เมืองไทยรายเดือน (พฤษภาคม 2552)

เมืองไทยรายเดือน
(ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม 2552)

 

 

ภายหลังจากที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ทำการชุมนุมเพื่อเรียกร้องจิตสำนึกของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผู้สนับสนุนอย่างพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ โดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธมาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2552 แต่รัฐบาลก็กลับเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของมวลชนเรือนแสน ซ้ำร้ายยังได้สร้างสถานการณ์ความรุนแรง และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อปราบปรามคนเสื้อแดงด้วยความโหดร้ายทารุณเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานในวันสงกรานต์เสียอีก จนต้องยุติการชุมนุมไปเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2552 พร้อม ๆ กับการสั่งปิดสื่อมวลชนของคนเสื้อแดงทั้งสถานีโทรทัศน์ D-Station และสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ เพื่อปิดหูปิดตาประชาชนให้หลงเชื่อความเท็จที่รัฐบาลใส่ร้ายอยู่แต่เพียงฝ่ายเดียว จนนำไปสู่การประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภาอันจะนำไปสู่วิถีทางแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ในวันที่ 22 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา
ผลจากการประชุมดังกล่าว ทำให้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2551 รัฐสภาจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 ชุดคือ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง และคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนของทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นักวิชาการที่มีความเห็นพ้องกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และนักวิชาการที่มีความเห็นพ้องกับ นปช. เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และแสวงหาแนวทางในการสร้างความสมานฉันท์ในแผ่นดิน ซึ่งรวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อันมีสาระเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายประชาธิปไตย เนื่องจากเป็นผลผลิตจากการยึดอำนาจจากรัฐบาลพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549
นอกจากที่รัฐบาลจะต้องประสบกับปัญหากลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่ยอมรับในอำนาจเถื่อนนี้แล้ว ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2552 นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พธม.ที่ถูกลอบสังหารภายหลังจากการยุติการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเพียง 3 วัน ในขณะที่ยังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ ก็ได้จัดแถลงข่าวเพื่อเปิดโปงแผนลอบสังหารตน โดยพาดพิงทั้ง พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ บุคคลที่ใกล้ชิดกับราชสำนัก โดยเฉพาะท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ซึ่งไม่พอใจบทบาทของนายสนธิ เนื่องจากเห็นว่าพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ เป็นผู้มีความจงรักภักดี ไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวหาใส่ร้ายของนายสนธิแต่ประการใด ทำให้ท่านผู้หญิงวิระยาก็เกิดความขัดแย้งกับข้าราชสำนักบางคนที่สนับสนุน พธม.