สยามทัศนะ (สิงหาคม 2555)

สยามทัศนะ

 (ปีที่ 2 ฉบับที่ 5 สิงหาคม 2555)

      เดือนสิงหาคม 2555 ครบกำหนด 1 ปีที่รัฐบาลซึ่งมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแห่งพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ได้เข้ามาบริหารประเทศตามฉันทามติของพี่น้องประชาชน แม้ว่าจะต้องผจญกับการ “รับน้อง” สารพัดวิธีจากฝ่ายอำนาจนอกระบบและเหนือการเมือง ตั้งแต่เหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อช่วงต้นการเข้าดำรงตำแหน่ง จนยุติลงเมื่อเกือบปลายปี 2554 ที่ผ่านมา และเกมการเมืองของบรรดาสมุนบริวารของกลุ่มอำนาจเดียวกัน ทั้งการขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะเกรงพวกตนจะเสียประโยชน์ และการคัดค้านการเสนอกฎหมายปรองดองที่มองว่าฝ่ายอำมาตย์จะต้อง “เสียหน้า” ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงกรณีการใช้กฎหมายอันเป็นเครื่องมือของฝ่ายอำมาตย์เข้าทำร้ายทำลายชีวิต ร่างกาย สิทธิ เสรีภาพ และความรู้สึกของประชาชนชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกฎหมายจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่ถูกออกแบบให้ฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองอยู่เหนือการตรวจสอบ เหนือการถูกวิพากษ์วิจารณ์ และ “ลอยตัว” อยู่เหนือความรับผิดชอบในความผิดใด ๆ ที่ตนได้ก่อขึ้นเสมอมา ซึ่งรวมถึงการสังหารหมู่ประชาชนเพื่อ “ยื้อ” เวลาในการครองอำนาจไว้กับตนให้นานที่สุดเมื่อปี 2552-2553 อีกด้วย แต่รัฐบาลที่มาจากมวลมหาประชาชนของพรรคเพื่อไทยก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ เหล่านี้มาได้ และได้ขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ดังที่เคยกล่าวมาแล้วเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของเจ้าของประเทศที่แท้จริง ซึ่งก็คือ คนไทยทุกคนนั่นเอง มิใช่ฝ่ายอำนาจนอกระบบและเหนือการเมืองดังเช่นที่พรรคประชาธิปัตย์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และองค์กรอื่น ๆ ในเครือข่ายเดียวกันทั้งฝ่ายตุลาการ และกองทัพ (จงใจที่จะ) เข้าใจผิดตลอดมา (และเชื่อว่าจะตลอดไป) แต่อย่างใด

                และฝ่ายอำนาจดังกล่าวนี้ก็เรียกได้ว่าถูก “ตบหน้า” อย่างแรงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อทราบข่าวว่าพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร มหาศัตรูอันดับแรกสุดของตนเอง ในฐานะที่ถูกมองว่าเป็นภยันตรายอย่างร้ายแรงต่อการดำรงอยู่ของพวกตน ได้รับอนุญาต (visa) ให้เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา อันได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่คนพวกนี้แทบจะ “ยอมรับนับถือ” ให้เป็นเสมือน “บิดาบังเกิดเกล้า” คนที่สองของพวกตน แต่เมื่อมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจจากพรรคประชาธิปัตย์ของฝ่ายตน มาเป็นพรรคเพื่อไทยของฝ่ายประชาชน “พญาอินทรี” ก็บินจากพวกอำมาตย์มาถือหางฝ่ายประชาชนจนได้ เมื่อการณ์ปรากฏดังนี้แล้ว ฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองจึงได้ส่งลูกสมุนของตน ซึ่งก็คือแนวร่วม พธม.ไปก่อกวนพันตำรวจโท ดร.ทักษิณที่รัฐลอสแองเจลิสเพื่อหวัง “ตบหน้า” แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน (นปช.) ในประเทศดังกล่าวที่เชิญพันตำรวจโท ดร.ทักษิณเข้าร่วมกิจกรรมเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2555 ด้วยการถือป้ายประท้วงพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ด้วยบรรดาข้อกล่าวหาที่ “โคตรเหง้าศักราช” ของตนสร้างขึ้นรังแกอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ อาทิ การกล่าวหาว่าพันตำรวจโท ดร.ทักษิณเป็นนักโทษหนีอาญาแผ่นดินในคดีทุจริต และกล่าวหาว่าท่านเป็นอันตรายต่อฝ่ายพวกตนอีกด้วย แต่แล้วการประท้วงของ พธม.ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก เนื่องจาก “มุก” ที่นำมากล่าวหานั้น “ด้าน” ไปแล้ว และซ้ำร้ายไปกว่านั้น แนวร่วม พธม.จำนวน 8 คน ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นควบคุมตัวไปดำเนินคดีก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะอีกด้วย โดยปราศจากความช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้นจากบรรดาแกนนำ พธม.ในประเทศไทยผู้มี “สายสัมพันธ์พิเศษ” กับอำนาจเหนือการเมือง

