ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 44 7 ตุลา ใครฆ่าประชาชน)

ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน
(ตอนที่ 44 7 ตุลา ใครฆ่าประชาชน)
…ทั้ง ๆ ที่พรรคพลังประชาชนมี ส.ส.ที่ประชาชนไว้วางใจเลือกตั้งเข้ามามากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร แต่ พธม.ก็มองว่าผู้ที่น่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนายสมัคร ไม่ว่าจะเป็นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวแทนของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณทั้งสิ้น พธม.จึงพยายามต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ให้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 12 กันยายน 2551 แต่โชคดีที่มี ส.ส.พรรคพลังประชาชนได้ขอให้ประธานในที่ประชุมนับองค์ประชุมเสียก่อน ซึ่งปรากฏว่า ส.ส.ไม่ครบองค์ประชุม จึงต้องเลื่อนการเลือกนายกรัฐมนตรีไปเป็นอีก 5 วันต่อมาแทน โดย ส.ส.พรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลนายสมัครทั้ง 6 พรรคได้ลงมติให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทยด้วยคะแนนเสียง 298 เสียง ชนะนายอภิสิทธิ์ซึ่งได้รับเพียง 163 เสียงเท่านั้น และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2551
เนื่องจากนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นน้องเขยของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ จึงทำให้ พธม.แสดงพฤติกรรมต่อต้านทุกรูปแบบและทุกวิถีทาง เช่น การให้พนักงานทีโอทีปาสิ่งของใส่ขณะที่ไปตรวจราชการที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับทีโอที และทุกครั้งที่นายกรัฐมนตรีท่านนี้เดินทางไปตรวจราชการ ณ สถานที่แห่งใด แม้แต่จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นบ้านเกิด จะต้องมีกลุ่ม พธม.ตามไปก่อกวนและขับไล่ด้วย “มือตบ” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์การชุมนุมของ พธม.ที่ใช้แทนการปรบมือให้กับวิทยากรและศิลปินที่ขึ้นมาปราศรัย หรือขับร้องเพลงให้ผู้ชุมนุมฟัง และด้วยความเป็นน้องเขยของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณนี้เอง ที่ทำให้ พธม.ยังคงยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ชุมนุม และกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งต่อไป รัฐบาลจึงต้องใช้อาคารท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวแทน การปลุกปั่นด้วยมือตบของนายสนธิยังได้ส่งผลกระทบไปถึงชาวไทยในต่างประเทศอีกด้วย โดยเมื่อนายสมัครพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเดินทางไปรักษาอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ยังถูกแนวร่วม พธม.ถือมือตบมาตะโกนด่านายสมัครถึงท่าอากาศยาน โดยปราศจากการคำนึงถึงมนุษยธรรมที่พึงกระทำต่อผู้ป่วย
รัฐบาลชุดใหม่ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ริเริ่มการปฏิรูปการเมืองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการอนุมัติในหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อจัดตั้ง ส.ส.ร.ชุดที่ 5 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับโจร คมช.ให้เป็นประชาธิปไตย และกำหนดแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 7-9 ตุลาคม 2551 เนื่องจากนายกรัฐมนตรีท่านนี้เป็นน้องเขยของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ และยังควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีอำนาจบังคับบัญชาสั่งการทหารเหมือนนายสมัครอีกด้วย พธม.จึงใช้วิธีการกดดันรัฐบาลเพิ่มขึ้นอีก ด้วยการส่งแกนนำ พธม. รุ่นที่ 2 และแนวร่วมไปขัดขวางการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่หน้ารัฐสภาตั้งแต่คืนวันที่ 6 ตุลาคม 2551 เพื่อยั่วยุให้เกิดความรุนแรงถึงขั้นที่ทหารจะต้องออกมาปล้นอำนาจจากรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และในขณะเดียวกัน ก็ได้ตกลงกับพรรคประชาธิปัตย์และ ส.ว.กลุ่ม 40 ว่าอย่าได้เข้าร่วมการแถลงนโยบายในครั้งนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบจากการปิดล้อมรัฐสภาและการก่อเหตุการณ์รุนแรงที่ พธม.เป็นผู้เตรียมการไว้ทำลายความชอบธรรมของรัฐบาล
ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2551 นายไชยวัฒน์เดินทางไปที่บ้านของนายไกรศักดิ์ และได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวตามหมายจับข้อหากบฏ และนำตัวไปคุมขังไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 และพลตรีจำลองได้วางแผนในเวลาต่อมา เพื่อให้ตนเองถูกจับกุม และจะได้ระดมมวลชนครั้งใหญ่ว่า จะออกจากทำเนียบรัฐบาลไปเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. ในวันที่ 5 ตุลาคม 2551 ทั้งที่ยังมีหมายจับข้อหากบฏติดตัวอยู่
เช้าวันที่ 5 ตุลาคม 2551 พลตรีจำลอง หนึ่งในผู้ต้องหาคดีกบฏ ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังหน่วยเลือกตั้งที่โรงเรียนเศรษฐเสถียร เพื่อเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็น จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมพลตรีจำลอง โดยนำตัวไปคุมขังไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 เช่นเดียวกับนายไชยวัฒน์ และพลตรีจำลองได้ทิ้งจดหมายที่เขียนไว้เมื่อเวลา 06.00 นาฬิกา ซึ่งมีสาระว่าการชุมนุมของ พธม. เป็นการชุมนุมเพื่อใช้หนี้แผ่นดิน ไว้ให้กับนางสาวอัญชลี พิธีกรบนเวที พธม. โดยพลตรีจำลองได้ปฏิเสธการขอประกันตัว เนื่องจากเห็นว่าเป็นหมายจับที่ไม่ชอบธรรม และอยู่ในระหว่างให้ทนายความยื่นคำร้องเพิกถอนหมายจับต่อศาลอุทธรณ์ เมื่อพลตรีจำลองถูกจับในข้อหากบฏ ในระยะเวลาใกล้เคียงกับที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แนวร่วม พธม.จึงได้ทยอยเดินทางมาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อกดดันให้เกิดความรุนแรงในการสลายการชุมนุม
เช้าวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อเปิดช่องทางให้สมาชิกรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และข้าราชการเข้าไปยังอาคารรัฐสภาได้ แต่ปรากฏว่า กลุ่มผู้ชุมนุม พธม.บางส่วนที่พกระเบิดปิงปองไปเพื่อหวังจะทำร้ายสมาชิกรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี ได้รับแรงระเบิดจนบาดเจ็บเสียเอง บางรายถึงขั้นพิการ และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ในฐานะอดีตผู้นำแรงงานรัฐวิสาหกิจ ก็ยังได้เชิญชวนพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเคยกล่าวอ้างมาตลอดว่าเป็นทรัพย์สินของประชาชน ให้เสียสละจิตสำนึกในการให้บริการประชาชน ด้วยการนัดหยุดงานมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล จนมีพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ไร้จิตสำนึกส่วนหนึ่งได้ตัดการจ่ายไฟฟ้าและน้ำประปาให้อาคารรัฐสภา ในช่วงเวลาเดียวกัน ส.ว.กลุ่ม 40 ได้ประชุมกันที่โรงแรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเพื่อหาหนทางขัดขวางการแถลงนโยบายด้วยเช่นกัน โดยได้มอบหมายให้นางสาวรสนา พาสามีคือนายสันติสุข โสภณสิริ เข้ามาก่อกวนการประชุมรัฐสภาในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีกำลังอ่านคำแถลงนโยบายของรัฐบาล จนทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชาชนที่ทนไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว เข้าต่อว่านางสาวรสนา
ในช่วงเที่ยง พลเอกอนุพงษ์ ผบ.ทบ. เรียกประชุมคณะนายทหารระดับสูงเพื่อประเมินสถานการณ์ ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่พลเอกปฐมพงษ์ เข้าขอคำปรึกษา และกระบวนการโค่นล้มรัฐบาลจากพลเอกเปรม และ พธม.ก็สามารถเข้ายึดคืนพื้นที่รอบรัฐสภาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากถูกสลายไปด้วยแก๊สน้ำตาเมื่อช่วงเช้า โดยได้พกพาอาวุธมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะระเบิดปิงปอง และปิดประตูทางเข้า-ออกรัฐสภา พร้อมทั้งตะโกนด่า ขู่ฆ่า และขว้างปาสิ่งของใส่นายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้อง ทำให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและ ส.ส.