อย่างเช่นท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระอีกเช่นกัน และฝ่ายทหารที่นำโดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ที่มีความสนิทสนมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานความมั่นคง นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยจนถึงขนาดที่ร่วมมือกันจัดตั้งกลุ่มคนเสื้อน้ำเงินที่พัทยา แต่นายสนธิเลือกที่จะพุ่งเป้าไปที่กลุ่ม “สีน้ำเงิน” มากกว่า ดังจะเห็นได้จากคำกล่าวของนายสนธิที่ระบุว่า เห็นทหารเป็นผู้ลงมือยิงตน เมื่อยิงเสร็จแล้ว ก็ขับรถยนต์ออกไปทางจังหวัดกาญจนบุรี อันเป็นที่ตั้งของกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ซึ่งคำกล่าวของนายสนธินี้ก็สอดคล้องกับหลักฐาน ณ ที่เกิดเหตุ คือปลอกกระสุนที่ใช้ยิงนายสนธินั้น มีตัวอักษรว่า RTA (Royal Thai Army ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษของกองทัพบก) จึงน่าเชื่อได้ว่าทหารเป็นผู้ลงมือลอบสังหารนายสนธิ และน่าจะเป็นทหารในระดับสูงเสียด้วย เนื่องจากอาวุธสงครามที่ใช้ในราชการทหารนั้นไม่สามารถนำออกมาใช้โดยทั่วไปได้นอกจากจะได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น อีกทั้งนายสนธิก็ได้กล่าวเชิงตัดพ้อนายสุเทพว่า ช่วงที่ตนโดนยิงเกือบตาย ไม่เห็นนายสุเทพไปเยี่ยมเลย มีแต่เพียงนายอภิสิทธิ์และรัฐมนตรีบางคนที่เกี่ยวข้องกับ พธม.เท่านั้น จึงอยากถามนายสุเทพว่า ทำไมใจจืดใจดำกับตนขนาดนี้ อุตส่าห์ช่วยกันล้มรัฐบาลของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณและตัวแทนมาเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้ว ไม่สำนึกในบุญคุณของตนเลยหรืออย่างไร
ผลของการออกมา “แฉ” และ “ทวงบุญคุณ” ของนายสนธิกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ก็ได้นำไปสู่รอยปริร้าวของคนกลุ่มนี้ในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นการออกหมายจับกลุ่มนักรบศรีวิชัยของ พธม. ที่ลอบยิงกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาคุ้มกันสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ ปากซอยวิภาวดีรังสิต 3 เพื่อเอาใจฝ่ายสีน้ำเงิน เนื่องจากพลเอกประวิตรมีน้องชายชื่อพลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อรัฐบาลเอาใจกลุ่มสีน้ำเงินด้วยกรณีนี้แล้ว ก็หันมาเอาใจกลุ่มสีเหลืองบ้าง โดยการสั่งระงับการเช่ารถเมล์ 4,000 คันตามโครงการรถเมล์พลังงานก๊าซธรรมชาติ (natural gas for vehicle: NGV) ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้เสนอ เนื่องจากราคาเช่าสูงกว่าราคาซื้อถึงประมาณ 4 เท่าตัว ซึ่งแนวคิดให้ยกเลิกโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากแกนนำ พธม. และ ส.ว.กลุ่ม 40 ซึ่งมีแนวความคิดโน้มเอียงไปทาง พธม.เช่นกัน และเมื่อรัฐบาลเทใจให้กับกลุ่มสีน้ำเงินมากเกินกว่าระดับที่กลุ่มสีเหลืองจะรับได้แล้ว ที่ประชุมสภา พธม. เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2552 ที่มหาวิทยาลัยรังสิตของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ นักธุรกิจการศึกษาหัวใจสีเหลือง และการจัดงานฉลองการทำลายชาติมาราธอน 193 วัน ครบ 1 ปี ในวันถัดมา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมี ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นักวิชาการหัวใจสีเหลืองเป็นอธิการบดีเช่นกัน จึงได้มีมติให้ พธม.ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยการจัดตั้ง “พรรคการเมืองใหม่” แทนการพึ่งพิงพรรคประชาธิปัตย์
แต่ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะผลัดกัน “อุ้ม” กลุ่มการเมืองทั้งสองสีจนเกิดปัญหาขัดแย้งกันอย่างไร รัฐบาลและผู้สนับสนุนทั้งสองสีนี้ก็ยังคงมองกลุ่มคนเสื้อแดงและพันตำรวจโท ดร.ทักษิณเป็นศัตรูร่วมกันอยู่เช่นเดิม
ดังจะเห็นได้จากเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 รัฐบาลได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนสวมเสื้อสีขาว ภายใต้แนวคิด “หยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง” โดยมีนัยโจมตีกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็นผู้ใช้ความรุนแรงในช่วงสงกรานต์เลือด และได้มีการทำป้ายข้อความดังกล่าวติดตั้งตามหน่วยทหารสำคัญ ๆ อีกด้วย ทั้งที่ฝ่ายทหารต่างหากที่เป็นผู้ใช้ความรุนแรงแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่มาเรียกร้องตามสิทธิเสรีภาพของตน หรืออาจมองในมุมกลับก็ได้ว่า นี่เป็นเตือนฝ่ายทหารว่าอย่าทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีกก็ได้ และในวันถัดมาซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล นายเนวินในฐานะผู้บริหารสูงสุดของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีหัวหน้าพรรคเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยว่าจ้างมวลชนผ่านทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้มาแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านทางการจัดกิจกรรม 3 จุดคือ ท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนิน และลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อหวังให้ได้มวลชนมากพอที่จะลบล้างภาพการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในสมัยที่พันตำรวจโท ดร.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งประชาชนที่ถูกรับจ้างส่วนมากก็เป็นคนเสื้อแดงที่รู้ทันแนวความคิดอันอัปรีย์นี้ จึงทำให้การจัดงานวันฉัตรมงคลโดยคนอัปมงคลอย่างนายเนวิน มีผู้เข้าร่วมบางตากว่าครั้งที่ผ่าน ๆ มา ส่งผลให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ถูกบังคับให้ถ่ายทอดภาพผู้เข้าร่วมงานเฉพาะส่วนหน้าสุด เพื่อตบตาประชาชนว่ามีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซ้ำร้ายไปกว่านั้น สถานีโทรทัศน์ Thai PBS ก็ยังได้กระทำการประมาทเลินเล่อด้วยการเผยแพร่บทเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” แทรกระหว่างการถ่ายทอดสดงานสำคัญของชาติในครั้งนี้อีกด้วย
ต่อมาในวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้จัดการชุมนุมใหญ่ขึ้นอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์สงกรานต์เลือด ภายใต้หัวข้อ “ความจริงวันนี้ ใครทำร้ายประเทศไทย” ณ ลานหน้าวัดเวฬุวนาราม (ไผ่เขียว) เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เพื่อตอบโต้โครงการ “หยุดทำร้ายประเทศไทยฯ” ของรัฐบาล โดยการนำเสนอหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอ จนสามารถหักล้างกับการกล่าวหาใส่ร้ายของรัฐบาลได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเชิญผู้ได้รับบาดเจ็บถูกทหารเลือดเย็นยิงมาสัมภาษณ์ การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยอันหละหลวมที่กระทรวงมหาดไทย และการเสียชีวิตของพลทหารรับใช้แม่ทัพภาคที่ 1 โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะมีฝนตกหนักจนทำให้เกิดน้ำท่วมขังและโคลนเลนตลอดทั่วทั้งบริเวณที่จัดงานก็ตาม แต่กลุ่มคนเสื้อแดงก็มิได้แสดงอาการย่อท้อต่ออุปสรรคนี้แต่อย่างใด ยังคงนั่งรับฟังความจริงที่ถูกปกปิด ซ่อนเร้น อำพรางโดยรัฐบาล “ทาสเปรม” จนเสร็จสิ้นการปราศรัย
จากเหตุการณ์สงกรานต์เลือดที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ชัดว่า สื่อมวลชนกระแสหลักหลาย ๆ แขนงทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ต่างก็ตกอยู่ภายใต้อาณัติของรัฐบาลนี้และผู้เกี่ยวข้อง จนไม่สามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นจริงต่อประชาชนได้ อีกทั้งยังได้คุกคามสื่อมวลชนของกลุ่มคนเสื้อแดงอีกด้วย จึงได้มีการจัดตั้งสื่อมวลชนของคนเสื้อแดงขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับความต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยมีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ People Channel ขึ้นทดแทนสถานีโทรทัศน์ D-Station