ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน (ตอนที่ 48 รีบยุบพรรค เพื่อใคร)

ลากไส้ “พันธมาร” ผลาญแผ่นดิน

(ตอนที่ 48 รีบยุบพรรค เพื่อใคร)

 

               …ในขณะเดียวกัน ก็มีความพยายามอย่างลุกลี้ลุกลนจากฝ่ายอำนาจพิเศษที่อยู่เบื้องหลัง พธม.ในการกดดันรัฐบาลและให้ พธม.ยุติการชุมนุม เพื่อมิให้ตกเป็นเป้าโจมตีของนานาชาติ ที่เตรียมจะนำกองกำลังทหารมาดำเนินการนำเครื่องบินกลับประเทศของตน ด้วยการเร่งพิจารณาคดียุบพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล 3 พรรค คือพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งคดีนี้มีที่มาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับโจร คมช. มาตรา 237 ที่ระบุให้การกระทำ อันควรเชื่อได้ว่า เป็นการซื้อสิทธิขายเสียงของกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพียงคนเดียว เป็นการกระทำของพรรคการเมืองทั้งพรรค และให้ยุบพรรคการเมืองนั้นและเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี

               โดยกรรมการบริหารของพรรคพลังประชาชนที่ถูกกล่าวหาและได้รับใบแดงคือ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 1 ซึ่งได้รับใบแดงเมื่อเป็น ส.ส.แล้ว โดยการกลั่นแกล้งของพลเอกสมเจตน์ พลตำรวจโทสมคิด และพลตำรวจตรีชัยยะ ที่ได้ไปข่มขู่กำนันในท้องที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายให้ยอมให้การใส่ร้ายนายยงยุทธ ติยะไพรัช โดยมีกำนันเพียง 1 คน จาก 10 คนที่ให้การปรักปรำว่าถูกจ้าง คือนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำและ กกต.ก็ยอมรับฟังพยานหลักฐานเพียงปากเดียว พรรคชาติไทยคือ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดชัยนาท และพรรคมัชฌิมาธิปไตยคือ นายสุนทร วิลาวัณย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งหลังจากที่ กกต.ได้ให้ใบแดงทั้งสามคนแล้ว ก็ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนความเกี่ยวข้องของกรรมการบริหารพรรคคนอื่น ๆ กับผู้ถูกกล่าวหาแล้ว และส่งความเห็นให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา ซึ่ง กกต. มีมติส่งความเห็นให้อัยการสูงสุดยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย หลังจากนั้น กกต.จึงได้มีมติส่งความเห็นให้อัยการสูงสุดยุบพรรคพลังประชาชน แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับรับคดีทั้งสามนี้ไปพิจารณาพร้อมกันในวันที่ 14 ตุลาคม 2551 โดยคู่ความได้ส่งบัญชีพยานจำนวนมากให้กับศาลเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 แต่ศาลกลับเห็นว่า หลักฐานในคดีนี้เพียงพอแล้ว จึงได้นัดคู่ความมาแถลงปิดคดีและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 เพียง 4 วันหลังจากการส่งบัญชีพยาน และเป็นวันเดียวกับวันที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะต้องเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีสวนสนามของทหารรักษาพระองค์อีกด้วย

               เมื่อถึงวันปิดคดียุบพรรค ศาลรัฐธรรมนูญก็เกรงความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง จึงได้ย้ายสถานที่ในการพิจารณาคดี จากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญบริเวณปากคลองตลาด ไปที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะแทน โดยไม่แจ้งให้คู่ความทราบล่วงหน้า อีกทั้งยังได้จัดกำลังทหารจาก นสศ.เข้าควบคุมสถานการณ์และป้องกัน นปช.ที่จะไปฟังคำวินิจฉัยในครั้งนี้

