สยามทัศนะ (สิงหาคม 2557)

สยามทัศนะ
(ปีที่ 4 ฉบับที่ 5 สิงหาคม 2557)

          ช่วงค่ำของวันสุดท้ายของเดือนกรกฎาคม 2557 ที่มีการแต่งตั้ง “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” จำนวน 200 คน ให้ทำหน้าที่ ส.ส. และ ส.ว. โดยไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝ่ายอำนาจเหนือการเมือง ทั้งทหาร ตำรวจ นักวิชาการ นักธุรกิจ และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40 อาทิ
1.พลเรือโทกฤษฎา เจริญพานิช หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร (หรือหัวหน้าผู้พิพากษาในศาลทหารนั่นแหละ) กรมพระธรรมนูญ
2.นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช. อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และอดีตกรรมการ คตส.ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ “เช็คบิล” รัฐบาลทักษิณ ชินวัตรโดยเฉพาะ ด้วยเพราะความเป็น “คนใกล้ชิด” พรรคประชาธิปัตย์
3.นางกอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูร CEO กลุ่มบริษัทโตชิบาในประเทศไทย
4.พลโทกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ
5.นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง
6.รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติชัย ไตรรัตน์ศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น
7.พลเอกกิตติพงษ์ เกษโกวิท อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม
8.พลตรีกู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
9.พลเรือเอกจักรชัย ภู่เจริญยศ เสนาธิการทหารเรือ
10.นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 แถมยัง “หัวหงอก” เหมือนป๋าเปรม ติณสูลานนท์ซะอีก
11.ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) สัญลักษณ์ตรากราฟ exponential curve ตัวย่อไม่มีจุด (แต่ในที่นี้จำเป็นต้องใส่จุดเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ แม้แต่มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่เคยเป็นวิทยาเขตของ มศว.ล้วนแต่มีจุดท้ายตัวย่อทั้งนั้น เช่น มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) หรือมหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) หากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจะใช้ตัวย่อ มศว ที่ไม่มีจุดต่อท้ายจริง ๆ ก็ควรเรียกมหาวิทยาลัยที่แตกลูกไปจากตัวเองว่า มน มมส หรือ มบ ด้วยสิ ซึ่งแม้ว่าผมผู้เขียนเองจบ ม.6 มาจากโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยแห่งนั้น ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมไม่มีจุดให้เหมือนที่อื่น)
12.พลตำรวจเอกชัชวาล สุขสมจิตร์ อธิบดี DSI
13.พลโทชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2
14.พลโทชาตอุดม ติตถะสิริ รองเสนาธิการทหารบกและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 “ถุงเงิน” ของกองทัพบก
15.พลอากาศเอกชาลี จันทร์เรือง อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธทางอากาศ และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
16.นายตวง อันทะไชย อดีตครู อดีต สนช.สมัย คมช.และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
17.พลเอกทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีต ผบ.ทสส.
18.คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี ลูกสาวของจอมพลถนอม กิตติขจร “นักรัฐประหาร” มือขวาจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
19.รองศาสตราจารย์ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน อาจารย์ NIDA
20.พลโทธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1
21.พลเอกธีระวัฒน์ บุญยะประดับ อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ.
22.พลเอกธีรเดช มีเพียร อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตประธานวุฒิสภา และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
23.พลเอกนพดล อินทปัญญา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.6/จปร.17 และเป็นสามีของ “เจ๊ฏิ๋ม ธีวีภูล” เอ้ย! “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือเดิมชื่อพรรทิภา สกุลชัย แต่ต่อมาได้เปลี่ยนตัวสะกดชื่อและนามสกุลใหม่ หลังแยกทางเดินชีวิตกับสามีคนเดิม “ต้อย แอ็คเนอร์” แต่ยังอ่านแบบเดิม
24.นายนรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภาและอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
25.นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา อดีต ส.ว.ปทุมธานี
26.รองศาสตราจารย์นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
27.นายบุญชัย โชควัฒนา CEO เครือสหพัฒน์
28.นายบุญทักษ์ หวังเจริญ CEO ธนาคารทหารไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย
29.พลเอก ดร.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทสส.
