สยามทัศนะ (ตุลาคม-15 พฤศจิกายน 2557)

สยามทัศนะ

(ปีที่ 4 ฉบับที่ 7-8 (1) ตุลาคม-15 พฤศจิกายน 2557)

 

          เป็นเวลาร่วมสี่ทศวรรษแล้วที่พลังนิสิตนักศึกษาไทยเคยออกมาแสดงพลังโค่นล้มอำนาจเหนือการเมืองที่หยั่งรากลึกเมื่อปี 2516 ก่อนที่ศักดินาอำมาตย์จะทวงอำนาจของตัวเองคืนได้ในอีกเกือบสามปี และหลังจากนั้นมาพลังทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาไทยก็ถูกฝ่ายอำนาจเหนือการเมืองนั่นแหละสลายลงไป ดังจะเห็นได้จากช่วงหลัง ๆ ที่คนพวกนี้ใช้ชีวิตแบบเหลวไหลไร้สาระไปวัน ๆ ส่วนใหญ่มักจะมียาเสพติด การพนัน และเซ็กซ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแทนจิตสำนึกสาธารณะที่จะออกมาสู้เพื่อความถูกต้องของส่วนรวม ด้วยกลไกกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ “เป็นมือเป็นไม้” ให้กับอำนาจเหนือการเมือง และการนำสิ่งแวดล้อมทีไม่เหมาะสมมาให้เสพดังที่ได้กล่าวมาแล้ว จนคนไทยรุ่นหลัง ๆ กลายเป็นคนที่มี “ปริญญา” แต่ไม่มี “ปัญญา” ซะงั้น ไม่งั้นคงไม่มีคนบางพวกเอาสัญลักษณ์ “ล้มเจ้า” อย่างหน้ากากขาวมา  “เชียร์เจ้า” เมื่อปีกลายหรอก และคนพวกนี้อีกนั่นแหละที่หน้าด้านสาระแนมาสนับสนุนขบวนการเรียกร้องการเลือกตั้งของฮ่องกงแทนการแต่งตั้งผู้บริหารมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่นิสิตนักศึกษาฮ่องกงเป็นแกนนำ ทั้ง ๆ ที่พวกตัวเองก็คือพวกที่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยมีการเลือกตั้งภายใต้กติกาที่พวกตนร่างขึ้นมาเองแท้ ๆ แถมเติบโตมาในสังคมที่นิสิตนักศึกษาไม่สนใจการเมืองเพราะถูก “เขียนโปรแกรม” มาจากศักดินาชัด ๆ

                และด้วยความที่คนไทย โดยเฉพาะระดับบนชอบที่จะทำอะไรแบบขาดการ “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” (ซึ่งไม่สามารถเขียนตัวย่อแบบไม่มีจุดแบบชื่อมหาวิทยาลัยย่านอโศกได้ เพราะจะกลายเป็น “อวัยวะลับเฉพาะ” ไปซะงั้น) นี่เอง ที่ทำให้หลังการรัฐประหารโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาในนาม คสช. ต้องแสวงหาหนทางแก้ปัญหาแบบ “ขอไปที” เหมือนกับการรื้อ “ไมค์ทองคำ” ทั้งการ “ล้อมคอก” ออกไอเดียตั้งสถาบันสินเชื่อรายย่อยหรือ “นาโนไฟแนนซ์” แก้ปัญหาหนี้นอกระบบหลังมีชาวนาจากเมืองพระปรางค์สามยอดไปเผาตัวประท้วง การปฏิเสธนโยบาย “ประชานิยม” ถึงขั้นห้ามรัฐบาลเลือกตั้งชุดต่อไปทำโครงการลักษณะเช่นนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญที่กำลังจะจัดทำขึ้นใหม่ แต่กลับ “แจกเงิน” ชาวนาและชาวสวนยาง แถมยังแอบ “เหนียม” ด้วยการหวนมาทำโครงการ “จำนำยุ้งฉาง” และ “สามล้านล้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม” การ “บอยคอต” ประเทศเผด็จการคอมมิวนิสต์อย่างเกาหลีเหนือโดยเริ่มจากการห้ามส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และสินค้าฟุ่มเฟือยไปขาย และห้ามนำอาวุธยุทโธปกรณ์จาก “โสมแดง” เข้ามาขายในราชอาณาจักรที่เป็น “เผด็จการ” … (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) นิยม

          ตอกย้ำลงไปอีกด้วยการประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ขึ้นมาดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้ “บัญญัติสิบประการ” ของ คสช. ที่อุดมไปด้วยฝ่ายตรงข้ามประชาธิปไตย แต่ต้องการสร้าง “ประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย” แทบทั้งนั้น อาทิ

1.นายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์สมัย คมช.

