหารและเครื่องดื่มเป็นจำนวนมาก เพื่อจัดฉากมอบให้แก่ทหารที่เข้าประจำการตามจุดต่าง ๆ และเพื่อสร้างภาพต่อสังคมว่าการปล้นอำนาจในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ดังเช่นแถลงการณ์ของแนวร่วม พธม. ที่ออกมาในภายหลัง เพื่อฝากความหวังในการโค่นล้มอำนาจของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งมีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณเป็นสัญลักษณ์ ไว้กับ คปค.ที่ตนเองมีส่วนจัดตั้ง

วันเดียวกันในช่วงเวลาต่อมา คปค.ได้คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยออกประกาศฉบับที่ 7 โดยห้ามการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป คุกคามการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยออกประกาศฉบับที่ 10 บังคับให้สื่อมวลชนต้องเสนอข่าวสารไปในทิศทางที่ คปค.พึงพอใจ แต่งตั้งนายทหารระดับสูง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อน นตท.รุ่นที่ 6 ของพลเอกสนธิ ยกเว้นพลเอกเรืองโรจน์ที่เป็น นตท.รุ่นที่ 5 ให้มีตำแหน่งใน คปค. กล่าวคือ พลเอกเรืองโรจน์เป็นประธานที่ปรึกษา คปค. พลเอกสนธิเป็นหัวหน้า คปค. พลอากาศเอกชลิต พลเรือเอกสถิรพันธุ์ และพลตำรวจเอกโกวิทเป็นรองหัวหน้า คปค.คนที่ 1 2 และ 3 ตามลำดับ และพลเอกวินัย ภัททิยกุล เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขาธิการ คปค. และตั้งองค์กรอิสระด้วยตนเองด้วยประกาศฉบับที่ 12 ให้ คตง.ที่ดำรงตำแหน่งก่อนวันที่ คปค.เข้าปล้นอำนาจพ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่ง ณ วันดังกล่าว (คือคุณหญิงจารุวรรณ) ดำรงตำแหน่งต่อไป (ต่อมา คปค.ได้ออกประกาศฉบับที่ 29 กำหนดให้อยู่ในวาระได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2550) และให้ทำหน้าที่แทน คตง.ทั้งคณะอีกด้วย และประกาศ คปค.ฉบับที่ 13 กำหนดให้ กกต.ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นและแต่งตั้ง กกต. ตามบุคคลที่วุฒิสภาเคยเลือกไว้

ไม่เพียงเท่านั้น คปค.ยังได้ออกคำสั่งฉบับที่ 5/2549 ปิดกั้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตลอดจนสร้างภาพหลอกลวงมิตรประเทศว่าเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยการออกคำสั่งฉบับที่ 6/2549 ตรวจสอบท่าทีของนานาประเทศ ซึ่งปรากฏอย่างเด่นชัดในสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศว่า บรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ ต่างไม่เห็นด้วยกับการปล้นอำนาจจากประชาชนของ คปค. และบางประเทศก็ประกาศระงับการให้ความช่วยเหลือกับประเทศไทย จนกว่าคณะทหารโจรเหล่านี้จะยอมคืนอำนาจที่ปล้นมาให้กับประชาชนอีกด้วย เช่น สหรัฐอเมริกา และนอกจากนี้ คปค.ยังได้ออกคำสั่งฉบับที่ 9/2549 ให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช และนายเนวิน ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคไทยรักไทย ไปรายงานตัวที่ บก.ทบ. ในวันถัดไป และเป็นที่ทราบกันในภายหลังว่า บุคคลทั้งสองถูกสมุนของคณะ คปค.โจรกบฏปฏิบัติอย่างรุนแรงและหยาบช้าสามานย์อย่างยิ่ง เช่น กรณีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ได้มีทหารบุกเข้าไปรื้อค้นและทำลายทรัพย์สินที่บ้านพักทั้งที่จังหวัดเชียงรายและใน กทม. และนายเนวินก็ถูกทหารบังคับให้ถอดเสื้อผ้า
ต่อมาในวันที่ 21 กันยายน 2549 คปค.ได้ออกประกาศฉบับที่ 15 ห้ามพรรคการเมืองประชุมหรือดำเนินกิจกรรมอื่นใดทางการเมือง ซึ่งต่อมาแก้ไขโดยประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 โดยเพิ่มโทษกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรที่ทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ให้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ออกประกาศฉบับที่ 16 ให้อำนาจในการให้ความเห็นชอบของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา แก่หัวหน้า คปค. และออกคำสั่งฉบับที่ 11/2549 ให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ (เพื่อน นรต.รุ่นที่ 26 2 คน คือ พลตำรวจเอกจุมพล มั่นหมาย ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และพลตำรวจโทชลอ ชูวงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และพี่ชายของคุณหญิงพจมาน คือพลตำรวจเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)) ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี
วันที่ 22 กันยายน 2549 คปค.ได้ออกประกาศฉบับที่ 19 แต่งตั้งองค์กรอิสระเพื่อเป็นเครื่องมือให้กับตนเองอีกเป็นองค์กรที่สาม โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.จำนวน 9 คน คือ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ นายกล้านรงค์ นายใจเด็ด พรไชยา นายประสาท พงษ์ศิวาภัย ดร.ภักดี โพธิศิริ ดร.เมธี ครองแก้ว นายวิชา มหาคุณ นายวิชัย วิวิตเสวี และนางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญเป็นประธาน ป.ป.ช. ต่อมาได้มีการออกประกาศ คปค. ฉบับที่ 31 คุ้มครองการแต่งตั้ง ป.ป.ช.โดยคณะทหารโจรกบฏ คปค. ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมาย เช่นเดียวกับ กกต.ที่ได้ออกประกาศฉบับที่ 26 คุ้มครองการแต่งตั้งโดยคณะทหารโจรชุดนี้ด้วยเช่นกัน
วันที่ 24 กันยายน 2549 คปค.ได้ออกประกาศฉบับที่ 21 ห้ามบุคคลอื่นที่มิใช่หน่วยงานด้านความมั่นคงดักฟังการสื่อสารใด ๆ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เครื่องมือในการดักฟังโทรศัพท์จะมีไว้ใช้ในหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะทหารเท่านั้น คปค.จึงออกประกาศฉบับนี้ไว้เพื่อปกป้องความผิดของตนเอง รวมถึงการจำกัดสิทธิของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นด้วยการออกประกาศฉบับที่ 22 และ คปค.ยังได้ออกประกาศฉบับที่ 23 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำของรัฐบาลพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ โดยมีนายสวัสดิ์เป็นประธาน มีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน อัยการสูงสุด เลขาธิการ ป.ป.ช. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเลขาธิการ ก.ล.ต. เป็นกรรมการ มีหน้าที่ในการตรวจสอบทรัพย์สินและโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลพันตำรวจโท ดร.ทักษิณโดยเฉพาะ ซึ่งต่อมา คปค.ได้ยกเลิกประกาศฉบับนี้และออกประกาศฉบับที่ 30 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ขึ้นแทน โดยมีนายกล้านรงค์ นายแก้วสรร คุณหญิงจารุวรรณ ดร.จิรนิติ หะวานนท์ นายนาม ยิ้มแย้ม ดร.บรรเจิด นายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ นายสวัสดิ์ ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์ นายอุดม เฟื่องฟุ้ง และนายอำนวย ธันธรา เป็นกรรมการ โดยอนุญาตให้กรรมการที่ดำรงตำแหน่งอื่นในหน่วยงานของรัฐ เป็นกรรมการ คตส.โดยยังคงดำรงตำแหน่งเดิมอยู่ต่อไป และให้ สตง.ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของ คตส. (ต่อมานายสวัสดิ์และ ดร.จิรนิติได้ลาออก จึงคงเหลือ คตส. 10 คน)
วันที่ 25 กันยายน 2549 คปค.ออกคำสั่งฉบับที่ 15/2549 แต่งตั้งคณะทำงานรณรงค์ให้ ดร.สุรเกียรติ์ได้รับการเลือกให้เป็นเลขาธิการสหประชาชาติ แต่เนื่องจากประเทศไทยได้กลายสภาพเป็นประเทศเผด็จการทหาร สมาชิกส่วนใหญ่ขององค์การสหประชาชาติจึงได้เลือกให้นาย Ban Ki-Moon ชาวเกาหลีเป็นเลขาธิการสหประชาชาติ และคำสั่งฉบับที่ 16/2549 กำกับดูแลการเปิดใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในอีก 3 วันถัดไป
วันที่ 29 กันยายน 2549 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการ โดยให้พลเอก ดร.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็น ผบ.สส. แทนพลเอกเรืองโรจน์ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2549 ให้พลเอกวินัยเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม และให้พลโทอนุพงษ์และพลโทสพรั่งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) (ต่อมาทั้งพลโทอนุพงษ์และพลโทสพรั่งจึงได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นพลเอก) ซึ่งทำให้ตำแหน่งต่าง ๆ ของ คปค.เปลี่ยนแปลงไป คปค.จึงได้ออกประกาศฉบับที่ 24 เพื่อปรับปรุงตำแหน่งต่าง ๆ ใน คปค. โดยให้พลเอก ดร.บุญสร้าง เข้าเป็นสมาชิก คปค. แทนพลเอกเรืองโรจน์ และให้พลโทอนุพงษ์และพลโทสพรั่งเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ คปค. ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ ยังคงเดิม