               และในส่วนของการพิจารณา พรรคพลังประชาชนไม่ได้ส่งตัวแทนไปแถลงปิดคดี เนื่องจากเห็นว่าการพิจารณาในครั้งนี้ไม่เป็นธรรม ทั้งในเรื่องของระยะเวลาและคุณสมบัติบางประการของตุลาการที่พิจารณาคดีนี้ พรรคชาติไทยส่งนายบรรหาร หัวหน้าพรรคไปแถลงปิดคดี โดยนายบรรหารได้ยกมือไหว้ขอความเมตตาจากศาล และพรรคมัชฌิมาธิปไตยส่งนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน (ภรรยาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน) หัวหน้าพรรคไปแถลงปิดคดีด้วยน้ำตานองหน้า และหลังจากที่นางอนงค์วรรณแถลงปิดคดีเสร็จประมาณ 40 นาที ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้อ่านคำวินิจฉัยยุบทั้งสามพรรคการเมือง พร้อมทั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้งสามพรรค จำนวนรวม 109 คน (พรรคพลังประชาชน 37 คน พรรคชาติไทย 43 คน และพรรคมัชฌิมาธิปไตย 29 คน) ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมว่า มีการเตรียมทำคำวินิจฉัยยุบพรรคมาก่อนล่วงหน้าหรือไม่ เนื่องจากข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ตุลาการแต่ละคนต้องทำคำวินิจฉัยส่วนตนเป็นลายลักษณ์อักษร และแถลงต่อที่ประชุมตุลาการเพื่อจัดทำเป็นคำวินิจฉัยกลาง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ระยะเวลาเพียงประมาณ 40 นาทีหลังจากที่นางอนงค์วรรณแถลงปิดคดีเสร็จสิ้น ตุลาการ 9 คน จะสามารถเขียนคำวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองได้เร็วถึงขนาดนั้น และยังอ่านคำวินิจฉัยอย่างลนลาน รีบร้อน อ่านชื่อพรรคและกรรมการบริหารถูกบ้าง ผิดบ้างอีกด้วย และยังอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชนเป็นพรรคแรก ทั้งที่คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายหลังพรรคอื่น เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน หากยุบพรรคพลังประชาชนก่อนพรรคอื่น ก็จะทำให้รัฐบาลสิ้นสภาพทันที หรือเป็นเพียงวิธีการเพื่อให้ พธม.ยุติการชุมนุมที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของชาติถึงกว่า 290,000 ล้านบาท เท่านั้นเองหรือ

              เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสามพรรคต้องถูกยุบลงด้วยคำวินิจฉัยของ ตุลาการพิบัติ ที่ทำให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งกำลังประชุมคณะรัฐมนตรีอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากในช่วงที่เดินทางกลับมาจากการประชุม APEC ที่ประเทศเปรู เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ พธม.ยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงต้องนำเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่แทน ไม่สามารถเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ดังที่ประสงค์ พธม.ก็ได้ประกาศชัยชนะขั้นสุดท้ายในการชุมนุม หลังจากที่ได้ประกาศชัยชนะอย่างพร่ำเพรื่อและเหลวไหลไร้สาระมาแล้วหลายครั้งตลอดการชุมนุม เช่น การขับไล่นายจักรภพและนายนพดล การปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับโจร คมช. คดีปราสาทพระวิหาร คดี “ทำกับข้าวถูกปลด เป็นกบฏถูกปล่อย” และได้ยุติการชุมนุม พร้อมทั้งทำพิธีส่งมอบคืนสถานที่ที่ใช้ในการชุมนุมทุกสถานที่ ทั้งที่ไม่เคยมีหน่วยงานใดยกพื้นที่ให้ พธม.เข้าไปชุมนุมเลย พร้อมทั้งขอบคุณแนวร่วม พธม.ที่ยอมเข้าร่วมการกระทำความผิดกฎหมายในหลายฐานความผิด และสดุดีแนวร่วม พธม.ที่เสียชีวิตจำนวน 7 ราย ตามแถลงการณ์ฉบับที่ 27-28 พร้อมทั้งจะกลับมาชุมนุมใหม่หากรัฐบาลใหม่มาจากพรรคที่สืบทอดนโยบายจากพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน 

              