2.นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต ส.ว.กลุ่ม 40

3.ศาสตราจารย์ ดร.จรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4.ว่าที่ร้อยเอกจิตร์ ศิรธรานนท์ น้องชายของนายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช.และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40

5.นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี บิดาของ “น้องตั๊น” จิตหงุดหงิม เอ้ย! จิตภัสร์ แห่ง กปปส.

6.รองศาสตราจารย์ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กทม. แนวร่วมพรรคประชาธิปัตย์

7.ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย

8.ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ผู้ดองญาติกับตระกูลล่ำซำ นายทุนใหญ่พรรคประชาธิปัตย์

9.นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการ กสม.

10.ศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต เครืองาม น้องชายของศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

11.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ตรึงใจ บูรณสมภพ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40

12.นายทนงศักดิ์ ทวีทอง นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี น้องรักของ “พระ (สุ) เทพ”

13.รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง อดีตนายกสภาการพยาบาล และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40

14.ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามีของศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาและอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัย “ตราพระเกี้ยวสีชมพู” แห่งนั้น และมี “สายสัมพันธ์ทางธุรกิจ” กับประธาน กปปส.อีกด้วย

15.รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 และเป็นพี่สาวของพลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน นายทหารลูกป๋า

16.ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ อดีตผู้บริหารอสมท ที่มีลูกสาวชื่อ “เอิน กัลยกร” ผู้เคยวิจารณ์ฝ่ายประชาธิปไตย

17.นายเน่า เอ้ย! เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติผู้ได้ดีเพราะ “เชลียร์” อำนาจเหนือการเมืองและโจมตีฝ่ายประชาธิปไตย

18.ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

19.ดร.ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ผู้ดึง “ปอง อัญชะลี” แกนนำ กปปส.ผู้ต้องคดีกลับรังเก่าในนามโทรทัศน์ New TV

20.นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานเครือข่ายต้านคอร์รัปชัน ผู้เคยสำแดงภาษีเป็นเท็จมาแล้ว

21.นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 และเพื่อน “สิงห์ดำ” รัฐศาสตร์ จุฬาฯ กับองคมนตรี “พลากร สุวรรณรัฐ” และอธิการบดีรามคำแหง “วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์”

22.รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และอดีต ส.ว.กลุ่ม 40

23.นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งเป็นมือไม้สำคัญของอำนาจเหนือการเมืองในการใช้ “น้ำ” เล่นการเมือง

24.นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ภรรยาของศาสตราจารย์ ดร.อิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยในคดีซุกหุ้น

25.นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตนักปกครองผู้เป็นทั้งญาติและลูกน้องขององคมนตรีพลากร

26.นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อดีตรองประธาน สนช.สมัย คมช.

27.รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40

28.นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สมัย คมช.

29.พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารลูกป๋าและเพื่อน ตท.12 ของพลเอกประยุทธ์

30.นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.กลุ่ม 40

31.นายมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ผู้ทำวิจัยเรื่อง “ถุงยางอนามัย” จนนำไปสู่การใช้ชื่อของตนมาเป็นคำสแลงเรียกอุปกรณ์คุมกำเนิดประชากรนั้น อดีต ส.ว.กทม. และสามีของท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ (เดิมคือหม่อมราชวงศ์บุตรี กฤดากร ลูกพี่ลูกน้องของ “ตาน้องตั๊น” หม่อมราชวงศ์ยงสวาสดิ์ กฤดากร) รองราชเลขาธิการผู้นิยมการคุมกำเนิดประชาธิปไตย เช่นเดียวกับคนชื่อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” หนึ่งในสามสมาชิก คสช.ที่เป็นพลเรือน

32.นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ผู้ดีแต่ตรวจสอบคนอื่นโดยเฉพาะในเรื่องพลังงาน แต่พอใครจะตรวจสอบตัวเองเข้าบ้างก็กลับบ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าเป็น “เรื่องส่วนตัว”

33.นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ อดีตผู้บริหารในวงการสื่อสารมวลชน ผ่านงานมาทั้งช่อง 7 เครือผู้จัดการ อสมท และ Thai PBS

34.นายวันชัย สอนศิริ ทนายความและอดีต ส.ว.กลุ่ม 40

35.นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง แต่กลับไปรับใช้คนที่ไม่พอเพียงในอำนาจ

36.รองศาสตราจารย์ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และน้องชายของศาสตราจารย์ ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม.