                ซึ่งการประท้วงพันตำรวจโท ดร.ทักษิณของ พธม.สหรัฐอเมริกานี้ ก็ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า กลไกการป้อน (feeding) ความคิดของแกนนำ พธม.มีลักษณะเป็นการยัดเยียดข้อมูลด้านเดียวแก่ผู้รับสาร ซึ่งก็คือบรรดาแนวร่วมเหล่านี้โดยแทบมิได้ใช้วิจารณญาณใด ๆ ของตนเลย มีเพียงหน้าที่ที่ต้องเชื่อตามโดยปราศจากการโต้แย้ง ดังเช่นกรณีภาพยนตร์สั้นเรื่อง “2+2=5” ที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ได้นำเสนอผ่าน Facebook ของตนเอง โดยภาพยนตร์ดังกล่าวมีสาระสำคัญเกี่ยวกับครูที่สอนนักเรียนเกี่ยวกับผลลัพธ์การบวกเลข 2 ด้วย 2 เช่นกัน แต่แทนที่จะได้สี่เป็นผลลัพธ์ ครูกลับ “บังคับขืนใจ” ให้นักเรียนทั้งชั้นตอบว่าห้า แม้ว่าจะมีนักเรียนแย้งว่าผิดก็ตาม แต่ด้วยการอวดเบ่ง ประกาศศักดาของครูว่า “อย่างไรก็ต้องเป็นห้า” ทำให้นักเรียนทั้งชั้นก็ต้องยอมตามครูจนได้

                ในฐานะส่วนตัวที่เคยเจอครูลักษณะเช่นนี้สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา จนกระทั่งเข้ามาติดตามการเมืองไทย ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า สันดานศักดินาอำมาตย์ที่บังคับให้คนอื่นต้องคล้อยตามตนอย่างไร้เหตุผลนั้น มีให้พบเห็นอยู่ทั่วไปทั้งในวงการการศึกษา วงการธุรกิจ วงการบันเทิง และที่จะขอกล่าวถึงในที่นี้ก็คือวงการการเมือง ซึ่งเราจะได้พบเห็นจากการบังคับให้ประชาชนต้องจงรักภักดีกับฝ่ายของตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากฝ่ายตนทำอะไรผิดพลาด ก็ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์หรือแม้กระทั่งตั้งข้อสังเกตใด ๆ ได้เลย หากผู้ใดกระทำไปเช่นนั้นก็จะกลายเป็นคนร้าย คนชั่ว คนเลว ในสายตาของฝ่ายอำนาจเหนือการเมือง จนถึงขั้นที่กล่าวหาว่าฝ่ายตรงข้ามจะล้มล้างฝ่ายของตนกันเสียเลย ทั้งที่ฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองเหล่านี้ มีพฤติกรรมหลายสิ่งหลายอย่างที่เคลือบแคลงสงสัยหรือใช้ภาษาของคนพวกนั้นก็ได้ว่า “มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า” ทำร้ายทำลายประเทศชาติและประชาชนในหลาย ๆ ประการ อาทิ การล้างผลาญทรัพยากรของชาติเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน การใช้กลไกที่ตนเองควบคุมได้ อาทิ กองทัพ ศาล พรรคประชาธิปัตย์ และ พธม.เป็นเครื่องมือในการโค่นล้มอำนาจของฝ่ายประชาชน ซึ่งรวมถึง การสังหารประชาชนเพื่อให้ตนเองครองอำนาจได้ต่อไปเมื่อเดือนตุลาคม 2516 และ 2519 เดือนพฤษภาคม 2535 เดือนเมษายน 2552 และเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมาด้วย

