สยามทัศนะ (กันยายน 2557)

สยามทัศนะ

(ปีที่ 4 ฉบับที่ 6 กันยายน 2557)

 

          คณะรัฐมนตรี “ประยุทธ์ 1” โดยมีนายกฯ ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผู้ “ถ่างขา” ควบสามเก้าอี้คือนายกรัฐมนตรี ผบ.ทบ.และหัวหน้า คสช. โดยยังไม่รวมถึงตำแหน่งอื่นใดที่เป็น “ผลพลอยได้” ทั้งประธานกรรมการ ททบ.5 ประธานกรรมการสนามมวยลุมพินี และอดีตกรรมการธนาคารทหารไทย ด้วยการเสนอชื่อของบรรดา สนช.ที่พลเอกประยุทธ์เองนั่นแหละตั้งมากับมือพร้อมคะแนนเสียงเอกฉันท์ มาพร้อม ๆ กับรัฐมนตรีที่หลายคนก็ “ถ่างขา” ควบหลายเก้าอี้ด้วยเช่นกัน คงเป็นเพราะนายตัวเอง “พุงโรขาถ่าง” ล่ะมั้งก็เลยต้องแสดงความจงรักภักดีด้วยการ “ถ่างขา” อาทิ

1.พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ผบ.ทสส. และรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายความมั่นคง

2.หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และปลัดสำนักนายกฯ

3.นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

4.พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รอง ผบ.ทบ. ว่าที่ ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช.

5.พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผบ.ทอ. และรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ

6.นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการ “สภาพัฒน์”

7.พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผช.ผบ.ทบ. ว่าที่รอง ผบ.ทบ. และผู้ช่วยหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ

8.พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผช.ผบ.ทบ. ว่าที่รอง ผบ.ทสส. และรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

9.พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และปลัดกระทรวงกลาโหม

10.พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผบ.ทร. และรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา

11.พลโทสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รองเสธ.ทบ. ว่าที่หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ทบ. และผู้ช่วยหัวหน้า คสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา

12.ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ถูกรองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์แสดงปฏิกิริยาตอบโต้ด้วยการ “เอาปี๊บคลุมหัว” อธิการบดีที่ไม่ “ทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี” แต่กลับทำตัวให้เป็น “ปัญหาของแผ่นดิน”

(หมายเหตุ: รองหัวหน้า คสช.ในแต่ละฝ่ายมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าในฝ่ายนั้น ๆ ด้วย จึงเรียกโดยรวมว่ารองหัวหน้า คสช.ฝ่าย… แทนคำว่ารองหัวหน้า คสช.ฝ่าย…และหัวหน้าฝ่าย… ส่วนรองหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ จะเรียกว่าผู้ช่วยหัวหน้า คสช.ฝ่าย… แทนคำว่ารองหัวหน้าฝ่าย… เพื่อป้องกันความสับสน)

                ส่วนรัฐมนตรีอีกส่วนหนึ่งก็เป็น “คนเคยเคย” ของ คสช.และอำนาจเหนือการเมือง อาทิ

1.พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีต ผบ.ทบ. “พี่เบิ้ม” แห่งบูรพาพยัคฆ์

2.หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล หรือ “หม่อมอุ๋ย” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาล คมช.

3.ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัย คมช.

4.ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มือกฎหมายหรือ “เนติบริกร”

5.นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสมัย คมช.