37.นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา (สกุลเดิมโชควัฒนา) ทายาทแห่งเครือสหพัฒน์

38.ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดี NIDA และแนวร่วมพรรคประชาธิปัตย์

39.นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ว.ตรังและพี่ชายของนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์

40.นางสาวสารี อ๋องสมหวัง “คู่ขาปาท่องโก๋” ของนางสาวรสนาในวงการ NGO สายคุ้มครองผู้บริโภค

41.นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต สว.กทม.

                ท่ามกลางกระแสข่าว “ทฤษฎีสมคบคิด” ในการทำลายล้างฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะการให้ สนช.อ้างอำนาจหน้าที่ ส.ว.ในการถอดถอนนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยกว่าสามร้อยราย ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ 2550 สิ้นผลบังคับไปแล้ว และเป็นที่ถกเถียงกันในบรรดา สนช.สองกลุ่มว่าสามารถทำได้หรือไม่ ไม่งั้นศาลรัฐธรรมนูญก็คงไม่จำหน่ายคดีการล้มล้างการปกครองจากการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นหรอก แต่หวังจะให้นักการเมืองเหล่านั้นไม่สามารถกลับมาเล่นการเมืองได้ตลอดชีวิต ตามหนึ่งในบัญญัติสิบประการตามรัฐธรรมนูญที่ “คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” ซึ่ง สปช. สนช. คสช.และ ครม.เป็นผู้เสนอ โดยมี ดร.บวรศักดิ์เป็นประธาน พร้อมด้วย “คนเคยเคย” มากันแทบยกทีมอย่าง

1.นายคำนูณ

2.ดร.จรัส

3.นายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

4.ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดื พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อดึตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

5.นายแพทย์ชูชัย

6.นางนรีวรรณ

7.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ รองศาสตราจารย์และคณบดีคณะนิติศาสตร์ NIDA และอดีต คตส.

8.ดร.ปกรณ์ ปรียากร รองศาสตราจารย์จากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ NIDA

9.นายประสพสุช บุญเดช อดีตประธานวุฒิสภา

10.นายไพบูลย์

11.นายมีชัย  วีระไวทยะ

12.นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์และอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ สนช.

