สยามทัศนะ (มีนาคม-เมษายน 2558)

สยามทัศนะ

(ปีที่ 4 ฉบับที่ 12-ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 มีนาคม-เมษายน 2558)

 

                ท่ามกลางบรรยากาศการปฏิรูปประเทศไทย ก็มีคำถามสอดแทรกจากหลายภาคส่วนในสังคมเกี่ยวกับ “ความคิด” และ “ความเชื่อ” แบบเดิม ๆ ที่ศักดินาผู้สวาปามอำนาจเหนือการเมืองยังไม่อาจปฏิรูปให้เป็นตัวอย่างได้เลย อาทิ การกล่าวหานักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งว่าไร้คุณธรรม จริยธรรม เล่นพรรคเล่นพวก แต่ตนเองก็กลับเลวร้ายยิ่งกว่า โดยเฉพาะกรณี “สภาเครือญาติ” ที่ไปไกลถึงขนาด “สวิงกิ้ง” ลูกเมียตัวเองไปทำงานกับคนอื่น แถมยัง “เล่นงาน” แรง ๆ กับบรรดาคนเห็นต่างที่รักความจริงยิ่งกว่าอำนาจเหนือการเมือง ทั้งกรณีไล่ “อาจารย์สมเจียม” ออกจากรั้วเหลืองแดง การพิพากษาลงโทษนักแสดงละครเวที “เจ้าสาวหมาป่า” ที่เนื้อหากระทบกระเทือนผู้มีอำนาจ การ “ยัดข้อหา” เดียวกันนี้ให้ “น้องแหวน” พยานปากเอกในคดีสังหารหมู่วัดปทุมฯ การขัดขวางการจัดกิจกรรมรำลึกถึงผู้ตายในเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 2553 และเลวร้ายถึงขนาดใช้คนของฝ่ายตนเข้าไปแทรกแซงคดีดังกล่าวผ่านทาง DSI อีกด้วย ทั้งที่ตนเองก็มีส่วนทำให้คนตายและบาดเจ็บในเหตุการณ์นั้นแท้ ๆ การให้พลเรือนขึ้นศาลทหารโดยอ้างกฎอัยการศึก จนนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงของ “กลุ่มพลเมืองโต้กลับ” การสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ “สีแดง” สองช่องคือ TV 24 และ Peace TV โดยช่องแรกได้รับคำสั่งปิดชั่วคราวหนึ่งสัปดาห์ (11-17 เมษายน) ส่วนช่องหลังก็ได้รับคำสั่งปิดชั่วคราวหนึ่งสัปดาห์เช่นเดียวกัน แต่ก่อน TV 24 เพียงวันเดียว แถมยังถูกกระหน่ำซ้ำสองด้วยการถูกสั่งปิดถาวรตั้งแต่วันสุดท้ายของเดือนเมษายน โทษฐานตั้งข้อสังเกตพาดพิงคนในรัฐบาลกับเหตุ “คาร์บอมบ์สมุย” เมื่อกลับมาออกอากาศได้เพียงสองวัน การปล่อยให้ “เด็กในคาถา” ออกมาโจมตีคนเห็นต่างทางการเมืองว่าน่าจะไปโดนแผ่นดินไหวที่เนปาลเมื่อปลายเดือนเมษายน แต่ไม่คิดจะวิพากษ์วิจารณ์ กทม.ที่เอาน้ำท่วมไม่อยู่ช่วยก่อนสงกรานต์ไม่กี่วัน การสั่ง block website ของ NGO ด้านสิทธิมนุษยชนอย่าง Human Rights Watch  การอ้างกรณีธรรมกายมาเป็นเหตุในการออกข้อเสนอปฏิรูปคณะสงฆ์ ทั้งทางการบริหารจัดการ การเงิน และการศึกษา ทั้งที่ขาดการมีส่วนร่วมจากบรรดาบรรพชิต ถ้าอย่างนั้นหากจะมีการปฏิรูปสองสิ่งที่ คสช.ไม่กล้าแตะเลยอย่างกองทัพกับศาล ก็ไม่ต้องให้ทหารกับตุลาการมีส่วนร่วมด้วยก็แล้วกันนะ ปล่อยให้พวกเขาเหิมเกริมถึงขนาดอยากจะซื้อเรือดำน้ำทั้ง ๆ ที่ทะเลไทยตื้นเกิน แล้วก็บังคับให้คนเรียกว่า “ท่าน” ไม่ใช่ “หัวหน้า” โดยอ้างประเพณีของบรรพตุลาการต่อไปก็แล้วกัน และรวมถึงการ “ยกระดับ” อำนาจของตนจากเดิมใช้ฝ่ายทหารผ่านทางกฎอัยการศึก ที่ถูกต่อต้านอย่างหนักจากทั้งสังคมไทยและสังคมโลก มาเป็น “อำนาจครอบจักรวาล” ตามรัฐธรรมนูญ “ชั่วค (ร) าว” มาตรา 44 ภายใต้หัวหน้า คสช. “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” แต่เพียงผู้เดียว ก็สมแล้วล่ะที่ ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์เคยโจมตี คสช.ว่าเป็น “พ่อทุกสถาบัน”