6.พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตรอง ผบ.ทบ.เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12/จปร.23 ของพลเอกประยุทธ์เช่นเดียวกับพลเอกธนะศักดิ์และพลเอกสุรศักดิ์

7.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีต ผบ.ทบ. “พี่รอง” ของบูรพาพยัคฆ์

                ซึ่งคนพวกนี้ก็ก่อเรื่อง “งามไส้” เข้าซะจนได้ตั้งแต่ยังไม่ทันประเดิมเก้าอี้ ด้วย “กลิ่น” การทุจริตที่โชยมาจากห้องประชุม ครม. ในรูปของการจัดซื้อชุดไมโครโฟน (และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง) ด้วยราคาชุดละกว่าแสนสี่หมื่นบาท จนทำให้ รมต.ปนัดดาถูกตั้งฉายาว่า “ปนัดดา ไมค์ผู้ดี” ล้อกับ “ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ซะงั้น ทั้งที่ราคาที่ผู้ขายประกาศไว้ใน website แค่ตัวละหกหมื่นกว่าบาทเท่านั้น ถึงจะมีการแอบแก้ราคาให้แพงขึ้นกว่าเดิมก็ตาม และถึงแม้จะได้ลดราคาให้อีกก็ยังแพงกว่าปกติอยู่ดี สืบไปสืบมาก็พบว่า บริษัท อัศวโสภณ จำกัด ผู้ขาย “ไมค์ผู้ดี” ดังกล่าวเป็นของครอบครัวแพทย์หญิงมยุรี วศินานุกร ผู้มีสามีชื่อนายแพทย์ประเสริฐ วศินานุกร ที่เคยขึ้นเวที “นกหวีด” ด่าอดีตนายกฯ หมาด ๆ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ด้วยคำหยาบคายส่อไปในทางเพศ จึงทำให้สังคมออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีดังกล่าวอย่างกว้างขวางว่า “อ๋อ ไอ้คนที่ด่าคนอื่นโกง ๆ ๆ แต่ตัวเองก็เอากับเค้าด้วยเนี่ยนะ” เพราะพลเอกประยุทธ์เองก็เป็นคนที่ขอ “ประกาศสงคราม” กับการคอร์รัปชันแท้ ๆ แล้วพอมีปัญหาเรื่องไมค์ราคาแพงขึ้นมา คนอย่างพลเอกประยุทธ์ก็ทำได้แค่ “สั่งรื้อไมค์” ที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาซื้อแต่ไปติดตั้งอยู่แล้วทิ้งเท่านั้นเอง ส่อแสดงให้เห็นได้ชัดเจนเลยว่าคนพวกนี้ “มักง่าย” เหมือนดาราที่ท้องก่อนแต่งแล้วมาเลิกรากันทีหลัง 

                ความขาดวิสัยทัศน์และแก้ปัญหาแบบสุกเอาเผากินของพลเอกประยุทธ์ “แอนด์เดอะแก๊ง” ไม่ได้มีแต่เฉพาะเรื่อง “ไมค์ผู้ดี” เท่านั้น หากแต่เมื่อชาวสวนยางฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ทางภาคใต้ ส่งเสียง “โวยวาย” เรื่องราคายางที่ถูกเกินปกติ ยิ่งกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ซะอีก นายกฯ ตาเหล่คนนี้ก็บอกแค่ว่า “อยากขายราคาแพง ๆ ก็ไปขายดาวอังคารซะสิ” เมื่อโรงเรียนอาชีวศึกษาซึ่งปฏิบัติตามค่านิยมหนึ่งใน 12 ประการของ คสช.เรื่อง “ปกป้องสถาบัน” แท้ ๆ จนทำให้นักศึกษาสถาบันคู่อริต้องตายตกไป นายกฯ ประยุทธ์ผู้มีใจให้กับการต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งเมื่อปีกลายก็กลับขู่ว่า “ใครตีกันจะสั่งปิดโรงเรียน” ให้นักเรียนอดเรียนแบบเหมาเข่ง  และเมื่อเกิดเหตุแหม่มชาวอังกฤษถูกข่มขืนแล้วฆ่าที่เกาะเต่า นายกฯ หัวหน้า คสช.และ ผบ.ทบ.ผู้ดูแลเรื่องความมั่นคงของชาติก็ “ส่อแสดงธาตุแท้” ด้วยการพูดว่า “ใส่บิกินีแล้วจะปลอดภัยเหรอ” จนเป็นข่าวดังที่ประเทศอังกฤษยิ่งกว่าข่าวสก็อตแลนด์ขอแยกประเทศซะอีก ทั้งที่คนตายเขามาเล่นน้ำทะเล จะให้เขาแต่งชุดนักบินอวกาศมาเล่นน้ำหรือไง แถมคุณยังพูดเป็น “ตราประทับ” ให้ผู้ชาย “หื่นกามเซ็กซ์จัด” สามารถจัดการกามารมณ์ของตนต่อผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยได้ตามอัธยาศัยซะด้วย เหมือนกับที่หน่วยทหารบางแห่งเพิ่งจัดปาร์ตี้นู้ดเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งถูกนายพลตรีราชนิกูลสายนกหวีดคนหนึ่งเขียน Facebook โจมตี และยังผลให้วันเกิดครบสองรอบของลูกสาวนายพลตรีราชนิกูลผู้นี้ได้รับเค้กวันเกิดรูป “กระจู๋” จากสะใภ้อดีตนายกฯ จอมหลักการ

                ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า คนพวกนี้ไม่มีคำว่า “respect my vote” อยู่ในหัวใจหรอก มีเพียงแต่ “respect my boss” เท่านั้น จึงต้องพยายามหาหนทางทำตัวให้เป็นที่น่าชิงชังรังเกียจของใครก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่พวกของตัวเอง แม้คนไม่เอาระบอบทักษิณด้วยกันอย่างหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ก็ยังพาดหัว “จวก” พลเอกประยุทธ์และ คสช.หลายวันติดต่อกัน ส่วนคนในระบอบทักษิณเล่า พวกเขาก็ยังพยายามสร้าง “มโนภาพ” อย่างไร้  “มโนธรรมสำนึก” ว่าเป็นคนที่นิยมความรุนแรง จากการจับ (แพะ) ชายชุดดำที่เชื่อว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนสังหาร “เสธ.เปา” ร่มเกล้า ธุวธรรมเมื่อสี่ปีก่อน ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเสธ.เปาตายเพราะระเบิดขว้างไม่ใช่ปืน อีกทั้งยังไม่มีการชันสูตรพลิกศพก็มีการเผาศพพันเอกร่มเกล้าทำลายหลักฐานไปซะก่อน ทั้งที่พันเอกร่มเกล้านับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งจัดการศพด้วยการฝังเท่านั้น และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่อำนาจเหนือการเมือง “กัด” กันเองจนมีคนตายก็รีบเผาศพทำลายหลักฐาน ไม่เชื่อลองไปถามอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และหลวงตาแถวอุดรธานีผู้มีคนชั้นสูงเป็นลูกศิษย์กระทั่งเป็นลูกบุญธรรมดูก็ได้ เพราะท่านทั้งสองก็เจอแบบนี้หลังจากเสธ.เปาเหมือนกัน!!! และพอมีข่าวการจับแพะชายชุดดำขึ้นมา ก็ไม่แปลกใจเลยว่าจะต้องมีใครออกมา “หอน”รับหรือไม่ ทั้งภรรยาม่ายของพันเอกร่มเกล้าอย่างนางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม และคนในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต่างพูดไปในทางเดียวกันว่า ชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจในยุคนี้ที่เพิ่งจะจับผู้ต้องหาได้ เพราะเพิ่งพ้นจากความเป็นรัฐตำรวจของระบอบทักษิณ จึงอยากถามกลับไปยังคนพวกนี้ว่า ก็ไหนว่า คสช.ต้องการสร้างความปรองดองให้กับคนในชาติ แต่ไฉนเลยถึงยอมให้มีการสร้างหลักฐานเท็จมาโจมตีกันในทางการเมืองกัน แถมไม่เปิดโอกาสให้คนเห็นต่างได้แสดงความคิดเห็นตามวิถีประชาธิปไตยได้อีก ดังเช่นกรณีเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวอาจารย์วิทยากรงานเสวนาเรื่องการเมืองต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเมื่อกระบวนการยุติธรรมต้นทางอย่างอัยการทำตัวไม่ถูกใจคนบางพวก ทั้งที่รัฐธรรมนูญ 2550 ที่เพิ่งถูกยกเลิกไปโดยพวกเดียวกันแท้ ๆ กำหนดให้อัยการเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร แถม คสช.ก็ยังสั่ง “เด้ง” อัยการสูงสุดคนเดิมเข้ากรุไปเสียอีก แต่พวกคุณก็ยังใส่ความ “ทนายแผ่นดิน” ว่าทำงานรับใช้ “ระบอบทักษิณ” อยู่นั่นแหละ ทั้งการยังไม่สั่งฟ้องคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการจำนำข้าวในรัฐบาลที่แล้ว โดยต้องตั้งคณะทำงานร่วมกับ ป.ป.ช.เพื่อหาข้อสรุปเสียก่อน การฟ้องคดีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ “ปลอม” หลักฐานการไปอบรมสัมมนาต่างจังหวัดที่ไม่ได้จัดขึ้นจริง และการอุทธรณ์คำสั่งศาลอาญาที่ไม่รับคดี 99 ศพไว้พิจารณา       