บางส่วนต้องปีนกำแพงรัฐสภาทางพระที่นั่งวิมานเมฆ เพื่อเดินทางออกจากรัฐสภาและนอกจากพรรคประชาธิปัตย์จะขัดขวางการแถลงนโยบายในครั้งนี้แล้ว ยังพบว่ามีรถกระบะติดตราสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ใช้ในการส่งเสบียงอาหารเลี้ยงผู้ชุมนุม จอดอยู่บริเวณหน้าข้างรัฐสภาอีกด้วย และมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนที่มาให้กำลังใจผู้ชุมนุม เช่น นายถาวร เสนเนียม และนายสาธิต ปิตุเตชะ อีกทั้งนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาล และปกป้องการกระทำของ พธม. ที่พกพาอาวุธไปเป็นจำนวนมาก เดชะบุญที่มีผู้ชุมนุม พธม.เสียชีวิตเสียเองทั้งสิ้น 2 คน คือนางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ เสียชีวิตจากการที่แนวร่วม พธม.ที่ฝากให้พกระเบิดไปด้วย วิ่งหนีแก๊สน้ำตาและเหยียบกันเองหน้า บช.น. ภายหลังจากที่ได้ถอนกำลังออกจากรัฐสภากลับไปยังทำเนียบรัฐบาลแล้ว และพันตำรวจโทเมธี ชาติมนตรี น้องเขยของนายการุณ แนวร่วม พธม. เสียชีวิตภายในรถยนต์ส่วนตัวที่บรรทุกระเบิดมาด้วย หน้าที่ทำการพรรคชาติไทย ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากอาคารรัฐสภา
พธม.ได้ยุติการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาในช่วงเย็น และกลับไปยังทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ฉบับที่ 23 และ 24 โจมตีรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าเป็น “รัฐบาลฆาตกรหุ่นเชิด” ทั้ง ๆ ที่แนวร่วม พธม.เป็นผู้พกระเบิดไปเอง จนเสียชีวิตกันเอง อีกทั้งการ์ดของ พธม.ก็ยังได้ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ใช้ธงปลายแหลมแทงหน้าอก ขับรถกระบะทับ ยิงปืน ปาระเบิดปิงปอง จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย และยังได้ใช้ถุงพลาสติกสีดำที่ใช้บรรจุขยะ ไปคลุมกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนเห็นภาพการกระทำที่ขัดแย้งกับคำประกาศของ พธม. ที่โกหกต่อสาธารณชนมาตลอดว่าเป็นการชุมนุมโดย “สงบ สันติ และปราศจากอาวุธ” แนวร่วม พธม.บางคนที่เป็นคนพิการขาขาดซึ่งอยู่ในบริเวณรัฐสภา ก็ยังได้ถอดขาเทียมออกแล้วนำสีแดงมาทาบริเวณขาที่ขาดเพื่อโกหกว่าได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม อีกทั้งยังได้ตัดต่อภาพเหตุการณ์ในวันดังกล่าวจนเกินกว่าความเป็นจริง เพื่อทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า “ตำรวจฆ่าประชาชน” และในคืนวันดังกล่าว นายสนธิได้ประกาศบนเวที พธม.ว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้ชุมนุมจำนวน 1,000,000 บาท โดยนายสนธิได้กล่าวว่า “ดูสิ ท่านเลือกอยู่ข้างไหน” และต่อมาในวันที่ 13 ตุลาคม 2551 พระองค์และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพนางสาวอังคณา ท่ามกลางการเฝ้าฯ รับเสด็จของผู้บัญชาการเหล่าทัพ แกนนำและแนวร่วม พธม. เช่น นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.บางส่วน เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช นายบุญยอด และนายศิริโชค โสภา นางสาวรสนา ส.ว.กทม. และนายอานันท์ ซึ่ง website ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ก็ได้บังอาจอ้างว่าพระองค์ได้ชื่นชมนางสาวอังคณา ว่าเป็นผู้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
ทั้ง ๆ ที่นายสนธิมีความบังอาจถึงขนาดนำสถาบันเบื้องสูงของชาติ มาใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดฝ่ายตรงข้ามในทางการเมือง จนนำไปสู่ข่าวลืออันไม่พึงประสงค์นานัปการเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ถึงเพียงนี้แล้ว และหากย้อนไปถึงกรณีเสื้อสีเหลือง และผ้าพันคอสีฟ้า ก็ถือได้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายสนธิได้กระทำการอันเลวทราม บัดซบ และระยำต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าที่จะดำเนินการกับมนุษย์หนักแผ่นดินไทย ที่มีเชื้อสายจีน ชื่อว่า “สนธิ ลิ้มทองกุล” ได้เลย…
กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
7 มีนาคม 2552

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s