30.รองศาสตราจารย์ ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดี NIDA
31.พลโทปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 และน้องชายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาหัวหน้า คสช.
32.พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.และน้องชายของพลเอกประวิตร
33.นายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน และอดีตผู้พิพากษาผู้ได้รับฉายา “ขนเพชร” ของอำมาตย์ศักดินา
34.นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ ลูกสาวท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ แห่งโรงแรมปาร์คนายเลิศ และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
35.นายพีระศักดิ์ พอจิต อดีต ส.ว.อุตรดิตถ์
36.นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
37.นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต.
38.พลโทภาณุวัชร นาควงษม์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกิจการพลเรือน
39.ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
40.นายมณเฑียร บุญตัน ตัวแทนคนพิการและอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
41.ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
42.พลเอกเลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ อดีต ผอ.ททบ.5 และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40 เจ้าของฉายา “พลเอกสิ้นฤทธิ์ ตกสวรรค์”
43.พลเอกวรพงษ์ สง่าเนตร รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
44.พลโทวลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4
45.พลตำรวจเอก ดร.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. 
46.นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีต ส.ว.กทม.และอดีต สนช. สมัย คมช.
47.นายวิทวัส บุญญสถิตย์ เจ้าของน้ำมันเครื่องเวลลอยและอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
48.พลโทวีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก
49.รองศาสตราจารย์วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
50.ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
51.พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
52.พลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายพลเอกประวิตร พี่ชายพลตำรวจเอกพัชรวาท และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
53.พลเอกสกนธ์ สัจจานิตย์ อดีตเจ้ากรมเสมียนตรา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
54.ศาสตราจารย์ ดร.สม จาตุศรีพิทักษ์ พี่ชายของรองศาสตราจารย์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หนึ่งในแคนดิเดต “มือเศรษฐกิจ” ของ คสช. และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
55.ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
56.นายสมชาย แสวงการ อดีตนักข่าวช่อง 3 ผู้มีชื่อเล่นและบ้านเกิดเดียวกับนายก อบจ.ที่เพิ่งหย่ากับเมียนางเอกช่องนั้น อดีต สนช.สมัย คมช.และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
57.พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. และได้เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ในเวลาต่อมา
58.พลเอกสมเจตน์ บุญถนอม อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม อดีตหัวหน้าสำนักเลขาธิการ คมช. อดีต สนช.สมัยดังกล่าว และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
59.นายสุธรรม พันธุศักดิ์ เจ้าของ “โชว์กะเทย” ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
60.รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานกรรมการการอุดมศึกษา อดีตอธิการบดี มศว.และภรรยาของ ดร.สืบแสง พรหมบุญ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
61.นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
62.นางสุวิมล ภูมิสิงหราช อดีตเลขาธิการวุฒิสภา
63.นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล เจ้าของโรงแรมซีเอส ปัตตานี และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40
64.พลเอกอักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก ผู้มีพ่อชื่อ “พลเอกสายหลุด ผิดหยุด! สายหยุด เกิดผล” แห่งคณะรัฐบุคคล
65.พลอากาศเอกอิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ. “น้องรัก” ขององคมนตรีอดีต ผบ.ทอ. “พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข” รองหัวหน้าคณะรัฐประหาร คมช.
66.พลเอกอู้ด เบื้องบน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม
67.พลตำรวจเอกเอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.