                กำลังจะ “รีบเร่ง” ยกร่างขึ้นต่อไป โดยไม่ต้องสนใจว่าที่คุณด่านักการเมืองที่ประชาชนเลือกว่าเป็น “สภาผัวเมีย” แต่ สนช.คนหนึ่งกับประธาน สปช. (ดร.คุณหญิงสุชาดากับ ดร.เทียนฉาย) ก็เป็นผัวเมียกัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบางคู่ (นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์กับ ดร.เจษฏ์) ก็เป็นพ่อตากับลูกเขยกัน คุณด่าว่าฝ่ายประชาธิปไตยถูก “คนคนเดียว” ครอบงำ แต่คุณก็เตรียมสถาปนา “อภิรัฐมนตรี” ไว้ครอบงำสามอำนาจอธิปไตยเหมือนกัน และคนอย่างนายไพบูลย์ที่ด่ารัฐบาลเลือกตั้งว่า “แก้รัฐธรรมนูญโดยไม่ฟังเสียงประชาชน” แต่วันนี้เมื่อรัฐบาลทหารยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนั้นแล้วจะจัดทำฉบับใหม่ เสือกพลิกลิ้นไปว่า “ทำประชามติไปทำไม เสียเงิน เสียเวลา” เพราะเวลาของฝ่ายอำนาจเหนือการเมือง ผู้ใช้ “ชีวิตต่อชีวิต” กำลังจะหมดลงไปทุกที ๆ ถึงขั้นต้อง “ถ่อสังขาร” ออกมา “โชว์พาว” สู่สาธารณะ เช่นเดียวกับที่  “สุรชัย แซ่ด่าน” กล่าวไว้ในคำไว้อาลัย “พันเอก ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย” นายทหารประชาธิปไตยที่ลาโลกนี้ไปในวันครบรอบ 38 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 พอดีว่า “ไอ้เหี้ยที่เคยสั่งฆ่า อีห่าที่เคยสั่งยิงที่ท่านอภิวันท์เคยพูดถึงก็คงจะสั่งฆ่าสั่งยิงใครไม่ได้อีกแล้ว เพราะมันก็กำลังจะตายเหมือนกัน” และความตายของนายทหารปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมโยธาจากสถาบัน IIT รายนี้เองที่สร้างความไม่พอใจต่อผู้ใกล้ชิดฝ่ายศักดินาอำมาตย์เป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจาก “ความจริง” อันโหดร้ายที่ท่านผู้นี้เคยกล่าวเอาไว้ข้างต้น จนนำมาสู่การดำเนินคดีตามมาตรา 112 จึงต้องลี้ภัยทางการเมืองไปยังประเทศฟิลิปปินส์และล้มป่วยลงจนต้องจากโลกนี้ไป ซึ่งก็ปรากฏว่ามวลชนฝ่ายประชาธิปไตยที่ทราบข่าวการสิ้นชีพของนายทหารประชาธิปไตยผู้กล้าฉีกหน้ากากความเลวทรามของอำนาจเหนือการเมืองท่านนี้ ก็ได้มาร่วมกันแสดงความอาลัยกันอย่างหนาแน่น ชนิดที่เรียกว่าถ้า “เบอร์ 1” แห่งอำนาจเหนือการเมืองเป็นแบบนี้เข้าจริง ๆ (ซึ่งก็ไม่นานแล้ว) จะมีคนไปงานศพเยอะแบบนี้ไหมหนอ

                และตามที่เพิ่งกล่าวไปแล้วว่า อำนาจเหนือการเมืองเป็นคนชั่ว ขี้ฉ้อ ตอแหลที่ใส่หน้ากาก “คนดี” สู่สาธารณะ จนคนส่วนหนึ่งยอมตกเป็นทาสที่พร้อมจะสละชีวิตแทนได้ แถมยังมีหน้ามาบอกอีกว่าเกิดกี่ชาติ ๆ ก็จะขอเป็น “ขี้ข้า” รับใช้อำนาจเหนือการเมืองตลอดไป ก็จะได้แฉต่อไปว่าความชั่ว ขี้ฉ้อ ตอแหลของพวกเขานั้นเป็นอย่างไร ทั้งการห้ามอดีตนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไปเปิดงานบั้งไฟพญานาคที่จังหวัดหนองคาย แต่กลับไม่ห้ามอดีตนายกฯ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ไปทอดกฐินที่จังหวัดบุรีรัมย์ การให้ข่าวว่าโครงการรับจำนำข้าวในรัฐบาลยิ่งลักษณ์มี “กลิ่นโกง” ด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกัน คนหนึ่งบอกรัฐเสียหายเจ็ดแสนล้านบาท คนหนึ่งบอกมีข้าวเสื่อมคุณภาพเกือบหมด อีกคนก็บอกว่ามีข้าวหาย ทั้งที่รัฐบาลก่อนพยายามจะระบายข้าว เพื่อนำเงินกลับมาจ่ายให้ชาวนา แต่ก็มีสมุนของอำนาจเหนือการเมืองในนาม กปปส.ไปขัดขวางตัดไฟฟ้าห้องประมูล แถมหลังยึดอำนาจแล้วก็มีข่าวทหารถูกดำเนินคดีขโมยข้าวในโกดังที่ คสช.ให้ไปเฝ้าซะอีก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ในขณะที่นักการเมืองจากการเลือกตั้งโดยเฉพาะในกลุ่มที่คนบางพวกเรียกกันว่า “ระบอบทักษิณ” ถูกตราหน้าว่าเป็นคนโกงชาติโกงแผ่นดิน แต่เมื่อมีการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สนช. และ ครม.ประยุทธ์ ก็ปรากฏว่ามีหลายรายที่มีรายได้จากการรับราชการไม่มากนัก แต่กลับมีทรัพย์สินมโหฬารระดับเลขแปดหลักขึ้นไปหลายราย ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับ สนช.และรัฐมนตรีบางส่วนที่เป็นนักธุรกิจมาก่อน อย่างพลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง แห่งเวิลด์แก๊ส นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ แห่งโรงแรมปาร์คนายเลิศ นายอิสสระ ว่องกุศลกิจ แห่งน้ำตาลมิตรผล และนางกอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูร แห่งโตชิบาไทยแลนด์ บางรายก็มีทรัพย์มรดกมาจากบรรพบุรุษของทั้งตนเองและครอบครัว อย่างพลตำรวจโทจักรทิพย์ ชัยจินดา ลูกเขยมหาวิทยาลัยศรีปทุม และหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เหลนกรมพระยาดำรงฯ แต่รายที่รับราชการอย่างเดียวพวกนี้แหละที่มีพิรุธ อาทิ

