สยามทัศนะ (กุมภาพันธ์ 2558)

สยามทัศนะ

(ปีที่ 4 ฉบับที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558)

 

                เริ่มต้นเดือนที่สองของปีแพะด้วยเหตุ “ระเบิดฝังตะปูป่วนเมือง” หน้าสยามพารากอน พ่วงเข้าด้วยการปาฐกถาที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ของ “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” ในวันรุ่งขึ้น ที่ยังคงแสดงออกซึ่ง “การเกลียดคนโกง” ขนาดเสนอให้ตั้งศาลฉ้อราษฎร์บังหลวงกันเลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีลูกน้องขี้โกงรายล้อมเต็มไปหมด บางคนก็แปรสภาพตัวเองเป็น “โล้นห่มเหลือง” สร้างความเสื่อมเสียให้กับวัดชื่อดังทางภาคใต้อยู่ในปัจจุบันนี้ และก็เป็นคนกลุ่มเดียวกับที่เคยขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อปีก่อนจนนำมาสู่ “การโกงอำนาจ” ในเวลาต่อมา กกต.สมชัยผู้ประกาศตัวว่า “ทำงานใหญ่ใจต้องเอียง” ขนาดเคยไปถ่ายรูปประชันความเอียงกับหอเอนปิซ่ามาแล้ว ก็ยัง “ดีแต่ปาก” ไม่กล้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนพวกนี้เลย สงสัยว่าจะเป็นพวกเดียวกันล่ะมั้ง หนำซ้ำยังต้องมาหนักใจกับข้อเสนอตั้ง “คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง” (กจต.) ที่อาจลดทอนอำนาจของพวกตนในรัฐธรรมนูญใหม่ เช่นเดียวกับการยุบผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ากับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็น “ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชน” ซะอีก

                จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า การเดินสายของพลเอกเปรมทั้งกรณี วปอ.และสานใจไทยสู่ใจใต้ก่อนหน้านี้ ซึ่งใกล้เคียงกับการลงมติถอดถอนน้องสาวของเจ้าระบอบทักษิณจากตำแหน่งนายกฯ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นแล้ว หลังการสั่งคดีของอัยการสูงสุด ทั้ง ๆ ที่ยังหาข้อสรุปร่วมกับ ป.ป.ช.ไม่ได้เพียงชั่วโมงเดียว แถมพ่วงด้วยการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหลายแสนล้านบาทอีกต่างหาก เรื่อยมาจนกระทั่งถึงการยื่นฟ้องอดีตนายกฯ เขยชินวัตร “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” จากกรณี 7 ตุลาคม 2551 ก็ส่อแสดงให้เห็นได้แล้วว่า อำนาจเหนือการเมืองต้องการอะไรกันแน่ แถมยังพ่วงด้วยเรื่องเกี่ยวกับบุคคลระดับสูงอีกสองกรณี ทั้งการปลอมแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ 13 ที่ website ผู้จัดการนำขึ้นเผยแพร่ จากนั้นก็มีแนวร่วมคนเสื้อแดงรายหนึ่งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ได้นำมา “แชร์” ต่อ แต่เมื่อได้ทราบว่าเป็นเอกสารปลอม จึงได้หยุดดำเนินการทั้งสองราย แต่กลับมีการพุ่งเป้าโจมตีเฉพาะแนวร่วมคนเสื้อแดงรายดังกล่าว ถึงขนาดหนังสือพิมพ์ที่น่าเอาไป “เช็ดรู” อำนาจเหนือการเมืองอย่างแนวหน้าและไทยโพสต์ ต่างก็พร้อมใจกันขึ้นพาดหัวกล่าวหาว่าเป็น “แดงอัปรีย์ คุกคามสถาบัน” กันเลยทีเดียว โดยไม่นำพาถึงความจริงที่ว่าพวกเดียวกับตัวเองแท้ ๆ ที่เป็นคนเอามาเผยแพร่ก่อน ซึ่งเมื่อประธาน นปช. “จตุพร พรหมพันธุ์” ออกมากระทุ้งดัง ๆ ถึงความสองมาตรฐานดังกล่าว ตำรวจก็ได้ขอหมายจับอดีต webmaster ของผู้จัดการที่เพิ่งถูกพักงานและตัดเงินเดือนกึ่งหนึ่งด้วยเช่นกัน โดยหากพิจารณาแถลงการณ์ปลอมฉบับดังกล่าวก็จะพบว่า มีข้อสังเกตที่ควรแก่การจับผิดหลายประการ อาทิ