           สิริสุทธิแล้วก็พบว่า มีข้าราชการทหารทั้งในและนอกประจำการอยู่ใน สนช.ถึง 105 คน ข้าราชการตำรวจ 10 คน พลเรือน 85 คน แต่เมื่อเข้ารับหน้าที่จริง ๆ ก็ปรากฏว่ายอดลดลงไปสามราย คือพลเอกธวัชชัย สมุทรสาคร เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย เนื่องจากเคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในฐานะกรรมการบริหารพรรคมัชฌิมาธิปไตย และนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เนื่องจากเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่หัวหน้าฝ่ายบริหารการศาสนาอิสลามจะไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงคงเหลือ สนช.ทั้งสิ้น 197 คน โดยพลอากาศเอกอิทธพร พลเอกสมเจตน์ และนายสมชายได้เสนอชื่อประธานและรองประธาน สนช.เป็นนายพรเพชร นายสุรชัย และนายพีระศักดิ์ตามลำดับ ด้วยคะแนนเสียง “เอกฉันท์” เช่นเดียวกับการโหวตรับหลักการวาระแรกของร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 และโหวตเลือกพลเอกประยุทธ์ คนที่ตั้งพวกตนให้มาเป็น สนช.ให้ไปเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ในอีกสิบและสิบสามวันต่อมาตามลำดับ โดยไม่มีใครกล้าตำหนิว่าเป็น “เผด็จการรัฐสภา” แบบสภาที่ประชาชนเลือกตั้ง และแม้ว่าพลโทปรีชา น้องชายพลเอกประยุทธ์ พลเรือเอกศิษฐวัชร และพลตำรวจเอกพัชรวาท น้องชายพลเอกประวิตร จะได้รับการ “จับยัด” เป็น สนช.แต่ก็ไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่คือ “สภาพี่น้อง” แบบที่ตัวเองเคยกล่าวหาสภาที่ประชาชนเลือกตั้งอีกนั่นแหละ แถม สนช.บางพวกก็ยังทำตัวเป็น “คนดีที่อยู่เหนือการตรวจสอบ” เหมือน “นายเหนือหัว” ของตัวเอง ด้วยการ “ฮึดฮัด” ไม่ยอมให้ใครมาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตัวเอง ทั้งที่ตัวเองมิใช่เหรอ ที่เคยกล่าวหานักการเมืองอาชีพด้วยวาทกรรม “เผด็จการรัฐสภา” “สภาเครือญาติ” “โกงทั้งโคตร” ดังที่ได้กล่าวมา แต่นักการเมืองอาชีพเขาก็ถูกกระบวนการตรวจสอบที่พวกคุณสถาปนาขึ้น “เล่นงาน” ไปแล้ว ไฉนเลยที่คุณจะไม่ยอมให้ใครมาตรวจสอบ ถ้าคุณเป็นคนดีจริง!!!
           ความเลวระยำต่ำทรามของอำนาจเหนือการเมืองไม่ได้มีเพียงเท่านี้ อย่างว่า เมื่อน้ำขึ้นก็ต้องรีบตัก โดยไม่ต้องระวังเลยว่าถ้าน้ำลดตอก็จะผุด ทั้งการ “ตอแหล” ของหม่อมหลวงปนัดดา ดิศถุล เอ้ย! ดิศกุล ว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งชอบเห็นประเทศเป็นธุรกิจส่วนตัว ไม่มีคุณธรรมจริยธรรมเอาซะเลย คนไทยทั้งประเทศก็ช่าง “อึด” กับคนพวกนี้อยู่ได้นานจัง ทั้งที่เชื้อสายของคนที่พูดนั่นแหละ ที่กดหัวคนไทยทั้งแผ่นดินด้วยการคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของประเทศนี้อยู่แต่ผู้เดียว คนอื่นแค่มาอาศัย “แผ่นดิน” ของตัวเองอยู่เท่านั้น แต่ก็ชอบที่จะตอแหลเวทีโลกว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย แถมยังสร้างภาพสอนคนอื่นให้มีความพอเพียง แต่ตัวเองกลับเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ชนิดที่เรียกว่ากินใช้จนตายแล้วเกิด เกิดแล้วตายสิบชาติก็ไม่หมด และยังครองอำนาจอยู่ได้เกินครึ่งศตวรรษก็เพราะเหยียบศพคนมาเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ไม่เว้นแม้แต่ญาติสนิท ลูกสมุนบางคนก็รับราชการทหาร แต่กลับไม่มีความเป็น “ชายชาติทหาร” ที่รับผิดชอบในคำพูดของตนเลยแม้แต่น้อย วันนั้นเคยพูดว่า จะไม่ปฏิวัติรัฐประหาร ถ้าทำไปแล้วประเทศชาติจะตกต่ำ แต่แล้วก็ปฏิวัติซะได้ เพราะอ้างความรุนแรงที่เกิดขึ้น (จากพวกตัวเอง) วันนั้นเคยพูดว่าจะให้ล็อตเตอรี่ขายคู่ละ 80 บาท แต่แล้วก็บอกว่าไม่มีกฎหมายบังคับให้ขายที่ราคานั้น วันนั้นเคยบอกว่าใครไม่พอใจกับความเป็นไทยก็ให้ไปอยู่ประเทศอื่น แต่แล้วก็บอกว่าอยากให้คนที่อยู่นอกประเทศกลับมาเมืองไทย วันนั้นเคยบอกว่าบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องยาก แต่วันนี้บอกว่าแม้แต่ข้อสอบเด็ก ป.1 ก็ยังทำไม่ได้ วันนั้นเคยบอกว่าประชานิยมทำเศรษฐกิจชาติพังเพราะเป็นการผลาญภาษี แต่วันนี้กลับสั่งลดภาษีสรรพสามิตและเงินนำส่งกองทุนน้ำมันสำหรับน้ำมันเบนซิน ทำให้รัฐขาดรายได้เห็น ๆ วันนั้นเคยบอกว่าจะคืนความสุขให้คนในชาติ แต่ก็กลายเป็นว่าพวกตัวเองเท่านั้นที่มีความสุข เพราะเอาแต่เล่นงานฝ่ายประชาธิปไตยข้างเดียว แต่เรื่องหนึ่งที่ต้องขอถาม “เหลน” ของพระ บิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทยว่า ถ้าอำนาจเหนือการเมืองเป็นคนดีมีคุณธรรมจริง ๆ ทำไมประวัติศาสตร์ที่ออกมาถึงระบุว่า การตัดสินความดีชั่วถูกผิดแบบ “ตามใจฉัน” และธุรกิจสีดำทั้งหลายทั้งปวงจึงเฟื่องฟูเหลือเกินในช่วงห้าหกทศวรรษให้หลัง ก่อนมีคนชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” มาบริหารประเทศซะอีก และเมื่อบุคคลดังกล่าวมาเป็นนายกฯ ก็ดำเนินนโยบายปราบปรามสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ให้เด็ดขาด จนอาจจะไป “กระเทือนซาง” อำนาจเหนือการเมืองเข้าเลยโดน “ถีบ” ลงจากเก้าอี้ แถมเมื่อไว ๆ นี้ก็เพิ่งมีข่าวจับ “ผงขาว” ซ่อนมาในกล่อง “นมถั่วเหลืองตราดอยคำ” ที่ไต้หวัน และอาจเชื่อมโยงขึ้นไปหาคนพวกนี้ได้อีกด้วย นี่เหรอคือคนดีมีคุณธรรม
