ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 34 มารมาอีกแล้ว)

ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน
(ตอนที่ 34 มารมาอีกแล้ว)
…ต่อมาเมื่อนายสมัครสามารถสรรหาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรีได้ครบถ้วนแล้ว คมช.จึงสิ้นสุดลงในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551 โดยได้มีพิธีแถลงข่าวสลายตัว คมช.ในวันต่อมา ผลงานที่ คมช.ฝากไว้ต่อประเทศชาติตลอดระยะเวลา 505 วัน ที่เข้าปล้นอำนาจไปจากประชาชนชาวไทย ตามที่ได้กล่าวมาส่วนหนึ่งและยังไม่ได้กล่าวถึง อย่างเช่นการดำเนินงานของ คตส.นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นบทพิสูจน์การทำงานของคณะนายทหารโจรเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีว่า สิ่งที่ได้กล่าวหารัฐบาลของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณไว้ว่าอย่างไร คมช.ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความผิด และหลายเรื่อง คมช.กลับเป็นผู้กระทำเสียเอง เช่น การแทรกแซงองค์กรอิสระ ด้วยการแต่งตั้ง ป.ป.ช. กกต. และการให้คุณหญิงจารุวรรณดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและใช้อำนาจ คตง. ด้วยตนเอง โดยไม่ผ่านการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกทางหนึ่งด้วย และยังมีองค์กรพิเศษที่เป็นเสมือนเครื่องมือในการทำลายล้างพันตำรวจโท ดร.ทักษิณอย่าง คตส. ที่ประกอบไปด้วยบุคคลผู้มีอคติต่อผู้ถูกตรวจสอบ เช่น นายนามเป็นประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนยุบพรรคไทยรักไทย คุณหญิงจารุวรรณได้รับความเดือดร้อนจากการที่รัฐบาลพันตำรวจโท ดร.ทักษิณพยายามให้พ้นจากตำแหน่งที่ได้มาอย่างไม่ชอบธรรม นายสัก นายแก้วสรรและ ดร.บรรเจิด เป็นแนวร่วม พธม. การทุจริตเชิงนโยบาย ด้วยการแต่งตั้งบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับตนเองให้เข้าไปดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร รวมถึงการขึ้นค่าตอบแทนให้กับกรรมการรัฐวิสาหกิจที่มีบุคคลเหล่านี้อยู่ด้วย และยังเปิดโอกาสให้ดำรงตำแหน่งและรับค่าตอบแทนได้มากกว่า 1 หน่วยงาน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ส่อทุจริต เช่น การจัดซื้อฝูงบิน Gripen ให้กับกองทัพอากาศ ในราคาที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ถึงเท่าตัว และประเทศไทยก็ไม่ได้ใช้เครื่องบินรบประเภทนี้ จนทำให้พลอากาศเอกชลิตสามารถสร้างบ้านหลังใหม่ในราคาที่สูงมาก โดยแอบอ้างชื่อมารดาเป็นเจ้าของแทน
แต่ก็ใช่ว่า คมช.สลายตัวไปแล้ว รัฐบาลของนายสมัคร ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2551 จะบริหารประเทศไปได้ด้วยความราบรื่น เพราะทันทีที่นายสมัครได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ลุกขึ้นโจมตีนายสมัครว่า เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของประชาชนในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งวันแถลงนโยบายนี้ก็ตรงกับวันที่ กกต.ประกาศผลการสรรหา ส.ว.จำนวน 74 คน ซึ่งมีบุคคลเป็นแนวร่วม พธม. ได้เป็น ส.ว.สรรหาทั้งสิ้นถึง 10 คน คือ นายคำนูณ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายบุญชัย โชควัฒนา นายวรินทร์ เทียมจรัส นายตวง นายสมชาย แสวงการ พลอากาศเอกณพฤษภ์ มัณฑะจิตร นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ ทันตแพทย์อนุศักดิ์ คงมาลัย และหม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา และหลังจากนั้นในวันที่ 2 มีนาคม 2551 ก็มีผู้ที่เป็นแนวร่วม พธม.ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.อีกด้วย คือนางสาวรสนา จาก กทม. นายสาย กังกเวคิน จากจังหวัดระยอง และนางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ จากจังหวัดเพชรบุรี โดยในเวลาต่อมา ส.ว.กลุ่มนี้ก็ได้เคลื่อนไหวขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ในนาม “ส.ว.กลุ่ม 40”
และเมื่อทราบข่าวว่าพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ จะกลับมายังประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดีความที่อยุติธรรมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ก่อนหน้านั้นเพียง 3 วัน พธม. ก็ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 “คำเตือนก่อนเกิดกลียุค” เพื่อประกาศศักดากับรัฐบาลของนายสมัครที่คนพวกนี้มองว่าเป็นตัวแทนของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ และเตรียมการลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลประชาธิปไตยอีกครั้ง ซึ่งสาเหตุในการลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลของนายสมัครที่แท้จริงนั้น ก็คือการที่นายสมัครได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่ในกองทัพที่ไม่ต้องอิงอาศัยกับพลเอกเปรม ผู้บัญชาการสูงสุดของ พธม. อันเป็นบุคคลที่นายสมัคร ในฐานะนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ได้กล่าวโจมตีในต่างกรรมต่างวาระว่าทำงานใกล้ชิดสถาบันเบื้องสูงของชาติ แต่กลับมีพฤติกรรมเอนเอียงทางการเมือง โดยใช้ข้อความเปรียบเทียบต่าง ๆ เช่น “อีแอบผมขาว” หรือ “มือที่มองไม่เห็น” เป็นต้น