                1.แบบอักษร (Font) ที่แถลงการณ์ปลอมฉบับนี้ใช้เป็นแบบ Angsana ในขณะที่หนังสือราชการใช้แบบ Sarabun

                2.คำว่า “พระปรมาภิไธย” ในแถลงการณ์ปลอมฉบับนี้เขียนเป็น “พระปริมาภิไธย” ทุกจุด

                3.การพิมพ์ไม้ยมก (ๆ) ในหนังสือราชการจะต้องเว้นวรรคหน้าและหลังหนึ่งวรรค อาทิ “ใด ๆ ได้อีก” แต่ในแถลงการณ์ปลอมนี้เขียนเป็น “ใดๆได้อีก” โดยไม่มีการเว้นวรรค 

                4.ในแถลงการณ์ปลอมอ้างว่า มีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไว้แล้วก่อนหน้านี้ แต่เหตุใดจึงไม่ปรากฏประกาศแต่งตั้งดังกล่าวในที่สาธารณะ กลับมาแถลงรวมไว้ในแถลงการณ์ปลอมนี้ รวมถึงตัวแถลงการณ์ปลอมเองก็มีเนื้อหาค่อนข้างอ่อนไหวด้วย กลับไม่มีปรากฏทางสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะทางโทรทัศน์เลยเช่นกัน

                5.ตราครุฑที่ประทับท้ายหนังสือราชการจะต้องทับวันที่ประกาศด้วย แต่ในแถลงการณ์ปลอมกลับอยู่เหนือวันที่

                และการตามจับ “เครือข่ายบรรพต” ที่เผยแพร่บทความและคลิปเสียงที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกับบุคคลระดับสูงกว่าสี่ร้อยตอน ซึ่งได้กระทำมาต่อเนื่องนานกว่าสี่ปี ตั้งแต่ปลายปี 2553 ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ จนนำไปสู่การควบคุมตัวนายหัสดิน อุไรไพรวัน เจ้าของนามแฝง “บรรพต” ในอีกสัปดาห์ถัดมา ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า เครือข่ายเสื้อเหลือง สลิ่ม นกหวีด ผู้ “คลั่งเจ้า” ทั้งหลายก็ปีติปราโมทย์อย่างยิ่งเมื่อได้ทราบข่าวดังกล่าว เสมือนกับว่าคนพวกนี้เป็น “ขยะของแผ่นดิน” ที่ต้องถูกเก็บตามแนวคิดของ “หมอดอกทอง แน่นอก เอ้ย! เหรียญทอง แน่นหนา” บางรายก็ด่าหยาบ ๆ คาย ๆ ขนาดงัดอวัยวะใต้สะดือมาด่า บางรายก็อยากให้คนพวกนี้ถูกกลุ่ม IS จัดหนักจัดเต็มประเภท “ตัดคอโชว์” กันเลยทีเดียว ก็ใช่น่ะสิ เพราะ IS กับพวก “คนดี” พวกนี้มีจุดร่วมกันคือ “เกลียดอเมริกา ค้าขายของเถื่อน ฟั่นเฟือนอุดมการณ์ ล้างผลาญคนเห็นต่าง สร้างความรุนแรง” เพียงแต่ IS เป็นพวกคลั่งศาสนา ไม่เหมือนพวกคุณที่เป็นพวกคลั่งเจ้า ซึ่งถือได้ว่ามิใช่เป็นการรักเจ้าแต่ประการใด เพราะ “ในนามแห่งความรัก ไม่ควรให้ใครมาฆ่าฟันกัน” แถมจะยิ่งเป็นตราประทับด้วยว่าพวกคลั่งเจ้าเป็นคนชอบใช้ความรุนแรงทั้งกาย วาจา ใจกับคนที่เห็นต่างกับตัวเอง และจะทำให้คนที่เห็นต่างถูกผลักไสให้เป็นศัตรูยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก เพราะเกลียดชังพวกคุณที่หยาบคายดิบเถื่อนถ่อยกับคนอื่นแล้วบอกว่าตัวเองรักเจ้า เหมือนกับคนแขวนพระเครื่องเต็มคอแล้วไปทำผิดศีล แทนที่จะแสดงออกซึ่งความรักเจ้าที่เหมาะสม เช่น เผยแพร่พระราชกรณียกิจ พระบรมราโชวาท ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติ โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องรู้รักสามัคคี เรื่องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำ เรื่องการพัฒนาการเกษตร เรื่องการแก้ปัญหาจราจร และเรื่องคุณธรรมจริยธรรม โดยไม่ต้องนำไปเปรียบเทียบกับ “เจ้าระบอบทักษิณ” เพื่อให้พวกคนที่คุณคิดว่าเป็นทาสทักษิณได้ “ตาสว่าง” ขึ้นมาเองว่าเขาอยู่ “ถูกข้าง” หรือเปล่า หรือเขาอาจจะเห็นก็ได้ว่าขนาดคนประกาศตัววันละสามเวลาหลังอาหารว่าเป็นผู้จงรักภักดีแท้ ๆ ก็ยังทำไม่ได้สักเรื่อง แถมใครอยากจะทำขึ้นมาจริง ๆ ถ้าไม่ใช่พวกตัวเองก็เสือกไปขัดขวางซะงั้น!!!

