สยามทัศนะ (เมษายน 2557)

สยามทัศนะ

(ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 เมษายน 2557)

                 เมื่อพูดถึงเดือนเมษายน หลายคนก็ต้องนึกถึงอากาศที่ร้อน แต่ที่ร้อนกว่าอากาศก็ต้องเป็น “อุณหภูมิทางการเมือง” ที่ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจากอำนาจเหนือการเมืองที่ต้องการ “เร่งปิดเกม” ฝ่ายประชาชนให้รวดเร็วที่สุด ทั้งการกล่าวหาการชุมนุมใหญ่สามวันสองคืนของ นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 5-7 เมษายน ภายใต้แนวคิด “เมื่อความอยุติธรรมเป็นกฎหมาย การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่” (When injustice becomes law, resistance becomes duty) ซึ่งเป็นอมตวาจาของ Thomas Jefferson อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บริเวณถนนอักษะ ที่ใคร ๆ ก็รู้ดีว่า “ใกล้บ้านใคร” ว่าขนคนต่างด้าวมาร่วมชุมนุม การ “คำราม” ของ “ผู้การแดง” อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการ “หมาด ๆ ” ของกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ทายาท “นายพลเสื้อคับ” ที่ไม่พอใจบทบาทของประธาน นปช.หมาด ๆ เช่นกัน “จตุพร พรหมพันธุ์” ถึงขนาดที่จะต้อง “จัดการ” อะไรบางอย่างเลยทีเดียว ทั้งที่ตัวเองได้เข้ามาคุมกองพลนี้ได้ก็เพราะ “เหยียบเลือดเหยียบเนื้อ” คนเสื้อแดงขึ้นมาแท้ ๆ

                แต่เรื่องที่ “ไม่พูดไม่ได้” ก็คือการที่ “หุ่นเชิด” ม็อบนกหวีด “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เผลอหลุดปากออกมาบนเวทีสวนลุมพินีว่า “จะขอสถาปนาตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ นำนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้าเฝ้าฯ และตนเองจะลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่” หากการ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ประสบชัยชนะ แต่พอจับเข้าได้หน่อยก็กลับ “พลิกลิ้น” ไปว่า “สมมติว่าถ้าเราชนะ” พร้อม ๆ กับการ “ดาหน้า” ออกมา “รุมสกรัม” ฝ่ายประชาธิปไตย จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ทั้งที่ศาลปกครองสูงสุดตัดสินเป็นเด็ดขาดไปแล้วให้คืนเก้าอี้เลขาธิการ สมช. พร้อมกับการ “ตั้งคำถาม” ถามนำพยานบางรายอย่างพลตำรวจเอกวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. ที่ถูก “เด้ง” มาเป็นเลขาธิการ สมช.แทนนายถวิล และได้ไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมในเวลาต่อมา ให้มีความรู้สึกเหมือนกับว่าถูกฝ่ายการเมือง “จับย้าย” ทั้งที่ไม่เต็มใจ การที่ กกต.โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้รับผิดชอบงานการจัดการเลือกตั้ง แสดงอาการ “หางโผล่” ไม่อยากให้จัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยแสดงอาการ “เอน” เข้าหาฝ่ายอำมาตย์เหมือนหอเอนปิซ่าที่อิตาลี ดังเช่นการไม่ดำเนินคดีใด ๆ กับผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ “ล้ม” ไป ซ้ำร้ายยังปล่อยให้ “โล้นซ่า” ยกพวกไปปิดโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ที่ใช้เป็นสถานที่หารือเรื่องการเลือกตั้งใหม่ แถมแขวนป้าย “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” กลางห้องประชุมซะด้วย จนทำให้พรรคประชาธิปัตย์ที่ “เตี๊ยม” กันมาล่วงหน้า ไม่เข้าร่วมประชุมด้วยโดยอ้างความไม่ปลอดภัย และมักจะคอย “ทุบ” ฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนนางผีเสื้อสมุทรที่ถือกระบองในมือ ดังเช่นการกล่าวหาคนเสื้อแดงว่าเป็นพวกถ่อยเถื่อน การที่ ป.ป.ช.โดยเฉพาะนายวิชา มหาคุณ ที่เคยส่งหนังสือไปเตือนรัฐบาลให้ใช้โครงการประกันราคาข้าวของพรรคประชาธิปัตย์แทนการรับจำนำข้าว พยายามเร่งดำเนินคดีทุจริตจำนำข้าวกับรัฐบาลปัจจุบันอย่างน่าเกลียด โดยไม่นำพาต่อการดำเนินคดีลักษณะเดียวกัน และคดีอื่น ๆ ที่มี “ลุงกำนัน” และคนในพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายผิด ซ้ำร้ายยังจะไปเอารองปลัดกระทรวงการคลัง “สุภา ปิยะจิตติ” ผู้มีอคติกับรัฐบาลนี้และ “มีใจ” ให้กับฝ่ายอำมาตย์อย่างเห็นได้ชัด อาทิ การลงตัวเลขในบัญชีโครงการรับจำนำข้าวอย่างมีเลศนัย  ชวนให้เข้าใจไขว้เขวได้ว่ามีการ “กินนอกกินใน” สต็อกข้าว การให้การคัดค้านโครงการเงินกู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคม 2 ล้านล้านบาทต่อศาลรัฐธรรมนูญ  การนั่งบอร์ด “ทีโอที” ในยุค คมช.ที่มีประธานชื่อ “สพรั่ง กัลยาณมิตร” ร่วมกับ ส.ว.สรรหาในชุดปัจจุบันอีกสองคนคือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย แถมมีคดีในชั้น ป.ป.ช.ติดตัวอยู่เข้ามาร่วมทีมเสียอีก จน ศอ.รส.และ ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ต้องออกแถลงการณ์และจดหมายเปิดผนึก “เตือนสติ” องค์กรอิสระเหล่านี้โดยเฉพาะ ป.ป.ช. กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้ว่ากระบวนการให้นางสาวสุภาไปเป็น ป.ป.ช.จะต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาเสียก่อน แต่ลึก ๆ แล้ว วุฒิสภาไม่ใช่เพียงแค่จะอ้างเรื่องนี้และการถอดถอนประธานวุฒิสภา “นิคม ไวยรัชพานิช” จากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.เพื่อขอเปิดประชุมวุฒิสภาหรอก แต่เพราะรองประธานวุฒิสภา “สุรชัย เลี้่ยงบุญเลิศชัย” จากสาย ส.ว.สรรหา เตรียมอาศัยช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรนี่แหละ ชิงเสนอนายกรัฐมนตรีคนนอก “สนองตัณหา” ของ “ลุงกำนัน” เช่นเดียวกับที่ “คณะรัฐบุคคล” นำโดยนายพล นักวิชาการ และข้าราชการอาวุโส นำโดยพลเอกสายหยุด เกิดผล เสนอให้ “ป๋าเปรม ติณสูลานนท์” นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานรัฐบาลชั่วคราว ตามที่ ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ เคยเสนอไอเดียเอาไว้ แต่ก็เกิดการ “ผิดใจผิดคิว” อะไรบางอย่างจนแนวคิดนี้ต้อง “แป้ก” ไป