           การ “โผล่หาง” ของหลวงเจ๊ “ว.วชิรเมธี” กะเทยในผ้าเหลืองที่ออกมา “ยาหอนรับ” เชลียร์แนวทางค่านิยม 12 ประการของ คสช.ว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับสังคมไทย และก็ควรจะได้ถือโอกาสนี้ “สังคายนา” ระบบคุณธรรมจริยธรรมของคนไทยซะด้วย ก็อยากจะถามไปถึงตุ๊ดห่มผ้าเหลืองคนนี้หน่อยว่าคนมีคุณธรรมจริยธรรม ต้องสนับสนุนให้คนฆ่ากัน อย่างที่บอกว่า “ฆ่าเวลาบาปกว่าฆ่าคน” ใช่ไหม ต้องเข้าข้างคนทำชั่ว อย่างที่บอกว่า “เป็นกลางคือเป็นก้าง” ใช่ไหม เป็นคนที่ไม่เห็นหัวประชาชนคนรากหญ้า ไม่คิดว่าเขามีวิจารณญาณคิดอะไรได้เอง แค่ถูกนักการเมืองโกงชาติหลอกใช่ไหม เป็นคนที่คลั่งเจ้า พร้อมที่จะทำสงครามกับคนที่ตัวเองมองว่าไม่เอาเจ้าโดยไม่เป็นการบาปกรรมแบบที่กิตติวุฑโฒภิกขุเคยพูดไว้ใช่ไหม และแม้แต่ถ้าอยู่ในผ้าเหลืองก็ยังติดยึดในรสอาหารขนาดที่บอกว่า “อร่อยจนลืมกลับวัด” ใช่ไหม ถ้าคุณบอกว่าคนดีที่คุณพึงประสงค์คืออย่างที่ว่ามาแล้วละก็ คุณกับผมก็ไม่ต้องคุยกันเลยดีกว่า เชิญคุณไป “เลีย” อำมาตย์ศักดินาให้สำราญใจไปเลย ถ้าหัวขบวนของคนพวกนี้ที่เป็นพวก “ผิดเพศ” เหมือนคุณเกิดเป็นใหญ่ขึ้นมา คุณก็อาจจะได้เป็นเจ้าคุณตุ๊ดรูปแรกในประวัติศาสตร์ไทยก็ได้ แต่ถ้าฝ่ายคุณเกิดแพ้ขึ้นมา อย่ามาร้องไห้ให้เห็นก็แล้วกัน
พอพูดมาถึงคำว่า “อำมาตย์” ก็ชวนให้นึกถึงวาทกรรม “สังคมไทยไม่มีชนชั้น” ของพลเอกประยุทธ์ ที่พยายามบ่งชี้ว่าคำว่าไพร่-อำมาตย์ที่คนกลุ่มหนึ่ง (ก็คนเสื้อแดงนั่นแหละ) ชอบเอามาใช้ว่าถูกยกเลิกไปกว่าร้อยปีแล้ว เช่นเดียวกับที่ “นงนุช สิงหเดชะ” คอลัมนิสต์สลิ่มตัวแม่ในมติชนสุดสัปดาห์เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวฉบับวันที่ 15-21 สิงหาคมที่ถูกระงับการขาย โทษฐานพาดพิงความสัมพันธ์ของพลเอกประยุทธ์กับอำนาจเหนือการเมือง ถ้าจะมีชนชั้นก็มีแต่แบบตะวันตก ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าคนอย่าง “ประยุทธ์” และ “นงนุช” ตอแหลไม่เนียนพอ เพราะความหมายของไพร่-อำมาตย์จริง ๆ มันก็เปรียบเทียบได้กับชนชั้นสูง-ชนชั้นล่างที่คุณอ้างถึงนั่นแหละ เวลาที่คุณจะพูดถึงประชาธิปไตย คุณพูดว่า “ต้องเป็นประชาธิปไตยแบบไทย ๆ อย่าไปตามก้นฝรั่ง” แต่เวลาพูดเรื่องชนชั้น ทำไมคุณต้องพูดว่า “ชนชั้นแบบไทย ไม่มี มีแต่ชนชั้นแบบฝรั่ง” หรือภาษิต “ทำอะไรตามใจคือไทยแท้” มันจะจริง
