เมืองไทยรายเดือน (มิถุนายน 2553)

เมืองไทยรายเดือน
(ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 มิถุนายน 2553)
หลังจากแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ถูกกองกำลังโจรชั่วชุดพรางที่เรียกตัวเองว่าเป็น “ทหาร” เข้าทำการสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์โดยใช้คำว่า “กระชับวงล้อม” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 หลังจากที่เคยถูกกองกำลังโจรชั่วชุดพรางนี้เข้าทำการสลายการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศโดยใช้คำว่า “ขอคืนพื้นที่” มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 จนต้องย้ายเวทีการชุมนุมมา ณ แยกราชประสงค์ แต่ก็ไม่วายถูกกองโจรชั่วชุดพรางเหล่านี้ตามมาราวีเพื่อเอาชีวิตอีก การชุมนุมเพื่อขอทวงคืนอำนาจจากรัฐบาลทหารชุดนี้ที่ดำเนินมาได้กว่า 2 เดือนจึงต้องสิ้นสุดลงพร้อมกับการสร้างสถานการณ์วางเพลิงเผาสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อสร้างภาพให้กลุ่มคนเสื้อแดงเป็นผู้ร้ายสมจริงสมจังยิ่งขึ้น พร้อม ๆ กับการออกหมายจับแกนนำ นปช. การระงับการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง และการระงับการเผยแพร่สื่อมวลชนของกลุ่มคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยในฐานะแนวร่วมทางการเมืองในระบบรัฐสภาของกลุ่มคนเสื้อแดง จึงได้นำประเด็นดังกล่าวมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยได้อภิปรายนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลงานด้านความมั่นคง ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อภารกิจสลายการชุมนุมโดยเฉพาะ พร้อมกับการเปิดอภิปรายรัฐมนตรีอื่น ๆ ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเมืองอีก 4 รายคือ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากก่อหนี้สาธารณะด้วยการกู้ยืมเงินจนเป็นภาระแก่ระบบการคลังของแผ่นดินจำนวนมาก เพื่อนำเงินดังกล่าวมาดำเนินโครงการที่ส่อไปในทางทุจริตหลายโครงการ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศเลย หากแต่มุ่งที่จะทำลายล้างนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากปล่อยปละละเลยให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีครอบครัวของตนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เข้าเป็นคู่สัญญาในโครงการก่อสร้างของรัฐบาลหลายโครงการ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจในการทุจริตการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอและการแต่งตั้งโยกย้ายต่าง ๆ ในกระทรวงมหาดไทยอีกด้วย และนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากรู้เห็นเป็นใจให้ซิโน-ไทยฯ ของครอบครัวนายชวรัตน์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ตนสังกัด ได้รับประโยชน์อันไม่สมควรจากการเข้าเป็นคู่สัญญาในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งการอภิปรายในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมจากทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในการตรวจ (censor) หลักฐานต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการอภิปราย อันน่าจะเป็นการ “สร้างภาพ” ให้รัฐบาลปลอดพ้นจากการถูกสังคมตราหน้าว่าเป็น “ฆาตกรมือเปื้อนเลือด” เสียมากกว่า
ซึ่งได้มีการอภิปรายดังกล่าวในวันที่ 31 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2553 และได้มีการจัดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ลงมติในวันถัดจากวันอภิปราย และผลก็ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนที่ถูกอภิปราย ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่อไป แต่มีข้อน่าสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ (ยกเว้นนายกษิต) ได้คะแนนไว้วางใจสูงกว่านายกษิตและรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย (นายชวรัตน์และนายโสภณ) เนื่องจากเกิดความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อแผ่นดินซึ่งร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย อันมีที่มาจากการที่พรรคดังกล่าวมีสมาชิกทั้งกลุ่มที่สนับสนุนและอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล จนนำไปสู่การ “ขอคืนเก้าอี้” รัฐมนตรีโดยพรรคประชาธิปัตย์ในอีก 4-5 วันต่อมา เพื่อนำไปจัดสรรให้แก่สมาชิกของพรรคตนเองและพรรคเพื่อแผ่นดินในส่วนที่สนับสนุนรัฐบาลเพิ่มเติม และยังได้จัดสรรตำแหน่งให้กับ “พรรคมาตุภูมิ” ซึ่งเข้ามาร่วมรัฐบาลเพิ่มเติมอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีปรากฏการณ์ “งูเห่า” เกิดขึ้นภายในพรรคเพื่อไทยจากการลงมติไว้วางใจของ ส.