                ไม่เพียงเท่านั้น แม้ในเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล อย่างเช่นการจัดกิจกรรมสงกรานต์ของสโมสรบุรีรัมย์ เอฟซี ของนายเนวิน ชิดชอบ “เบอร์หนี่ง” แห่งพรรคภูมิใจไทย ที่ “จัดเต็ม จัดหนัก” ให้พวก “ขาโจ๋” ที่ชอบมีเรื่องยกพวกตีกัน ขึ้นเวทีมา “ประลองสังเวียน” กับนักมวยอาชีพ ก่อนนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีต่อไป ก็ถูก กสม.อย่างนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ออกมาโจมตีว่าการกระทำของนายเนวินนี้ขัดหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งที่คนอย่าง “หมอนิรันดร์” ไม่นำพาเลยใช่ไหมกับการยกพวกตีกันของวัยรุ่นในงานรื่นเริงต่าง ๆ หรือแม้แต่ตามท้องถนน บางครั้งอาจยกไปถึงถิ่นของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอาจมีสาเหตุได้จากทั้งความรักในสถาบันการศึกษา หรือท้องถิ่นของตน หรือการ “แย่งหญิง” คนเดียวกัน อันเป็นการรบกวนความปกติสุขของประชาชนโดยทั่วไป และบางรายอาจได้รับ “ลูกหลง” ถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย นี่ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชนยิ่งกว่าเหรอครับ ผู้จัดงานเขาก็ย่อมต้องมีสิทธิ์ควบคุมผู้เข้ามาร่วมงานเพื่อให้การจัดงานเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงการ “สังหารหมู่” กลางเมืองหลวงเมื่อสี่ห้าปีก่อน หรือการใช้ความรุนแรงของการ์ด กปปส.โดยเฉพาะในพื้นที่แจ้งวัฒนะที่ “เล่นงาน” แม้กระทั่งทหารยศพันเอก สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทยที่ไปขยับ “กรวย” ของ “โล้นซ่า” จนเพื่อนร่วมงานต้องทำ “บัตรสนเท่ห์” จวกพฤติกรรมห่วยแตกของผู้บังคับบัญชาที่ไม่สนใจลูกน้อง ดีแต่ไป “หงอ” กับอำนาจเหนือการเมืองหรอก