ซึ่งเป็นที่ปรากฏในภายหลังว่า การชุมนุมของ พธม.ในทำเนียบรัฐบาลนั้น ไม่เป็นไปโดยสงบและมีอาวุธอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอาวุธที่กองทัพธรรมมูลนิธิเป็นผู้ผลิตขึ้นจากศูนย์กลางของสันติอโศก ทั้งที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดนครสวรรค์ ได้ก่อความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของราชการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสนามหญ้าหน้าทำเนียบรัฐบาลที่ได้รับความเสียหาย และยังมีทรัพย์สินของราชการหลายรายการที่สูญหายไปจากทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธของตำรวจที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัย และ server ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงและการข่าว สาวก พธม.บางส่วนก็ได้กระทำการอันไม่เหมาะสมในทำเนียบรัฐบาล เช่นการถ่ายอุจจาระรดเฟอร์นิเจอร์ การมีเพศสัมพันธ์ในห้องทำงานของข้าราชการและทิ้งถุงยางอนามัยลงในท่อระบายน้ำ การจำหน่ายยาไอซ์ในบริเวณการชุมนุม นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือแพร่สะพัดอีกด้วยว่า กองทัพธรรมมูลนิธิได้ลักลอบปลอมธนบัตรใบละ 1,000 บาทขึ้นในทำเนียบรัฐบาลและนำไปหมุนเวียนใช้ภายนอกอีกด้วย และการชุมนุมที่ท่าอากาศยานทั้งสองแห่ง การ์ดของ พธม. ก็ยังได้ทะเลาะวิวาทกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ตกค้าง ทำร้ายร่างกายและขับไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ออกไปจากพื้นที่ชุมนุม โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานดอนเมืองที่แนวร่วม พธม.ได้ระดมถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำร้ายร่างกายแนวร่วม พธม.ด้วยกันที่ต้องการกลับบ้าน โดยบางรายถึงขั้นเสียชีวิตและนำศพไปเก็บไว้ในคลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมือง และอีกรายก็ถูกเตะลงในคูน้ำข้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งปรากฏในภายหลังว่าถึงแม้จะไม่เสียชีวิต แต่ก็ได้รับอาการสาหัสถึงขั้นเสียสติ ในส่วนภูมิภาค สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้และเครือญาติ ได้ให้การสนับสนุนมวลชนในการชุมนุมขับไล่รัฐมนตรีที่อยู่ในรัฐบาลของนายสมัครและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เดินทางไปตรวจราชการในเขตภาคใต้ และแนวร่วม พธม.จากภาคใต้เมื่อโดยสารรถไฟมาร่วมชุมนุม ก็ยังได้ค้างชำระค่าโดยสารประมาณ 50,000 บาทอีกด้วย ผลของการชุมนุมของ พธม.ที่สวมเสื้อสีเหลืองในการร่วมกระทำความผิดหลาย ๆ กระทง จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของ พธม.ไปแล้ว ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่กล้าสวมเสื้อสีนี้ ทั้งที่เป็นสีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์

                ในส่วนของ ส.ส.และรัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบ ก็ต้องพ้นจากหน้าที่ไปในวันเดียวกันนั้นเอง ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรักษาการ อันประกอบด้วยรัฐมนตรีที่เหลืออยู่ ได้อนุมัติให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 รักษาการนายกรัฐมนตรีไปจนกว่าสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และกำหนดเลือกตั้ง ส.ส.แทนผู้ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง จำนวน 22 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง 29 คน ในวันที่ 11 มกราคม 2552 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.แทนนายอภิรักษ์ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2551 และลาออกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 ภายหลังจากที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในคดีรถและเรือดับเพลิง โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ลงสมัคร และได้รับเลือกตั้ง

 

              สำหรับ ส.ส.ที่ไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ก็ได้มีการย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ที่ตั้งสำรองไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเชื่อว่าพรรคของตนจะต้องถูกยุบอย่างแน่นอน โดย ส.ส.อดีตพรรคพลังประชาชนโอนย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ส.ส.อดีตพรรคชาติไทยโอนย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา และ ส.ส.อดีตพรรคมัชฌิมาธิปไตยโอนย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และสภาผู้แทนราษฎรก็มีกำหนดที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 โดยพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาราชโดยนายเสนาะ มีแนวคิดที่จะให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่เป็นคู่ขัดแย้งทั้งสองพรรค โดยจะเสนอชื่อพลตำรวจเอกประชา พรหมนอก ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อจัดตั้ง รัฐบาลเพื่อชาติ ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มที่…
 
กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
25 มีนาคม 2552

 

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s