           และความตอแหลของพวกคุณมันก็ไม่ได้จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะยังปรากฏทั้งกรณี “เปิ้ล สุดซอย” กริชสุดา คุณะเสน ผู้มีบทบาทในการช่วยเหลือนักโทษการเมืองมาโดยตลอด ออกมาแฉหลังจากถูก คสช.คุมตัวไว้ร่วมเดือนว่าถูกทหารจับไปทรมานอย่างไรบ้าง ส่งผลให้กองทัพต้อง “เล่นงาน” เปิ้ล สุดซอยฐานใส่ร้าย จนกลายเป็นข้อหา “มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง” เพราะก่อนจะปล่อยตัวออกมาก็อุตส่าห์ให้ลงชื่อบังคับให้พูดว่าทหารไม่เคยทำอะไรรุนแรงกับตนเองเลย แม้ว่าจะเป็นเท็จก็ตาม แต่ก็ยังไม่สาหัสเท่ากับ “เจมส์” สุรกริช ชัยมงคล ที่ถูกอำนาจเหนือการเมือง “จับยัดคุก” โดยตั้งข้อกล่าวหา “ยิง” สุทิน ธราทินแห่ง กปปส.ที่วัดศรีเอี่ยม ทั้งที่ตำรวจเคยสรุปคดีไปแล้วว่าเป็นการ “ยิงกันเอง” ของพวกนกหวีด แต่คดีนี้ก็ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่หลังการรัฐประหาร เพื่อหวังสร้างภาพว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้นิยมความรุนแรงจนเจ้าตัวต้องถูก “รุมสกรัม” จนตายคาคุก ไล่ ๆ กับการตั้ง 9 ข้อหาฉกรรจ์กับทีมงาน “ขอนแก่นโมเดล” โดยไม่ให้ประกันตัวระหว่างรอคำพิพากษา แถมยังตามมาด้วย การปล่อยข่าวปืนของกลางที่เก็บไว้ที่ศาลทหารกรุงเทพหาย เพื่อหวังสร้างภาพว่ามีการแอบเอาไปก่อเหตุรุนแรงซะอีก ทั้งที่ปืนพวกนี้ก็ออกมาจากค่ายทหาร แล้วถูกเอามา “จัดฉาก” ว่ายึดมาจากคนเสื้อแดง แต่พอคนเสื้อแดงถูกกระทำจากฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา ศาลอาญาก็กลับไม่ให้ความเป็นธรรม ด้วยการ “ยกฟ้อง” “มาร์คร้อยศพ” และ (พระ) “เทพแขนคอก” โดยอ้างว่านอกอำนาจศาลอาญาซะงั้น แต่ทำไมคุณให้ความหวังกับพวกเราด้วยการรับคดีนี้ไว้พิจารณาตั้งแต่แรก แล้วมาทำลายน้ำใจกันแบบนี้ พอญาติคนตายไปประท้วงคุณก็เอากลไกอำนาจของคุณไปเล่นงานเขาอีก และการที่สองนักแสดงละครเวทีเรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” ในโอกาสครบรอบ 40 ปี 14 ตุลา เมื่อปีกลาย ถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาตรา 112 ด้วยความที่เนื้อหาของละครดังกล่าว “ทิ่มแทงหัวใจ” ใครบางคนอย่างเห็นได้ชัด ช่วยไม่ได้ ก็คุณไม่เสือกดูละครให้เป็นละคร ดันไปดูละครให้เป็นเรื่องจริงทำไม (วะ)