                ซึ่งแนวคิดการตั้งตนเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” ของแกนนำม็อบ “ประชาธิปัตย์” นี้เองที่ทำให้ปรากฏการณ์ “ตาสว่าง” เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ดังจะเห็นได้จากมวลชน กปปส.ที่ลดลงอย่างบางตาในทุกเวที การแสดงออกของ ผบ.ทบ. “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ย้อนถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการ “ใส่เกียร์ว่าง” ไม่ทำอะไรเลยจากกรณีดังกล่าวว่า “รัฏฐาธิปัตย์คืออะไร แปลมาหน่อยซิ” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบก็ถามกลับไปอีกว่า “อ้าว แล้วเขาทำหรือยัง” ทั้งที่คนเสื้อแดงในภาคเหนือก็แค่ขึ้นป้าย “แบ่งแยกประเทศ” ยังไม่ได้คิดทำจริง ๆ เหมือนกัน แต่กลับสั่งน้องชายที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ให้ไปดำเนินคดีซะได้ แม้ว่าในอีกไม่กี่วัน พลเอกประยุทธ์จะออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองว่า “คนเป็นลูกน้อง ก็ต้องเคารพนาย เป็นพนักงานจะไปประท้วงผู้จัดการก็คงไม่ได้” ก็เถอะ ยังความสงสัยกับทั้งสองขั้วการเมืองว่า “ผู้จัดการ” ของ ผบ.ทบ.คนนี้หมายถึงฝ่ายการเมือง หรือฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองกันแน่ การแสดงออกของนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแสดงพฤติกรรมรับใช้อำนาจเหนือการเมือง ด้วยการไม่เข้าร่วมประชุมปลัดกระทรวงที่ ศอ.รส.จัดขึ้น แต่กลับ “เปิดกระทรวง” ให้ “ม็อบนกหวีด” เข้าแสดงออกทางการเมือง พร้อมทั้งรับ “นกหวีดทองคำ” เป็นของที่ระลึกอีกด้วย ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ “หมอณรงค์” เป็น “ศิษย์เอก” ของ “หมอเกษม วัฒนชัย” องคมนตรีซึ่งเคยเป็นอาจารย์ของตนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ยังมี power อยู่พอสมควรในวงการการแพทย์และการศึกษา การแสดงออกของพลตรีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา แห่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่ประกาศจะจัดตั้ง “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” จากกรณี “ชี้นิ้วขึ้นฟ้า” ของ “โกตี๋” ที่ส่อแสดงให้เห็นว่าการใช้สถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเริ่มกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง ถึงขั้น “พี่แจ้งความน้อง” กับ “พ่อแม่แจ้งความลูก” และการลอบสังหาร “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” กวีเสื้อแดง ก็ยังไม่พออีกหรือ แต่ถ้าจะเก็บขยะแผ่นดินกันจริง ๆ  “หมอเหรียญทอง” ไม่คิดจะทำอะไรเลยใช่ไหมกับคนที่เคย “ดิสเครดิต” องค์รัชทายาทให้อดีตทูตอเมริกาฟัง และคนที่เขียนข้อความทำนองเดียวกันใน Facebook หรือแม้แต่กับคนที่จะสถาปนาตนเองเป็น “องค์รัฏฐาธิปัตย์” หรือเพราะคิดว่าคนพวกนั้นเป็น “พวกเดียวกัน” เลยสนใจ “ตัวบุคคล” มากกว่า “หลักการ” เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ “ไทยโพสต์” ของ “เปลว สีเงิน” ผู้มีข้อครหาเกี่ยวกับการ “ชักดาบ” โรงพิมพ์กิเลนการพิมพ์ แต่ก็ยัง “เสือก” ไปนั่งบอร์ดหนังสือพิมพ์ “สยามกีฬา” เจ้าของเดียวกับโรงพิมพ์ที่ตัวเองไปชักดาบเอาไว้ ที่เคยพาดหัวโจมตีการอภัยโทษนักโทษที่ถูกคุมขัง โดยชี้ว่า “เจ้าระบอบทักษิณ” จะได้รับประโยชน์ โดยใช้ข้อความ “ทักษิณบังคับในหลวง” ทั้งที่ไม่มีมูลความจริงสักนิด และไม่มีการรับผิดชอบใด ๆ แต่กลับไม่พาดหัว “สุเทพบังคับในหลวง” ในกรณีรัฏฐาธิปัตย์ ทั้งที่เคยมีพระราชดำรัสไว้เมื่อแปดปีก่อนแล้วว่า “มาตรา 7 เป็นการปกครองแบบไม่เป็นประชาธิปไตย แบบมั่ว แบบไม่มีเหตุผล” แต่พวกที่ประกาศตัวเองว่า “เป็นประชาชนของพระราชา” ไม่นำพาอะไรเลยใช่ไหมกับ “คำพูดของพระราชา” หรือเพราะคนอย่าง “เปลว สีเงิน” เป็นลูกน้อง ขี้ข้า สมุนบริวารของ “เปรม สีแหบ” จึงคิดว่าต่อให้ตัวเองจะชั่วร้ายเพียงใด แต่กูก็มีสิทธิ์ที่จะด่าคนอื่นว่าเลวได้ เช่นเดียวกับกรณี “กนก รัตน์วงศ์สถุล เอ้ย! สกุล” นักข่าวระดับบริหารของค่ายเนชั่น ที่เคยแสดงออกถึงความจงเกลียดจงชังฝ่ายประชาธิปไตยมาโดยตลอด แต่ก็ปรากฏภาพ “สัมพันธ์สวาท” กับหญิงสาวนิรนามที่เป็น “ชาวนกหวีด” ด้วยกัน ทั้งที่นายกนกเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว และเหตุการณ์แบบนี้ก็กลายเป็นเรื่องปกติของคนที่มาร่วมม็อบ จนต้องมีการแจกจ่ายถุงยางอนามัยกันภายในการชุมนุม ทำให้เราได้เห็นชัดเจนว่า กปปส.ไม่เพียงแต่เป็น “ม็อบมีเส้น” ที่ใคร ๆ ก็ทำอะไรแทบไม่ได้เท่านั้น หากแต่พวกเขาเป็น “ม็อบมีเซ็กซ์” ด้วย และที่ “แสบสันต์สุวรรณภูมิ” ที่สุด ก็คือการที่เจ้าคุณวิจิตรปฏิภาณ (สุนทร ธรรมสุนทโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามฯ ตั้งคำถามถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่นิมนต์ท่านมาเทศนาในโอกาสสถาปนาศาลรัฐธรรมนูญครบ 16 ปี เกี่ยวกับความชอบธรรมของนายกฯ มาตรา 7 และการ “ดึงฟ้าต่ำ”