                โดยเฉพาะการสังหารประชาชนในครั้งหลังสุดที่ผู้ครองอำนาจรัฐในเวลานั้น คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นผู้บงการ ซึ่งความจริงก็ใกล้จะปรากฏสู่สังคมแล้วว่า บุคคลทั้งสองนั้นเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง (โดยรับใบสั่งมาจากฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองมาอีกทีหนึ่ง) ในการสังหารประชาชนที่มาประท้วงการได้มาซึ่งอำนาจด้วยการสนับสนุนของฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เนื่องจากฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองนี้มองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่มีพันตำรวจโท ดร.ทักษิณอยู่เบื้องหลังเป็นภัยต่อการดำรงอยู่ของพวกตน จนนำมาสู่การปราบปรามประชาชนเพื่อหวังจะใช้ความบาดเจ็บล้มตายของประชาชนมาเป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจของตน เพราะคนพวกนี้คิดอยู่เสมอมาและตลอดไปว่าประชาชนเป็นเพียงแค่ “ผู้อาศัย” ในแผ่นดินที่ตนเอง “ครอบครอง” อยู่เท่านั้น เช่นเดียวกับที่เคยเกิดเมื่อหลายปีก่อนดังที่เพิ่งได้กล่าวมา

                และเป็นที่แน่นอนว่า เมื่อความจริงอันชั่วร้ายของตนเองถูกเผยแพร่สู่สาธารณะในระดับหนึ่ง จนจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอยู่แล้วนั้น ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บรรดาสมุนบริวารของฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองออกอาการ “ร้อนตัว” หรือหากจะใช้ภาษาพาดหัวข่าวของ website ของหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ (www.manager.co.th) ของ พธม. ก็อาจจะกล่าวได้ว่า “สมุนอำมาตย์หางโผล่-วิ่งตีนขวิดร้องหาพ่อแม่” กันเลยทีเดียว ดังเช่นการแสดงออกของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ที่ยังคงอ้างอยู่ตลอดมาว่า สาเหตุการตายของประชาชนเหล่านี้เกิดจาก “ชายชุดดำ” ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธทั้งที่ไม่มีตัวตนจริง แต่ก็พยายาม “ยกเมฆ” ว่าบรรดาการ์ด นปช.เป็นชายชุดดำทั้งที่ไม่ได้พกพาอาวุธสงคราม อีกทั้งยังไม่มีความรู้ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ใด ๆ ซ้ำร้ายบางรายเพียงแต่ประกอบอาชีพเก็บของเก่าขายเท่านั้น และนักการเมืองระดับนำของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสองรายนี้ก็มิได้นำพาต่อการเผยแพร่เอกสารหลักฐานคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่นายอภิสิทธิ์เป็นผู้ตั้งขึ้นในช่วงการชุมนุมดังกล่าว และให้นายสุเทพรับผิดชอบ ที่ได้ “เปิดไฟเขียว” ให้กองทัพใช้พลซุ่มยิง (sniper) และพลแม่นปืน (marksmanship) ในการ “จัดการ” กองกำลังติดอาวุธที่แฝงอยู่ในการชุมนุม ซึ่งไม่มีจริงแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ตายทุกรายที่เป็นพลเรือน ไม่ปรากฏอาวุธใด ๆ ที่พกติดตัวเลยแม้แต่รายเดียว ซ้ำร้ายบางรายก็เป็นอาสากู้ชีพ และอาสาพยาบาลด้วยซ้ำ คำสั่งดังกล่าวจึงมีนัยไปได้ในทางเดียวคือ รัฐบาลที่ผ่านมาและกองทัพเห็นว่ามวลชนคนเสื้อแดงเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก ดังเช่นคำบัญชาของฝ่ายอำนาจเหนือการเมือง