ส.บางรายอีกด้วย อันเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่บัญญัติให้ ส.ส.ไม่ต้องเคารพมติของพรรคที่ตนสังกัด แต่ให้เคารพเฉพาะผู้อุปถัมภ์ทางการเงิน (ซื้อ) ตนเองก็พอ และพฤติกรรมที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคนประพฤติตัวเป็น “โสเภณีทางการเมือง” นี้ก็ยังคงมีปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะได้กล่าวถึงในโอกาสต่อไป
เมื่อรัฐบาลทาสอำมาตย์ชุดนี้ได้ใช้ “เสียงข้างมากลากไป” ของสภาผู้แทนราษฎรในการต่ออายุการทำงานให้กับตนเองแล้ว ก็ยังคงมีการกระทำอันส่อแสดงให้เห็นถึงการกลั่นแกล้งรังแกประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศปรากฏออกสู่สาธารณชนอย่างไม่หยุดหย่อนอยู่ตลอดมา ทั้งการแต่งตั้งบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็น “สมุนรับใช้อำมาตย์” เพื่อร่วมดำเนินการ “ปรองดองบนกองเลือด” ผ่านทางคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุดที่เคยสั่งไม่ฟ้องบุคคลในรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้จัดสรรสิทธิในที่ดินที่ได้รับการปฏิรูป (สปก.4-01) ให้กับพวกพ้องของตน และอดีตประธานกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษ และการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) ที่ตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบรัฐบาลของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตรโดยเฉพาะ เป็นประธานกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธานกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมี ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ดร.จรัส สุวรรณมาลา ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ นายทวี สุรฤทธิกุล ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต และนายวุฒิสาร ตันไชย ร่วมเป็นกรรมการ และในส่วนของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่ได้ตั้งขึ้นมาภายหลัง ก็ยังมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีทาสเผด็จการทหาร เป็นประธานกรรมการปฏิรูป ร่วมกับกรรมการคนอื่น ๆ ทั้ง ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน และนายแพทย์ประเวศ วะสี เป็นประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูป ซึ่งมี ดร.ณรงค์ นางเตือนใจ ดีเทศน์ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายปรีดา เตียสุวรรณ์ นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม นายแพทย์วิชัย และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย ที่กล่าวว่าบุคคลเหล่านี้เป็นสมุนรับใช้อำมาตย์ก็เนื่องจากบุคคลที่ได้กล่าวรายชื่อมาทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นนักวิชาการ นักธุรกิจ นักคิด นักเขียน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และ/หรือการรัฐประหารโค่นล้มอำนาจประชาชนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 อย่างไม่มากก็น้อย
การกล่าวหาให้ร้ายประชาชนด้วยสาระอันเป็นเท็จ พร้อมทั้งสร้างสถานการณ์ให้สังคมคล้อยตามความเชื่อของตน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ข้อความบนด้านหลังของธนบัตรใบละ 100 บาทว่าจะขอจงรักภักดีต่อพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ที่เป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกลับชาติมาเกิด เพื่อให้สิ่งที่เคยกล่าวหาพันตำรวจโท ดร.