แต่ก็ใช่ว่าคนอย่างพลเอกประยุทธ์จะเล่นงานแต่เฉพาะฝ่ายประชาธิปไตยหัวใจสีแดงเพียงอย่างเดียว หากแต่ “คนเคยเคย” เขาก็ยังพยายามไปหาเรื่องด้วย ทั้งการใช้กลไกอำนาจเหนือการเมืองสั่งศาลอุทธรณ์ให้จำคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในคดีโกงบริษัทตัวเอง (แต่มีหน้ามาด่าทักษิณว่าโกงชาติ) โดยไม่ได้รับสิทธิ์ประกันตัวระหว่างฎีกาเป็นเวลาสิบแปดวันจึงทำให้นายสนธิกลายสภาพเป็น นช.สนธิ (เหมือนกับที่ตัวเองชอบด่า นช.ทักษิณ) ซึ่งนี่ก็เปรียบเสมือน “สายฟ้า” ที่ฟาดกลางใจ “แป๊ะลิ้ม” อีกครั้งหนึ่ง หลังจากหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ของตัวเองพาดหัว “คสช.พ่อทุกสถาบัน” แล้วโดนคาดโทษ ทั้งที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ซึ่งก็ไม่เอาทักษิณเหมือนกันแท้ ๆ ขึ้นพาดหัว “เหล่าทัพแบ่งเค้ก สนช.” แต่ไม่เห็นใครไปทำอะไรเลย หากจะย้อนเวลากลับไปเมื่อต้นปี 2556 “เหล่” กับ “ลิ้ม” ก็เคยเปิดศึกมาครั้งหนึ่งแล้วจากวาทกรรม “ไอ้ผู้จัดการห่วย” ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากความไม่พอใจลึก ๆ ที่ “ลิ้ม” มีต่อ “เหล่” หลังการลอบสังหารตนเองเมื่อปี 2552 นั่นเอง การ “ให้ใบแดง” “ลีน่า จัง” อดีตผู้สมัคร ส.ว.กทม.ที่เคยหาเสียงจะออกกฎหมายทวงคืน ปตท.ทั้งที่ ส.ว.ทำไม่ได้ จึงทำให้ลีน่า จังหมดสิทธิ์จะเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทั้งที่เพิ่งยื่นใบสมัครมาเพียงวันเดียว การใช้กลไกทหารสั่งควบคุมตัวแกนนำเครือข่ายปฏิรูปพลังงานสมุน “รสนา โตสิตระกูล” ที่จะเดินเท้าจากสงขลาเข้า กทม. และนายวีระ สมความคิดที่เดินเท้ามาจากสวนจตุจักรมายังบริเวณสนามเป้า แถมกลไกทหารก็ยังเลเพลาดพาดใช้ทหารม้าไป “จัดหนัก” กับทหารอากาศที่เป็นการ์ดในผับแถวปทุมธานีซะอีก นึกว่าจะเก่งแต่เฉพาะกับ “บุคคลพลเรือนมือเปล่า” เพียงอย่างเดียว การ “ไม่นำพา” ต่อนักการเมืองและแกนนำชาวสวนยางปักษ์ใต้ที่เรียกร้องให้ดูแลเรื่องราคายางพารา หลังจากที่ล้มรัฐบาล “น้องสาวของเจ้าระบอบทักษิณ” ซึ่งเริ่มต้นมาจากการประท้วงของชาวสวนยางในนาม “ชะอวดโมเดล” เมื่อปีกลายได้สำเร็จ ถึงขนาดที่บอกว่า “ถ้าท่านขึ้นมาเราก็ไม่มีเงินให้” และที่เชื่อว่า “เหล่” กล้าซะขนาดนั้นก็คือ การเสนอแนวคิดเก็บภาษีที่ดินและภาษีมรดก ทั้งที่แม้แต่รัฐบาลพรรคประชา ธิปัตย์เคยคิดจะทำมาแล้ว แต่ก็ต้องถูก “แตะเบรก” เพราะกลัว “เจอตอ” อำนาจเหนือการเมือง” ที่ครอบครองทรัพย์สินพวกนี้ “เยอะซะขนาด” ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ผมก็ไม่รู้สินะ ว่าถ้าคุณประยุทธ์แกกล้าแบบนี้ แกจะโดนใคร “เล่นงาน” ซะก่อนหรือเปล่า ฐาน “ขวางทางรวย” !!!

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร
31 สิงหาคม 2557

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s