                แต่ด้วยความที่ฝ่ายประชาธิปไตย “เอาจริง” ในการเดินหน้าชนกับฝ่ายอำมาตย์ผู้ครองอำนาจเหนือการเมืองนี่แหละ ที่ทำให้ฝ่ายอำมาตย์ต้องเชิดหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ด้วยการเสนอตัวมาเป็น “คนกลาง” ในการเจรจากับทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลและ กปปส. จน “ลุงกำนัน” ต้องออกมา “ซัด” หัวหน้าพรรคตัวเองว่า “อย่ามาสะเออะเป็นคนกลาง เดี่ยวจะด่าให้เสียคน” เพราะเป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ว่า “ลุงกำนัน” ต่างหากที่เป็น “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” ในทางปฏิบัติ ไม่อย่างนั้น “ทีวีเสื้อแดง” บางช่องคงไม่เรียก กปปส.ว่า “ม็อบประชาธิปัตย์” หรอก ซึ่งหาก “มาร์ค” กับ “ลุงกำนัน” ไปคุยกันเองสองต่อสองให้รู้เรื่องว่า “จะเอาไงดี” เรื่องก็จบไปแล้ว รวมถึงการที่อำนาจเหนือการเมือง “ดึงเกม” ไปอีกครึ่งเดือน ดังเช่นการ “เดินสาย” ไปตามรัฐวิสาหกิจแห่งต่าง ๆ โดยลุงกำนันเพื่อ “ระดมพล” ใหญ่ในวันสิ้นเดือนเมษายน เพื่อเตรียม “ทำสงครามครั้งสุดท้าย” (อีกแล้วครับท่าน) ในช่วงต้นเดือนหน้า และการสอบพยานในคดีย้ายนายถวิลในวันที่ 6 พฤษภาคม ซึ่งนี่ก็จะเป็น “Thailand Open Day” ที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะได้ “ปิดบัญชี” อำนาจเหนือการเมืองที่ครอบงำแผ่นดินไทยมานานหลายสิบปีซะที และเมื่อกล่าวมาถึงอำนาจเหนือการเมืองแล้ว ก็ต้องขอชื่นชม “หม่า โหย่ว หรง” นางแบบสาวชาวไต้หวันที่เธอลงทุนดัดแปลงเสื้อ “ประชาชนของพระราชา” ของ กปปส. ให้เป็นชุดวาบหวิว โชว์เต้าครึ่งล่าง เพื่อรณรงค์สิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เหมือนกับเธอคงรู้กระมังว่า ประธาน กปปส.ก็มีความหลากหลายทางเพศ และอยู่ใกล้ชิดราชสำนักเหมือนกัน!!!

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

1 พฤษภาคม 2557

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s