วันที่ 1 ตุลาคม 2549 คปค.ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ซึ่งมีสาระสำคัญแทบไม่ต่างจากธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 ที่ รสช.ประกาศใช้หลังจากการยึดอำนาจจากพลเอกชาติชาย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้ง สนช. ให้ทำหน้าที่ออกกฎหมายตามความประสงค์ของคณะทหาร การแปลงสภาพ คปค. ไปเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่เลียนแบบมาจากการแปลงสภาพคณะ รสช. ไปเป็นสภา รสช. การให้อำนาจประธาน คมช.ในการแต่งตั้งหรือถอดถอนนายกรัฐมนตรีได้ตามความพอใจของตนเอง และการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนและไม่เป็นประชาธิปไตย และที่เลวร้ายที่สุด ก็คือการนิรโทษกรรมการกระทำของคณะปฏิวัติ ซึ่งมีความผิดฐานเป็นกบฏตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 อันมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ให้พ้นจากความผิด และเพื่อป้องกันการฟ้องร้องในลักษณะเดียวกับที่ รสช. ได้ตั้งคณะกรรมการรูปแบบเดียวกับ คตส. และถูกศาลตัดสินให้การยึดทรัพย์เป็นโมฆะ และให้ส่งมอบทรัพย์สินที่ยึดไปคืนแก่อดีตรัฐมนตรีในยุคพลเอกชาติชาย ดังจะเห็นได้จากมาตรา 32 ของธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 ซึ่งมีใจความว่า “บรรดาการกระทำ ประกาศ หรือคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติที่ได้กระทำ ประกาศ หรือสั่งก่อนวันใช้ธรรมนูญการปกครองนี้ ทั้งนี้ ที่เกี่ยวเนื่องกับการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ไม่ว่าจะกระทำด้วยประการใด หรือเป็นในรูปใด และไม่ว่าจะกระทำ ประกาศ หรือสั่งให้มีผลใช้บังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ให้ถือว่าการกระทำ ประกาศ หรือคำสั่ง รวมทั้งการกระทำของผู้ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้นตลอดจนการกระทำของบุคคลใด ๆ ซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดหรือควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดินดังกล่าว เป็นการกระทำ ประกาศ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย” ซึ่งเป็นใจความเดียวกับมาตรา 36 และมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ดังนี้ “มาตรา 36 บรรดาประกาศและคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ได้ประกาศหรือสั่งในระหว่างวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 จนถึงวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปใดและไม่ว่าจะประกาศหรือสั่งให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ให้มีผลใช้บังคับต่อไปและให้ถือว่าประกาศหรือคำสั่ง ตลอดจนการปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้นไม่ว่าการปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้นจะกระทำก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นประกาศหรือคำสั่งหรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
มาตรา 37 บรรดาการกระทำทั้งหลายซึ่งได้กระทำเนื่องในการยึดและควบคุมอำนาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 ของหัวหน้าและคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าวหรือของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือของผู้ซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันได้กระทำไป เพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทำดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าเป็นการกระทำเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการรวมทั้งการลงโทษและการกระทำอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทำในฐานะตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ และไม่ว่ากระทำในวันที่กล่าวนั้นหรือก่อนหรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง”
เมื่อ คปค.ได้แปลงสภาพเป็น คมช.แล้ว ก็ได้มีการสรรหาบุคคลผู้เหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของไทย ซึ่งสมาชิก คมช.ได้ลงมติเอกฉันท์ เลือกพลเอกสุรยุทธ์ นายทหารลูกป๋า อดีต ผบ.ทบ. อดีต ผบ.สส. และองคมนตรี เข้าดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในวันเดียวกัน…
 
กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
19 กุมภาพันธ์ 2552

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s