                หรือเพราะพวกคุณมันคิดว่าตัวเองดีเด่นเลิศเลออยู่เพียงพวกเดียว ถึงขนาดพยายามยกร่างข้อบังคับการประชุม สนช.ให้สามารถถอดถอนนักการเมืองได้ด้วย โดยอ้างว่า สนช.สามารถทำหน้าที่ได้ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ในเมื่อรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ถูกยกเลิกไปกำหนดให้ ส.ว.สามารถถอดถอนนักการเมืองได้ แต่พอจะให้ สนช.แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะเหมือน ส.ส. สนช.บางคนก็กลับ “ฮึดฮัด” ไม่ยอมให้ใครมาตรวจสอบตัวเองซะงั้น จนต้อง “วิ่งโร่” ไปฟ้องศาลปกครองเพื่อเพิกถอนข้อกำหนดดังกล่าว แต่ก็ต้อง”คว้าน้ำเหลว” นั่นก็คือ สนช.ทั้ง 220 คน ทั้งที่มีอยู่เดิม 192 คน และที่เพิ่งแต่งตั้งเพิ่มขึ้นใหม่อีก 28 คน อาทิ

1.รองศาสตราจารย์ ดร.โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

2.รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

3.นายแถมสิน รัตนพันธุ์ เจ้าของนามปากกา “ลัดดาซุบซิบ”

4.นายบัญญัติ จันทน์เสนะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยสมัย คมช.

5.นายปรีชา บัววิรัตน์เลิศ พี่ชายของ “โหรวารินทร์” หมอดูคู่ใจพลเอกประยุทธ์

6.พลเอกโปฎก บุนนาค อดีต ผช.ผบ.ทบ.  เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12/จปร.23 ของพลเอกประยุทธ์

7.พลโทพิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี

8.รองศาสตราจารย์ ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

9.นางสุรางคณา วายุภาพ ภรรยานายไพโรจน์ วายุภาพ อดีตประธานศาลฎีกา

10.พลตรีอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และว่าที่รองแม่ทัพภาคที่ 1

11.พลเอกอุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4

                ก็มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินเหมือนนักการเมืองที่ประชาชนเลือกตั้งนั่นแหละ