 

ชื่อ ตำแหน่งราชการประจำ ตำแหน่งราชการการเมือง รายได้ต่อปี

ไม่รวมคู่สมรส

(บาท)

ทรัพย์สินสุทธิ

ไม่รวมคู่สมรส

 (บาท)

 

1.พลเรือโทกฤษฎา เจริญพานิช รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ

/อดีตหัวหน้าสำนักตุลาการทหาร

สนช.                                      

 

1,600,000.00 12,521,236.49

 

2.พลโทกัมปนาท รุดดิษฐ์   

                                                                                               

แม่ทัพภาคที่ 1

/อดีตผู้ช่วย เสธ.ทบ.

ฝ่ายยุทธการ

สนช. 3,389,960.00 86,315,642.77

 

3.พลเรือเอกกำธร พุ่มหิรัญ อดีต ผบ.ทร. สนช. 978,852.00 81,490,286.14
4.รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น สนช. 1,714,380,54 13,640,959.85
5.พลเอกกิตติพงษ์ เกษโกวิท                อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม สนช. 2,160,461.88 54,266,856.64
6.พลเอกคณิต สาพิทักษ์ อดีตประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม สนช. 1,537,273.00 32,287,450.90
7.ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ

 

อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สนช. 15,000,000.00 53,215,168.88
8.พลโท ชาญชัย ภู่ทอง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 สนช. 2,166,800.00 50,179,123.58

 

9.พลเอกทรงกิตติ จักกาบาตร์               

 

อดีต ผบ.ทหารสูงสุด สนช. 6,098,579.03 64,231,987.82
10.รองศาสตราจารย์ทันตแพทย์ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน

 

อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ NIDA สนช. 1,647,211.24 42,012,930.87
11.พลเอกธีรชัย นาควานิช ผช.ผบ.ทบ.

/อดีตแม่ทัพภาคที่ 1

สนช. 2,024,000.00 49,911,393.95
12.พลเอกนพดล อินทปัญญา                อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. สนช. 818,448.00 21,313,634.94
13.รองศาสตราจารย์นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนช. 4,000,000.00 26,640,949.71
14.พลเอก ดร.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด สนช. 977,214.00 29,893,253.74

 

15.รองศาสตราจารย์ ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดี NIDA สนช. 7,175,720.00 76,730,677.00
16.พลเอกปรีชา จันทร์โอชา                ผช.ผบ.ทบ.

/อดีตแม่ทัพภาคที่ 3

สนช. 1,920,000.00 63,051,468.00
17.นายปรีชา วัชราภัย อดีตเลขาธิการ ก.พ. สนช. 2,881,939.80 101,090,514.34
18.นายพรเพชร วิชิตชลชัย

 

อดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน

/อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

ประธาน สนช.                      

 

6,544,105.00 29,748,638.88
19.พลเรือเอกพลวัฒน์ สิโรดม อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม สนช. 1,340,834.40 39,241,935.64

 

20.พลเอกไพโรจน์ พานิชสมัย อดีตรอง ผบ.ทหารสูงสุด สนช. 779,400.00 343,373,164.58
21.นายภาณุ อุทัยรัตน์

 

เลขาธิการ ศอบต. สนช. 2,043,112.00 9,832,774.16

 

22.พลโทภาณุวัชร นาควงษม์               

 

รอง เสธ.ทบ.