                ไม่เพียงแค่นักการเมืองทั้งสองจะไม่นำพาต่อคำสั่งยุทธการปราบปรามคนเสื้อแดง และวิบากกรรมแห่งการกระทำเหล่านั้น ดังจะเห็นได้จากเมื่อบุคคลดังกล่าวลงพื้นที่ไปจัดกิจกรรมทางการเมือง ก็จะต้องเผชิญกับการออกมาประท้วงต่อต้านจากแนวร่วม นปช.ที่เห็นว่านายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเป็นผู้สั่งการปราบปรามประชาชนอยู่ร่ำไป หากแต่ข้าราชการประจำผู้รับผิดชอบสถานการณ์ดังกล่าวอย่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งในขณะนั้นเป็นรอง ผบ.ทบ.อยู่ ก็แสดงท่าทีไม่พอใจต่อการเปิดโปงความชั่วร้ายของฝ่ายตนอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการตอบโต้ผู้สื่อข่าวและประชาชนอย่าง “โกหกตอแหล” ไม่สมศักดิ์ศรีของความเป็นลูกผู้ชายชาติทหารเลย ทั้งการระบุว่าอาวุธที่ใช้เป็นเพียงปืนยิงนกที่มีขายทั่วไปตามตลาดนัด และเมื่อถูกซักไซ้ไล่เลียงจน “เข้าตาจน” แม่ทัพบกรายนี้ก็พยายาม “ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ” ด้วยการขอร้องให้สื่อมวลชนงดนำเสนอข่าวการสลายการชุมนุม รวมถึงขอร้องให้ญาติของผู้เสียหายเลิกกล่าวหาว่าทหารปราบปรามประชาชนเสียที ที่ทหารต้องพกพาอาวุธก็เพราะจะนำไปต่อสู้กับศัตรู จากคำกล่าวของพลเอกประยุทธ์ที่ยกขึ้นมานี้ก็แสดงให้เห็นได้ชัด (อีกแล้ว) ว่ากองทัพไทยมองคนไทยในชาติเดียวกันเป็น “อริราชศัตรู” ที่ไม่ภักดีต่อพวกตนโดยแท้ และตัวพลเอกประยุทธ์เองก็ได้ดีในกองทัพบกเพราะการผลักดันจากอำนาจเหนือการเมืองที่ใคร ๆ ก็รู้กันอยู่ว่า “ไม่ควรลงมาเล่นการเมือง แต่นักการเมืองทุกคนต้องยอมก้มหัว” และเมื่อผู้อยู่เบื้องหลังของพลเอกประยุทธ์และกองทัพไทย ซึ่งก็คือคนคนเดียว และ/หรือกลุ่มคนกลุ่มเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังพรรคประชาธิปัตย์ พธม.และกระบวนการยุติธรรมนั่นเอง “โผล่หาง” ออกสู่สาธารณชนว่ามองคนส่วนใหญ่ในชาติเดียวกันเป็นศัตรูแล้ว ความนิยมชมชอบที่เคยได้รับก็ “เจริญฮวบ ๆ ” อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะขอกล่าวรายละเอียดเรื่องนี้ในตอนต่อไป

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

27 กันยายน 2555

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s