                และด้วยความที่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลทหาร ที่หน้าด้านไปกล่าวปาฐกถาบนเวที UN  ว่าประชาธิปไตยไม่ได้มีแค่การเลือกตั้ง เหตุที่ต้องยึดอำนาจก็เพราะเสี่ยงที่จะเกิดการนองเลือดระหว่างคนสองฝ่าย พรรคการเมืองที่เป็นคู่ขัดแย้งไม่จริงใจที่จะแก้ปัญหาประเทศ รัฐบาลทหารของไทยจะใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักนิติรัฐ นิติธรรม ธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในการพัฒนาประเทศ ทั้งที่มีแต่ความ “ตอแหล” โดยสิ้นเชิง เพราะประชาธิปไตยมีการเลือกตั้งเป็นทั้งส่วนหนึ่งและเป็นที่มา การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมามีการบาดเจ็บล้มตายก็เพราะกองทัพแอบไปมีใจให้กับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่แล้วด้วยความที่ “พ่อแม่เดียวกัน” (ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะตายโหงตายห่าไปหรือยัง) จนทำให้พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธเวทีการเมืองในระบบและ “เชิญแขก” ให้ทหารมายึดอำนาจในที่สุด แถมสิ่งที่รัฐบาลทหารพูดทั้งเศรษฐกิจพอเพียง นิติรัฐ นิติธรรม ธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ หามีสักอย่างที่เป็นจริงบ้างไหม ถ้าคิดว่ามีจริงโปรดย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ตอนแรก ๆ ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณถูกล้มลงไปนั่นแหละ แล้วคุณจะรู้ว่ากองทัพทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!!! โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำที่รัฐบาลเลือกตั้งถูกกล่าวหาว่าเล่นพรรคเล่นพวก จนมีคดีความถึงโรงถึงศาลและนายกฯ ถูกล้มมาแล้ว แต่ในยุครัฐบาลทหารสามารถทำได้อย่างสะดวกโยธิน ซึ่งในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะการแต่งตั้งข้าราชการทหารชั้นนายพลประจำปีงบประมาณ 2558 จำนวน 1,092 ราย ซึ่งสูงกว่ารัฐบาลเลือกตั้งที่ส่วนใหญ่มีแค่เลขสามหลัก ประมาณ 700-800 ราย แถมส่วนใหญ่เป็นการเปิดตำแหน่งใหม่ประเภท “แขวน” ที่ไม่ได้คุมกำลัง อาทิ “ที่ปรึกษา” “ผู้ทรงคุณวุฒิ” “ผู้ชำนาญการ” (ทำนองเดียวกับตำแหน่งเชี่ยวชาญเฉพาะ (ชช.) และวิชาชีพเฉพาะ (วช.) ของข้าราชการพลเรือนที่มีระดับตำแหน่งเทียบเท่าระดับบริหาร แต่ไม่ได้คุมกำลัง) รวมถึงการเลื่อนยศของเจ้ากรมฝ่ายอำนวยการในกองทัพอากาศจากพลอากาศตรีเป็นพลอากาศโทให้เทียบเท่ากับเหล่าทัพอื่นด้วย โดยแบ่งเป็นชั้นยศตามหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงกลาโหมได้ดังนี้

 

 

 

 

  พลเอก/

พลเรือเอก/

พลอากาศเอก

พลโท/

พลเรือโท/

พลอากาศโท

พลตรี/

พลเรือตรี/

พลอากาศตรี

รวมในแต่ละหน่วยงาน
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 27            45 82 154
กองบัญชาการกองทัพไทย 38 54 91 183
กองทัพบก 30 82 185 297
กองทัพเรือ 28 56 153 237
กองทัพอากาศ 23 55            143 221
รวมแต่ละชั้นยศ 146 292 654 1,092

 

 

 

 

 

 

                โดยเมื่อพิจารณาจากรายชื่อที่น่าสนใจ นอกจากพลเอกอุดมเดช พลเอกฉัตรชัย พลเอกไพบูลย์ พลโทสุรเชษฐ์และพลตรีอภิรัชต์ที่ได้กล่าวไว้ตอนต้น ก็จะมีอาทิ

1.พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล เพื่อน ตท.12/จปร.23 ของพลเอกประยุทธ์ จากเสนาธิการทหาร ไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม

2.พลโทพันลึก สุวรรณทัต น้องชายพลเอกพฤณท์ สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จากหัวหน้าสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ไปเป็นผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