/อดีตผู้ช่วย เสธ.ทบ.ทหารบกฝ่ายกิจการพลเรือน

สนช. 1,842,600.00 25,673,366.00
23.ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล

 

อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนช. 5,393,800.00 26,277,943.51
24.พลเอกวรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด

/อดีตรอง ผบ.ทหารสูงสุด

สนช. 1,390,804.00 19,639,170.37
25.พลเอกวลิต โรจนภักดี

 

รอง เสธ.ทหาร

/อดีตแม่ทัพภาคที่ 4

สนช. 1,857,992.00 20,027,815.91
26.พลเรือเอกวัลลภ เกิดผล 

 

อดีตรอง ผบ.ทหารสูงสุด สนช. 2,720,000.00 47,759,208.85
27.พลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

 

อดีตประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. สนช. 5,561,000.00 15,507,352.81
28.รองศาสตราจารย์วุฒิชัย กปิลกาญจน์

 

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนช. 7,033,538.00 218,454,073.58
29.ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์

 

อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง สนช. 11,566,007.64 28,569,116.04
30.รองศาสตราจารย์นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

 

อาจารย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สนช. 4,950,000.00 45,329,041.44
31.พลเอกสิงห์ศึก สิงห์ไพร

 

อดีตที่ปรึกษาพิเศษ ทบ. สนช. 450,000.00 26,109,808.00
32.พลเอกสุชาติ หนองบัว   

 

ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ

./อดีตผู้ช่วย เสธ.ทบ.ฝ่ายกำลังพล

สนช. 1,926,720.00 24,068,625.51
33.พลเรือเอกสุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์

 

อดีต ผบ.ทร. สนช. 1,023,067.20 76,293,169.48
34.พลเอกโสภณ ศีลพิพัฒน์

 

อดีตประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. สนช. 1,669,316.00 30,372,390.22
35.พลเอกอักษรา เกิดผล

 

ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ./อดีต เสธ.ทบ. สนช. 1,068,660.00 40,834,152.95
36.พลอากาศเอกอิทธพร ศุภวงศ์

 

อดีต ผบ.ทอ. สนช. 4,256,280.00 173,288,286.54
37.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

อดีต ผบ.ทบ. นายกรัฐมนตรี

/หัวหน้า คสช.

25,484,471.92 101,989,780.10
38.พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร

 

อดีต ผบ.ทหารสูงสุด รองนายกรัฐมนตรี

/รมว.การต่างประเทศ

/หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง คสช.

1,412,964.00 145,036,895.21
39.พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ./อดีตรอง ผบ.ทบ. รมช.กลาโหม/เลขาธิการ คสช. 2,157,697.00 27,322,207.83
40.พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง

 

อดีต ผบ.ทอ. รมว.คมนาคม/หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. 2,968,990.00 1,729,910.44
41.พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ

 

อดีตรอง ผบ.ทบ. รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ 27,008,907.00 66,040,133.28
42.พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ

 

รอง ผบ.ทบ.

/อดีต ผช.ผบ.ทบ.

รมว.พาณิชย์

/รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.

1,461,267.52 23,239,252.21
43.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา 

 

อดีต ผบ.ทบ. รมว.มหาดไทย 2,249,892.00 27,423,570.03
44.พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา

 

 

รอง ผบ.ทหารสูงสุด

/อดีต ผช.ผบ.ทบ

รมว.ยุติธรรม

/หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.

1,368,000.00 13, 898,661.05
45.พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์

 

อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม รมว.แรงงาน          2,416,579.00 18,663,567.00
46.ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล                รมว.สาธารณสุข

/อดีต สนช.

6,160,810.00 66,376,604.00
47.นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ “สภาพัฒน์” รมช.คมนาคม

/อดีต สนช.