ที่ถูกระงับการออกอากาศและถูกยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน โดยไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตำรวจ ฝ่ายคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) หรือฝ่ายกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็ตาม การเปิดสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ขึ้นใหม่ โดยใช้ความถี่ 107.75 MHz แทนความถี่เดิมคือ 107.5 MHz เนื่องจากมีการใช้เครื่องส่งที่มีกำลังส่งสูงกว่าในการส่งกระจายเสียงภายใต้ชื่อ “Yes Radio” ซึ่งมีผลให้คลื่นวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ที่มีความถี่ใกล้เคียงกันถูกแทรกสอดโดยคลื่นดังกล่าวจนมีรัศมีในการรับฟังจำกัดกว่าเดิมหลายเท่า ต่อมาจึงได้ขยายสถานีลูกข่ายเพื่อให้บริการในเขตตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ด้วยความถี่ 91.25 MHz และยังได้มีการเปิดตัวสถานีวิทยุชุมชนอื่น ๆ ที่เป็นเครือข่าย นปช.ขึ้นอีกหลายสถานีในเวลาต่อมา เช่น สถานีวิทยุชุมชนฅนรักไทย FM 95.25 MHz สถานีวิทยุชุมชนรวมใจไทย FM 105.75 MHz กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุเพื่อประชาชน FM 97.25 MHz สถานีวิทยุผู้กล้าประชาธิปไตย FM 101.25 MHz จังหวัดสมุทรปราการ และสถานีวิทยุ Red Skill Radio FM 96.25 MHz (ต่อมาเปลี่ยนความถี่เป็น 96.35 MHz เนื่องจากถูกรบกวนความถี่) จังหวัดปทุมธานี
ในส่วนของหนังสือพิมพ์และนิตยสารของคนเสื้อแดง ก็มีการเปิดตัวกันหลายฉบับ เช่น บริษัท เพื่อนพ้อง น้องพี่ จำกัด โดยคณะผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ ออกหนังสือพิมพ์มหาประชาชน ฉบับความจริงวันนี้ ราย 3 วัน ซึ่งใช้ชื่อเดิมของนิตยสารมหาประชาชน รายสัปดาห์ที่เคยเผยแพร่ในช่วงการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.-ชื่อเดิมของ นปช.) ในช่วงปี 2550-2551 ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น ออกหนังสือพิมพ์วิวาทะ ฉบับ Thai Red News รายสัปดาห์ นายวิสา คัญทัพ และนางไพจิตร อักษรณรงค์ ศิลปินคู่สามีภรรยา ออกหนังสือพิมพ์ธงแดงรายปักษ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ออกนิตยสาร Voice of Taksin (เสียงทักษิณ) รายปักษ์ และนายวัฒน์ วรรลยางกูร ออกนิตยสาร D Magazine เป็นต้น
และนอกจากที่รัฐบาลจะสร้างปัญหาการเมืองอันนำไปสู่ปัญหาความแตกแยกในสังคม ดังเช่นกรณีสงกรานต์เลือดแล้ว ก็ยังได้สร้างปัญหาเศรษฐกิจด้วยการออก “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552” เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เพื่อกู้เงินให้เป็นภาระแก่แผ่นดินจำนวนไม่เกิน 400,000 ล้านบาท อันนำไปสู่การใช้จ่ายอย่างไม่ชอบมาพากล ดังที่จะได้กล่าวถึงต่อ ๆ ไป โดยมิได้คำนึงถึงการหารายได้เข้าแผ่นดินเพื่อนำไปชำระคืนหนี้ แต่รัฐบาลชุดนี้ก็กลับประโคมข่าวการตามหาบิดาชาวญี่ปุ่นให้กับเด็กชายเคอิโงะ ซาโต การแข่งขันเครื่องบินกระดาษของเด็กชายหม่อง ทองดี เด็กไร้สัญชาติ ที่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้เป็นทูตวิทยาศาสตร์ และจะให้ทุนการศึกษาจนจบปริญญาเอก การให้กำเนิดลูกหมีแพนด้าที่เกิดจากการผสมเทียมระหว่าง “ช่วงช่วง” และ “หลินฮุ่ย” ที่รัฐบาลไทยได้รับจากรัฐบาลจีนในฐานะทูตสันถวไมตรี ภายหลังจากที่ประสบความล้มเหลวในการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติมาแล้วหลายครั้ง เพื่อกลบกระแสการกู้ยืมเงินอันมากมายดังเช่นที่รัฐบาลของนายชวน หลีกภัยจากพรรคประชาธิปัตย์เช่นกันเคยทำไว้

 

(โปรดติดตามเหตุการณ์ต่อไปได้จาก “เมืองไทยรายเดือน” ฉบับเดือนมิถุนายน 2552)
กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
25 กุมภาพันธ์ 2553

 

 

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s