3.พลเรือโทกฤษฎา เจริญพานิช จากหัวหน้าสำนักตุลาการทหาร และตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารสูงสุดและ สนช. ไปเป็นรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ

4.พลตรีพงศ์ทิวา อภิรักษ์โยธิน น้องชายของพลโทพงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน ซึ่งแม้จะเป็นเพื่อน ตท.12/จปร.23 ของพลเอกประยุทธ์ แต่ก็เป็นเขยกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่จังหวัดพะเยา จากผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ไปเป็นพลโทในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

5.พลเอกวรพงษ์ สง่าเนตร เพื่อน ตท.12/จปร.23 ของพลเอกประยุทธ์ ได้เลื่อนจากรอง ผบ.ทสส.เป็น ผบ.ทสส.

6.พลโทวลิต โรจนภักดี น้องรัก “บูรพาพยัคฆ์” จากแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นพลเอกในตำแหน่งรองเสนาธิการทหาร

7.พลตรีเจิดวุธ คราประยูร  ลูกชายของ “บิ๊กสุ” พลเอกสุจินดา คราประยูร จากรอง ผบ.วิทยาลัยเสนาธิการทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้ขึ้นเป็นพลโท ผบ.วิทยาลัยเสนาธิการทหารฯ

8.พลเอกอักษรา เกิดผล ลูกชายของพลเอกสายหยุด เกิดผล จากเสธ.ทบ. เป็น ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ.

9.พลโทธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็นพลเอก ผช.ผบ.ทบ.

10.พลโทปรีชา จันทร์โอชา น้องชายของพลเอกประยุทธ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ขึ้นเป็นพลเอก ผช.ผบ.ทบ.เช่นกัน

11.พลโทพอพล มณีรินทร์ ผบ.รร.จปร. น้องชายของพลตำรวจเอกวงกต มณีรินทร์ เพื่อน ตท.10/นรต.26 ของ “เจ้าระบอบทักษิณ” ขึ้นเป็นพลเอก แต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.

12.พลโทกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1

13.พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด หรือ “เสธ.ไก่อู” โฆษกกองทัพบก และรองโฆษกรัฐบาล เป็นพลตรีในตำแหน่งผู้ชำนาญการกองทัพบก

14.พลเรือตรีวินัย กล่อมอินทร์ อดีต ผบ.หน่วยซีล หรือ “หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ” ผู้แอบไปเป็นการ์ดให้ “ม็อบนกหวีด” ด้วยสายสัมพันธ์พิเศษกับอำนาจเหนือการเมือง จากผู้ช่วยหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ได้เลื่อนยศเป็นพลเรือโทในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทร.

15.พลอากาศเอกวรฉัตร ธารีฉัตร อดีต ผบ.หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน พี่ชายของพลตำรวจตรีอรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร อดีต ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จากผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทอ. เป็นประธานคณะที่ปรึกษา ทอ.

16.พลอากาศโทสุรจิต สุวรรณทัต น้องชายของพลอากาศเอกสุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จาก ผบ.หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ขึ้นเป็นพลอากาศเอกในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทอ.

                ซึ่งจะพบว่านายพลส่วนใหญ่ที่ถูก “เข้ากรุ” มักจะเป็นผู้มีความเกี่ยวพันกับฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเห็นได้ชัด ยกเว้นกรณีว่าที่พลตรีสรรเสริญและว่าที่พลเรือโทวินัย ซึ่งหากนับกันจริง ๆ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของข้าราชการทหารยศนายพลในประเทศไทย ซึ่งคาดกันว่ามีกว่า 1,500-1,600 นาย เทียบกับทหารทั้งกองทัพไทยประมาณสามแสนนาย คิดเป็นอัตราส่วน 200:1 ผิดกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษ ที่นายพลเค้าไม่ “เยอะซะขนาด” เหมือนของเรา

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

3 ตุลาคม 2557

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s