ทักษิณว่าเป็น “หัวหน้าขบวนการล้มเจ้า” ดูสมจริงสมจังมากขึ้น เช่นเดียวกับการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในกรณีต่าง ๆ ทั้งการสังหารนายศักรินทร์ กองแก้ว (อ้วน บัวใหญ่) แกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2553 หรือวันเดียวกับที่มีการแถลงแผนปรองดองของรัฐบาล การวางระเบิดใกล้กับที่ทำการพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2553 และการยิงจรวด RPG เข้าใส่ถังน้ำมันเปล่าภายในคลังน้ำมันของกรมพลาธิการทหารบก จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เพื่อใช้เป็นตราประทับในการคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดต่าง ๆ ที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ขบวนการก่อการร้าย” อยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง และข้อกล่าวหาก่อการร้ายนี้ก็ยังถูกขยายผลให้เลยเถิดไปจนถึงการออกแนวความคิดของนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ในการที่จะใช้เงินของรัฐบาลซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจาก Temasek Holdings ของประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากเห็นว่าดาวเทียมดวงดังกล่าว ซึ่งบริหารโดยบริษัทที่มีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณเป็นผู้ก่อตั้งและได้ขายกิจการให้กับสิงคโปร์ไปแล้วนั้น ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการก่อการร้ายของ นปช.ด้วยการให้สถานีโทรทัศน์ People Channel เผยแพร่กิจกรรมการปลุกระดมมวลชน ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวนี้ก็ถูกตั้งคำถามจากสังคมในหลาย ๆ ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในโครงสร้างการถือหุ้น เนื่องจากดาวเทียมไทยคมดำเนินการโดยบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือหุ้นทางอ้อมโดย Temasek Holdings ผ่านทางบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มิใช่ Temasek Holdings ถือหุ้นในไทยคมโดยตรง อีกทั้งไทยคมก็ประกอบธุรกิจอื่น ๆ นอกจากธุรกิจดาวเทียมที่ได้รับสัมปทานจากรัฐอีกด้วย จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า รัฐบาลจะซื้อหุ้นของบริษัทหรือซื้อทรัพย์สินในการประกอบกิจการดาวเทียมที่ตกเป็นของรัฐอยู่แล้วตามสัญญาสัมปทานกันแน่ และการออกมาแสดงท่าทีเช่นนี้ของคนในรัฐบาล ก็น่าจะทำให้บุคคลในวงการตลาดทุนที่เกี่ยวโยงกับบุคคลในรัฐบาลได้รับประโยชน์จากราคาหุ้นไทยคมที่สูงขึ้นผิดปกติจากข่าวดังกล่าว
และไม่เพียงแต่สิทธิเสรีภาพของประชาชนในทางการเมืองเท่านั้นที่ถูกลิดรอนไป หากแต่ยังปรากฏภาพของการใช้อำนาจรัฐในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทางเศรษฐกิจอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากกรณีที่กลุ่มผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งพิการทางสายตา ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553 เพื่อขอความเป็นธรรมในการจัดสรรสิทธิ (quota) ของการจำหน่ายสลาก แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีฐานละเมิดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ซ้ำร้ายบางรายก็ต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจนตกลงไปในคลองเปรมประชากร บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย
ส่วนประชาชนโดยทั่วไป ก็ยังต้องเผชิญกับการดำเนินการของรัฐบาลที่จะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจการเงินการคลังของประเทศอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเสนอขายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ภายหลังจากที่ได้เสนอขายไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ด้วยวงเงินกว่า 100,000 ล้านบาท ในวันที่ 7-11 มิถุนายน 2553 (ต่อมาได้ขยายอีก 3 วันคือวันที่ 14-16 มิถุนายน 2553) เพื่อนำเงินที่ได้จากการกู้ยืมประชาชนนี้ไปใช้ดำเนินโครงการ “ไทยเข้มแข็ง” ที่เคยถูกสังคมตั้งข้อครหาถึงความไม่โปร่งใสในการดำเนินการดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และก็ยังมีการนำงบประมาณแผ่นดิน ที่ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายในการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และการสร้างนโยบาย “รัฐสวัสดิการ” (state welfare) ซึ่งเป็นนโยบายที่ใช้กันในประเทศที่มีรายได้หลักของแผ่นดินมาจากภาษี แต่รัฐบาลอำมาตย์ไทยกลับนำเงินที่ได้จากการกู้ยืมไปทำนโยบายดังกล่าว โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของชาติหากไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้นี้ได้เลยแม้แต่น้อย

(โปรดติดตามเหตุการณ์ต่อไปได้จาก “เมืองไทยรายเดือน” ฉบับเดือนกรกฎาคม 2553)

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
4 กันยายน 2553

 

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s