7,143,850.50 10,395,804.36

 

                                                                                                               

 

 

 

 

                ที่กล่าวว่ามีพิรุธก็เพราะว่าเงินเดือนข้าราชการตั้งแต่แรกบรรจุจนเกษียณอายุราชการกว่า 40 ปี ต่อให้เก็บสะสมถึงขั้นไม่ใช้เลยก็ไม่น่าจะมากมายอะไรขนาดนั้น บางรายอย่างสองศรีพี่น้องแห่งสกุลจันทร์โอชาอย่างพลเอกประยุทธ์และพลเอกปรีชา ก็ไม่อาจตอบโจทย์สังคมเกี่ยวกับขายที่ดินของพ่อให้กับบริษัทซึ่งเป็นเครือข่ายของนายทุนน้ำเมารายหนึ่ง และการโอนเงินราชการเข้าบัญชี “เมียตัวเอง” ได้ เมื่อถูกซักไซ้ไล่เลียงมากเข้าก็ทำโวยวาย แต่ข้อค้นพบอีกอย่างหนึ่งซึ่งก็ต้องยอมรับว่าข้าราชการโดยเฉพาะทหารอาจจะไม่เข้าใจหลักการลงบัญชี กล่าวคือ สนช.บางรายลงรายการหนี้บัตรเครดิตไว้รวมกับเงินฝากทั้งที่ไม่ใช่ทรัพย์สิน บางรายก็ลงรายการหุ้นที่ซื้อผ่านบัญชีโบรกเกอร์ไว้เป็นเงินฝากแทนที่จะเป็นเงินลงทุน โดยรวมกับเงินที่ฝากไว้กับโบรกเกอร์แห่งนั้น ๆ เพื่อซื้อขายหุ้น (cash balance) ด้วย และบางรายก็คำนวณมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ณ วันแสดงบัญชีไม่ถูกต้อง กล่าวคือคำนวณมูลค่าที่ตราไว้ (par value) แทนราคาตลาด (market value)       

                และด้วยความที่อำนาจเหนือการเมืองเลือกที่จะเชิดพลเอกประยุทธ์ขึ้นมาทำงานแทนตัวเอง ทั้ง ๆ ที่คนคนนี้มีศัตรูอยู่ทั้งสีแดงและสีเหลือง แต่เป็น “กากี่นั้ง” คนกันเองของพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.ไม่เชื่อไปถามพระ (สุ) เทพเอาก็ได้ว่าจริงไหม ทั้งการออกมาการันตีพลเอกประยุทธ์ต่อ “มวลมหาประชานกหวีด” ว่าเป็นพวกเดียวกัน จึงอยากให้เวลาในการทำงานสักหน่อย ยังผลให้สมุนอำนาจเหนือการเมืองกลุ่มสีเหลือง “ออกอาการ” ไม่พอใจนายพลตาเหล่คนนี้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งกรณี สปช.รสนาและเครือข่ายออกมาโจมตีการที่กระทรวงพลังงานจะเปิดให้เอกชนเข้าสำรวจเพื่อขอรับสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานของ ผบ.ตร.สมยศในคดีเกาะเต่า ที่เก็บวัตถุพยานไม่ครบถ้วน เพื่อหวังเอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องสงสัยที่มีสายสัมพันธ์กับ “พระ (สุ) เทพ” และหวังจับ “แพะม่า” (แพะ+พม่า) เข้าคุกแทน และที่แน่นอนที่สุด คนพวกนี้ก็ไม่ลืมที่จะ “เลเพลาดพาด” ไปใส่ร้ายพลเอกประยุทธ์ว่าไม่คิดจะจัดการอะไรกับ “ระบอบทักษิณ” เลยหรือไง ถึงขั้นขู่ว่าหากไม่สามารถดำเนินการถอดถอนนักการเมืองได้ “มวลมหาประชานกหวีด” ก็จะ “คัมแบ๊ก” เลยทีเดียว เพราะเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้แล้วว่า ในกรณีถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานและรองประธานรัฐสภาตามลำดับ จากกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. พบว่าจาก สนช.220 คน มี สนช. 87 คนที่เห็นว่ารับเรื่องไว้พิจารณาได้ 75 คนคิดว่ารับไว้พิจารณาไม่ได้ 15 คนที่ไม่ออกเสียง และอีก 43 คนที่ไม่ได้เข้าประชุม ซึ่งหากคิดในแง่ร้ายที่สุด (worst case scenario) ว่าถ้า สนช.87 คนที่รับเรื่องไว้พิจารณา และ สนช.อีก 43 คนลงมติว่าสมควรถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมก็จะมีคะแนนเสียง 130 คะแนน ซึ่งยังไม่ถึง 3 ใน 5 ของจำนวน สนช.ทั้งหมด (220*3/5=132 คน) คือขาดอีกเพียงสองคะแนนจึงจะถอดถอนได้

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

15 พฤศจิกายน 2557

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s