                ในฐานะที่เคยฟังคลิปบรรพตมาทุกตอนที่ออกเผยแพร่ ก็ต้องยอมรับว่ามีการกล่าวพาดพิงบุคคลระดับสูงกับทางการเมืองจริง แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเครือข่ายบรรพตด้วยว่า ทีมงานนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์แบบพวก “หัวก้าวหน้า” บางกลุ่มเลย เพราะเป็นจารีตประเพณีดั้งเดิมของไทยมาหลายศตวรรษ อีกทั้งยังมีองค์รัชทายาทที่จะต้องสืบราชบัลลังก์เป็นรัชกาลที่ 10 ต่อไปอยู่แล้ว ซึ่งพระกรรมฐานหลายรูปก็พยากรณ์ไว้ว่าจะเป็นยุคที่ประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงสุดทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม แต่คนในอำนาจเหนือการเมืองก็ไม่อาจรับสภาพตรงนี้ได้ จึงพยายาม “ใส่ร้าย” องค์รัชทายาททั้งในเรื่องส่วนพระองค์และความสัมพันธ์กับพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ เพื่อหวังเปลี่ยนแปลงการนี้ ตามที่ “สามเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่” เคยกล่าวกับอดีตทูตมะกัน “อีริค จี.จอห์น” มาแล้ว อีกทั้งคลิปบรรพตยังมีการสอดแทรกความรู้เรื่องปรัชญา ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อาหารการกินและ “อายุรวัฒน์เวชศาสตร์” ไว้อีกด้วย

                การแสดงออกของอำนาจเหนือการเมืองผู้คิดว่าตัวเองคือ “คนดี” ที่สุดในสามโลก ที่สมควรแก่การนำมาประจานไว้ ณ ที่นี้ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ดังจะเห็นได้จากการแสดงท่าที “ชิงชังรังเกียจ” ต่อการเดิน “ธุดงค์ธรรมชัย” ของวัดพระธรรมกาย คนอย่าง สปช.ไพบูลย์ นิติตะวันก็ไปไกลถึงขนาดจะ “เช็คบิล” เจ้าสำนักนั้นกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ส่อแสดงให้เห็นว่าพวกคนดีจอมปลอมพวกนี้ไม่มีพุทธศาสนาอยู่ในหัวใจ ถึงแม้หลักการบางอย่างของวัดพระธรรมกายอาจจะถูก “ปั่นกระแส” ให้เกิดข้อสงสัยอยู่บ้าง เช่นแนวคิด “เงินมากได้บุญมาก” หรือแนวคิดที่ว่าเจ้าพ่อแอปเปิล “สตีฟ จ็อบส์” ลาโลกแล้วไปเกิดเป็นเทวดา แต่อย่างน้อย ๆ วัดที่พวกคุณตั้งฉายา “จานบิน” แห่งนี้ก็ยังมีความเป็นพุทธมากกว่าบางวัดที่เอาพราหมณ์หรือไสยศาสตร์มาเป็นจุดขาย มีสติกเกอร์แปะกันตามท้ายรถก็แล้วกัน หรือถ้าพระที่ทำโครงการ “ธุดงค์กลางเมือง” เกิดเป็นพวก “คนดี” อย่างพระ (สุ) เทพแอนด์เดอะแก๊ง พุทธะอิสระ ว.วชิรเมธี ที่ต่างก็ “โผล่หาง” อย่างชัดเจนว่าเป็นปฏิปักษ์กับวัดพระธรรมกาย ถึงขนาด “ยกแก๊ง” ไปประท้วง “สมเด็จช่วง” พร้อมกับเอาของสกปรกไป “ถวายสังฆทาน” หรือเคยเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโทใส่ร้ายว่าบิดเบือนคำสอนในพระไตรปิฎก โดยอ้างชื่อพระนักวิชาการชั้นผู้ใหญ่บางรูป หรือแม้แต่พระปลอมอย่าง “สันติอโศก” เล่า พวกคุณก็อย่าเสือกแห่แหนไปต้อนรับ แถมมีตำรวจมาเป็น “บอดี้การ์ด” แบบที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงก็แล้วกัน!!! มาถึงตรงนี้ก็ให้นึกถึงมูลเหตุของวรรณกรรมจีน “สามก๊ก” อันลือชื่อที่ว่ามีชายสามคนดื่มเหล้าร่วมสาบานกันไปปราบ “โจรโพกผ้าเหลือง” แต่ ณ วันนี้ พุทธศาสนิกชนชาวไทยก็ต้องมาปราบ “โจรห่มผ้าเหลือง” แทน