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 พันตำรวจโท ดร.ทักษิณซึ่งไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทยมานาน และได้ใช้เวลาส่วนนี้ไปบริหารกิจการสโมสรฟุตบอล Manchester City ซึ่งซื้อต่อมาจากนักธุรกิจชาวอังกฤษ ได้เดินทางโดยเครื่องบินมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้ก้มลงกราบแผ่นดินไทยที่รักและห่วงใย ท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนผู้ศรัทธา หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปรายงานต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่คุณหญิงพจมานเข้าประมูลซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ซึ่งเป็นคดีหนึ่งที่ คตส.เป็นผู้ดำเนินการตามคำบัญชาของ คมช. และในวันถัดมา รัฐบาลได้มีคำสั่งย้ายพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ผบ.ตร. เข้าไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ คือการเช่ารถยนต์มาใช้ในราชการด้วยราคาที่สูงผิดปกติ การเกษียนหนังสือราชการด้วยถ้อยคำหยาบ คือ “ควายหรือเปล่า” และการแต่งตั้งนายตำรวจในกองปราบปรามโดยไม่มีกฎหมายรองรับ โดยให้พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายของพลเอกประวิตร รักษาราชการแทน ซึ่งต่อมาพลตำรวจเอกพัชรวาทก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2551
การกระทำดังกล่าวของรัฐบาล ทำให้ พธม.เกิดความไม่พอใจในรัฐบาลของนายสมัครเพิ่มขึ้นมาอีก ด้วยการออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 “กลียุคมาแล้ว” ในวันที่ 5 มีนาคม 2551 ด้วยการกล่าวอ้างข้อกล่าวหาอันไม่เป็นจริง ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยเดิมของ พธม. ในหลายประการ เช่น การกล่าวหาว่ามีการโยกย้ายข้าราชการเพื่อช่วยเหลือพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ และการควบคุมสัญญาณการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ ASTV และต่อมา พธม.ยังได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 “เคลื่อนไหวครั้งที่ 1: ต้านเผด็จการทุนนิยมสามานย์และรัฐตำรวจ” เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2551 โดยได้กล่าวหาว่าพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อประโยชน์ของตนเอง ทั้งที่แกนนำ พธม.อย่างนายสนธิ ก็ได้อาศัยพลตำรวจตรีชัยยะเป็นเครื่องมือในการให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จนต้องลาออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร และได้ประกาศชุมนุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยผ่านทางการสัมมนา “ยามเฝ้าแผ่นดินภาคพิเศษ” ในวันที่ 28 มีนาคม 2551 ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วันที่ 1 เมษายน 2551 รัฐบาลของนายสมัครโดยนายจักรภพ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอดีตสื่อมวลชน ได้สร้างผลงานอันเป็นที่น่าชื่นชมในวงการสื่อสารมวลชนไทย ด้วยการปฏิรูปการนำเสนอรายการโทรทัศน์ของ สทท. หรือที่ประชาชนทั่วไปรู้จักในนามของ “ช่อง 11” โดยได้เปลี่ยนแปลงชื่อและตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของ สทท. เป็น “National Broadcasting Services of Thailand: NBT” ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษของ สทท. และได้เพิ่มสัดส่วนรายการข่าวและสาระให้มากขึ้นกว่ายุคที่เป็นช่อง 11 ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมผลิตรายการข่าวกับบริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง จำกัด และมีอดีตผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียงจากไอทีวีเข้าร่วมงานกับ NBT เป็นจำนวนมาก
และนโยบายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของรัฐบาลนายสมัคร ก็คือการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับโจร คมช.ให้มีเนื้อหาสาระเป็นประชาธิปไตย ตามที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นว่า รัฐธรรมนูญฉบับโจร คมช.นี้ ผ่านการลงประชามติมาด้วยวิธีการ “ข่มขืนใจ” ประชาชนให้รับร่างไปก่อนแล้วให้ไปแก้ไขในภายหลังโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อรัฐบาลมีแนวความคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเผด็จการฉบับนี้ ก็ถูก พธม. ซึ่งเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับนี้แสดงการต่อต้านและปกป้องรัฐธรรมนูญของตน โดยการออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4-6 ซึ่งมีเนื้อหาสาระไปในทางปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับโจร คมช. ที่ข่มขืนใจประชาชนกว่า 14 ล้านเสียงให้ผ่านประชามติ และกล่าวหาว่ารัฐบาลต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณและพวกพ้อง ซึ่งต่อมาสมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ได้ยื่นญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายชัย ชิดชอบ (บิดาของนายเนวิน) ประธานรัฐสภาคนใหม่ และภาคประชาชน นำโดยนายแพทย์เหวง ในนามของ “คณะกรรมการภาคประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550” (คปพร.) ก็ได้รวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับโจร คมช.ด้วยเช่นกัน แต่ก็มิได้นำพาต่อ พธม.ที่จะยุติความเคลื่อนไหวของตน เพื่อเคารพต่อความต้องการของประชาชนเลย กลับประกาศระดมพลสาวกผู้หลงตกเป็นเหยื่อ ด้วยการประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญของตนเอง เช่นเดียวกับนายทหารร่วมทีม คมช.อีกหลายคน เช่น พลอากาศเอกชลิต พลเอกสพรั่ง และพลเอกสมเจตน์ ที่แสดงความคิดเห็นหวาดกลัวการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติปกป้องการกระทำของ คมช.ในการยึดอำนาจจากประชาชน เนื่องจากเกรงว่าพวกตนในนามของ คมช.จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหากบฏ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หากรัฐบาลที่มาจากประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ
กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
4 มีนาคม 2552

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s