                ยิ่งไปกว่านั้น “คนดี” ตามมโนภาพของตัวเองก็ยังไม่ยอมให้ใครตรวจสอบเสียอีก ดังจะเห็นได้จากความพยายามในการ “บล็อก” นักศึกษาลูกแม่โดมที่จัดกิจกรรมขบวนพาเหรดล้อเลียนการเมืองในงานฟุตบอลประเพณีกับชาวจามจุรี ซึ่งประกอบด้วยหุ่นและป้ายผ้าที่เสียดสี “คนดี” พวกนี้เป็นจำนวนมาก ถึงขั้นที่สามารถติดป้าย “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ที่นักการเมืองชื่อดังแห่งภาคอีสาน “ครูครอง จันดาวงศ์” ลั่นวาจาไว้ก่อนถูกอำนาจเหนือการเมืองในนามของ “สฤษดิ์ ธนะรัชต์” สั่งยิงเป้า ทั้ง ๆ ที่ขบวนพาเหรดล้อการเมืองก็จัดกันมาตั้งเจ็ดทศวรรษแล้ว นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งทุกคนก็ยัง “หน้าบาง” ถูกแซวจากงานนี้ได้ แล้วพวกคุณเป็นใครทำไมขลาดกลัวต่อการตรวจสอบ และก็เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุใดชาว “จามจุรีสีชมพู” ไม่เคยจัดขบวนพาเหรดเสียดสีการเมืองแบบนี้บ้างเลย ศิษย์เก่าสำนักนั้นรายหนึ่งก็ได้เฉลยผ่านโลกออนไลน์ไว้ว่า เป็นเพราะไม่ผ่าน “เซ็นเซอร์” จากบรรดาคณาจารย์นั่นเอง ด้วยความที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าอำนาจเหนือการเมือง โดยเฉพาะคนที่สังคมมองว่าเป็นประธาน กปปส.มีความเกี่ยวพันกับมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งแรกของไทยผู้ประกาศตนว่าเป็น “เสาหลักของแผ่นดิน” แห่งนี้ และประธาน กปปส.ก็มี “สายสัมพันธ์” เป็นพิเศษกับ “แดนมังกร” ถึงขนาดมีบ้านพักส่วนตัวไว้ที่นั่น แถมพ่วงด้วยข่าวลือที่ว่าแอบไปมีครอบครัวอยู่ซะอีกแน่ะ สายสัมพันธ์ดังกล่าวก็ถูกมองว่าเพื่อเป็นการ “คานอำนาจ” กับพญาอินทรีที่เริ่ม “ไม่พอใจ” กับเครือข่ายของตนตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อเก้าเดือนก่อน ซึ่งความอดทนของพญาอินทรีก็ได้หมดลงเมื่ออดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ถูกถอดถอน และก็ทำให้รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช.แสดงท่าทีเอาอกเอาใจจีนอย่างออกนอกหน้าตามมา ทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ และในอีกสัปดาห์ต่อมาซึ่งตรงกับ “วันแห่งความรัก” กลุ่มนิสิตนักศึกษาผู้รักประชาธิปไตยจำนวนหนึ่งก็ออกมาจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “เลือกตั้งที่ (รัก) ลัก” เพื่อรำลึกครบขวบปีแห่งการถูกลักขโมยการเลือกตั้ง จนนำไปสู่การถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้จนเกือบรุ่งสางของวันรุ่งขึ้น

                ที่กล่าวมาทั้งหมดก็พอจะเห็นชัดแล้วว่า ที่ สปช.วันชัย สอนศิริ อดีต ส.ว.กลุ่ม 40 ออกมาเสนอให้ “บิ๊กตู่” เจรจากับ “เจ้าระบอบทักษิณ” เพื่อสร้างความปรองดองในชาติก็คงจะเป็นไปไม่ได้ โชคดีเหลือเกินที่นายกฯ ประยุทธ์ ไม่เล่นด้วย เหมือนกับคงรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของอำนาจจริง ถ้างั้นก็เอาประธาน กปปส.ถ่อสังขารไปคุยกับทักษิณที่ดูไบซะดีมั้ยเนี่ย!!! แถมคนพวกเดียวกันแท้ ๆ ก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยทั้งเรื่องสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่ฝ่ายรัฐต้องการแสวงหาความมั่นคงทางพลังงานเพิ่มเติมโดยให้เอกชนเข้าสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแทนรัฐ แต่อีกฝ่ายต้องการให้รัฐลงทุนขุดเจาะเองโดยไม่แคร์ว่าจะสูญเงินเปล่าหรือไม่ โดย  “เอาสีข้างเข้าถู” ว่ารัฐต้องลงทุนเพื่อความมั่นคงนี้เอง ไม่ควรทำเป็นกิจการแสวงหากำไร อันเป็นวาทกรรมที่ “กลับกลอกไปมา” เพราะครั้งหนึ่งเคยออกมาต่อต้านนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจในรัฐบาลทักษิณก็อ้างเหตุผลนี้ แต่พอรัฐบาลยิ่งลักษณ์น้องสาวทักษิณ จะลงทุนให้ชาวนาอยู่ดีกินดี คนพวกนี้ก็เสือกบอกว่ารัฐขาดทุนซะงั้น

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

1 มีนาคม 2558

 

(บันทึกจากผู้เขียน)

                ดังที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่าครบรอบหนึ่งปีของการเลือกตั้งที่อำนาจเหนือการเมืองขัดขวางไว้จนนำไปสู่การล้มล้างอำนาจประชาชนในอีกสามเดือนกว่า ๆ ต่อมา เมื่อเช้าของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของปีก่อน หลังจากที่ผมออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนั้นที่หน่วยเลือกตั้งหน้าหมู่บ้าน กลับมาเปิดทีวีดูก็เห็นพาดหัวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ตัวเบ้อเริ่มว่า “no vote” พร้อมภาพประกอบการชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้งของ กปปส.ภายใต้คำบัญชาการของ “บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ” บางคนที่ “เงี่ยน ร่าน กระสัน” อยากเป็นใหญ่โดยไม่สนใจความชอบธรรม ผมจึง “เหลืออด” ถึงขนาดส่ง e-mail ไปยังหนังสือพิมพ์แนวร่วมของ กปปส.และอำนาจเหนือการเมืองจำนวนสามฉบับ คือ  ASTV ผู้จัดการ แนวหน้าและไทยโพสต์ ดังข้อความต่อไปนี้ครับ

                “เรียน คุณสนธิ ลิ้มทองกุล แห่งหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ คุณประสงค์ สุ่นศิริ แห่งหนังสือพิมพ์แนวหน้า และคุณโรจ งามแม้น (เปลว สีเงิน) แห่งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

                ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างจากพวกคุณ ผมรู้สึกรับไม่ได้ถึงขั้น “ฟิวส์ขาด” ทุกครั้งที่ได้เห็นการนำเสนอข่าวสารในสื่อของพวกคุณทั้งสาม เนื่องจากพวกคุณชอบที่จะใช้วาทกรรมเกลียดชัง (hate speech) ให้สังคม (ของพวกคุณ) มองพวกผมว่าเป็น “ควายแดง” “แดงถ่อย” “หางแดง” หรือสรรพนามอื่น ๆ ที่คุณช่างสรรหามา

                พวกคุณอาจจะถามผมว่า “ถ้าสื่อของพวกผมไม่ดี แล้วทำไมคุณต้องบริโภค” ก็ขอตอบไว้ ณ ที่นี้ว่า เพราะผมยังมีจิตใจเป็นประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ผิดกับพวกคุณที่ชอบ “บังคับขืนใจ” ให้คนอื่นต้องเชื่อในสิ่งที่ตนคิด โดยปราศจากการตรวจสอบและรับผิดชอบกับความจริงที่คลาดเคลื่อน หลายครั้งที่พวกคุณเขียนพาดหัวข่าวด้วยลักษณะดังกล่าว เช่น “คาร์บ๊อง” “อนุญาโตตุลาเตี้ย” “แม้วกระสันเป็น ปธน.” “เลว!  บุกค้น รพ.จุฬาฯ” “ทัพฟ้าเมินขี้ข้าแม้ว” “ทักษิณบังคับในหลวง” “นช.ทักษิณ” “ฉลองเผาเมือง” “พรรคเผาไทย” “พรรคเพื่อแม้ว” จึงทำให้ผมและเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายคน “ของขึ้น” ดังที่ได้กล่าว ถึงขั้นต้องตั้งฉายาให้พวกคุณว่าเป็น “ผู้จัดโกง” “แนวเน่า” และ “ถ่อยโพสต์” ตามลำดับ

     ผมจึงเขียนจดหมายฉบับนี้มาเพื่อ “ประท้วง” การนำเสนอที่ไร้จรรยาบรรณของพวกคุณ และตั้งคำถามถึง “มโนธรรมสำนึก” ของพวกคุณว่า

 

1.ถ้าคนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณ คุณ “เหมาเข่ง” ว่าเขาเป็น “ขี้ข้าทักษิณ” แล้ว พวกคุณเป็นขี้ข้าของใคร ใช่คนที่ “บิ๊กบัง” เคยบอกว่า “ถึงตายก็ตอบไม่ได้” หรือเปล่า

2.คุณทักษิณฯ มีเงินมากเท่าไหร่กันถึงซื้อคนได้ทั้งประเทศและทั้งโลก

3.ถ้าประเทศไทยไม่มีคุณทักษิณฯ หรือคนอย่างคุณทักษิณฯ พวกคุณจะเอาข่าวอะไรมาขาย

4.คุณเห็นด้วยใช่ไหมที่จะยึดถือ “ตัวบุคคล” มากกว่า “หลักการ” ชนิดที่เรียกว่า “ไม่สนใจวิธีการ สนใจแต่ผลลัพธ์” ที่ต้องการขจัด “ระบอบทักษิณ” ที่ไม่มีอยู่จริง

 

                ผมไม่ต้องการอะไรหรอกครับจากจดหมายฉบับนี้ ไม่ได้อยากให้พวกคุณเปลี่ยนอุดมการณ์มาชื่นชมพวกผม แต่ขอแค่ให้พวกคุณ “เคารพ” การตัดสินใจของใครที่คิดไม่เหมือนคุณก็แล้วกัน แบบที่เรียกว่า respect my vote นั่นแหละ เพราะเราทุกคนต่างก็เป็นเจ้าของประเทศนี้ด้วยกัน มีภูมิปัญญา มีวิจารณญาณตัดสินแยกแยะผิดชอบชั่วดี ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของใคร

 

     ขอแสดงความนับถือ

 

     กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

 

     2 กุมภาพันธ์ 2557″

                จนเวลาล่วงเลยมากว่าหนึ่งปีแล้ว ผมก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองตามสิ่งที่ตัวเองและสังคมต้องการจากหนังสือพิมพ์ทั้งสามเลย ยังคงส่อสันดาน hate speech อยู่จนบัดนี้ ผมจึงต้องนำจดหมายฉบับนี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อตีแผ่ความจริงสู่สังคม พร้อม ๆ กับบทกลอนต่อไปนี้ด้วยครับ

 

ไทย แสนอัดอั้นตันในอก

โพสต์ หยิบยกสามานย์ผลาญสุขี

ผู้ ใหญ่ในแผ่นดินสิ้นวิธี

จัดการ ความกาลีที่มีมา

แนว ทางต่อสู้ชูตัวคน

หน้า ด้านทนไม่สนใจใครจะว่า

อัปรีย์ ระยำทำนานมา

จัญไร ไม่ช้าพาดับเอย

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

7 กุมภาพันธ์ 2558

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s