                นอกจากนี้แล้ว ความชั่วร้ายที่สมุนศักดินาพากันแสดงออกสู่สาธารณะ ก็ยังปรากฏในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการ “สำราก” ของท่านผู้นำที่ว่าด้วย  “ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย 99.99%” อย่างไม่อายปาก ทั้ง ๆ ที่คนพูดมาจากการยึดอำนาจการปกครองจากประชาชน ทั้งที่เคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่กระทำการดังกล่าว จึง “ตระบัดสัตย์” ได้อย่างหน้าด้าน ๆ และปฏิบัติต่อประชาชนเหมือนแค่มา “อาศัยแผ่นดิน” ของใครก็ไม่รู้อยู่ ไม่ใช่เจ้าของประเทศอย่างแท้จริง ผิดกับมหาบุรุษ “ลี กวน ยู” ผู้สร้างสิงคโปร์ ประเทศที่เป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ ให้เจริญเติบโตเป็น “พี่เบิ้ม” แห่งอุษาคเนย์ ซึ่งเพิ่งล่วงลับไปอย่าง “พลิกหน้ามือเป็นหลังตีน”  กันเลยทีเดียว และยังพยายาม “สร้างภาพ” ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ตอหลดตอแหลหลอกลวงประชาคมโลกไปวัน ๆ ถึงขนาดกล้าประกาศกร้าวต่อ “พญาอินทรี” หรือสหรัฐอเมริกาว่า “อย่ามาบังคับให้คนอื่นใส่เสื้อเหมือนตัวเอง” จนนำไปสู่การตอบโต้จากพญาอินทรี ด้วยการแต่งตั้ง “ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือ” ให้มาเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยคนใหม่หลังจากว่างเว้นตำแหน่งดังกล่าวมาหลายเดือน เพราะเห็นว่าไทยเริ่มเจริญรอยตามเกาหลีเหนือแล้ว พร้อม ๆ กับการที่ไทยพยายาม “วิ่งตีนขวิด” ถึงขั้นแทบจะยกแผ่นดินประเคนให้จีนหรือ “พญามังกร” มาทำรถไฟความเร็วสูง ตามคำบงการของอำนาจเหนือการเมือง ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่า “ซี้ย่ำปึ้ก” กับพญามังกรขนาดไหน จนนำไปสู่การ “เล่นการเมือง” โต้กลับจนส่งผลสะท้อนสู่ด้านเศรษฐกิจ ทั้งการตำหนิ “มาตรฐานการบิน” ของไทยโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และ “มาตรฐานการประมง” โดยสหภาพยุโรป (EU) การสร้างภาพให้ฝ่ายประชาธิปไตยว่าเป็นผู้นิยมความรุนแรง โดยเฉพาะกรณีปาระเบิดศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และยังพยายามเชื่อมโยงไปยัง “เอนก ซานฟรานฯ ” ผู้ต้องหาคดี 112 ที่อยู่ต่างประเทศ แถมด้วยการแถลงข่าวว่าการปาบึ้มครั้งนี้ “ไฮเทค” ถึงขนาดใช้ “ไลน์” โปรแกรมสื่อสารชื่อดังติดต่อสั่งการกันซะด้วย โดยไม่คิดจะทำลายหลักฐานเพื่อรอดตัวจากการจับกุม เรื่อยมาจนถึงกรณีไฟไหม้สหกรณ์ (โคออป) สุราษฎร์ธานี ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเกี่ยวโยงกับ “พระ (สุ) เทพ” และเหตุการณ์คาร์บอมบ์ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย ในช่วงก่อนสงกรานต์เพียงไม่กี่วัน โดยฝ่ายทหารได้จับกุม “แพะเอ็ม เสื้อแดง” ไปสอบปากคำสัปดาห์หนึ่งก็ปล่อยตัวไป เพราะ Facebook ที่บอกว่าจะ “จัดเต็มจัดหนัก” ที่สมุยมันไม่ใช่เรื่องระเบิด!!! แต่เพียงเพื่ออยากจะบอกว่าคนเสื้อแดงสร้างสถานการณ์ป่วนบ้านป่วนเมือง ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ “เมืองคนดี” ทั้งจังหวัดมันเป็นเขตอิทธิพลของ “หลวงลุงกำนันแห่งม็อบคนดี” ชัด ๆ คนอย่างนายไพศาล อัปมงคล เอ้ย! พืชมงคล ซึ่งมาทำงานให้กับรองนายกฯ ตือโป๊ยก่าย “ประวิตร วงษ์สุกร เอ้ย! สุวรรณ” ก็ถือโอกาส “ได้ทีขี่แพะไล่” โจมตี “พ่อใหญ่จิ๋ว” พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตผู้มีบุญคุณของตัวเองแท้ ๆ ที่เดินทางไปพบปะกับ ผรท.ที่จังหวัดดังกล่าวว่าไปเพื่อไปซ่องสุมกำลังคนเหล่านี้ซึ่งเป็น ผกค.เก่า เอามาล้มรัฐบาลลุงตู่ ทั้งที่ในความเป็นจริง มีทหารจาก กอ.รมน.คอยประกบตัวของพลเอกชวลิตตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ “พ่อใหญ่จิ๋ว” จะพูดอะไรที่ขัดหูทหาร และหาก “พ่อใหญ่จิ๋ว” คิดจะวางแผนล้ม “ลุงตู่” จริง ๆ ทำไมต้องลงปักษ์ใต้ไปด้วย นั่งวางแผนอยู่กรุงเทพฯ ก็พอ เมื่อสถานีโทรทัศน์ Peace TV กลับมาออกอากาศหลังถูกปิด (รอบแรก) ไปแล้ว ประธาน นปช. “จตุพร พรหมพันธุ์” จึงได้ออกมาถล่มสมมติฐานดังกล่าวของนายไพศาลอย่างหนักหน่วง รวมถึงยังได้เชิญ “พ่อใหญ่จิ๋ว” มาจัดรายการพิเศษวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองกับนักข่าวอาวุโส นำทีมโดย “พญาไม้” เผด็จ ภูรีปติภาน ผลจากการโจมตีนายไพศาล ผู้ “เชลียร์” ประธาน กปปส.และประเทศจีนอย่างออกนอกหน้านี้เองที่ทำให้ Peace TV ต้องถูกระงับการ rerun ของพลเอกชวลิตและปิดรอบสองในวันถัดมาในที่สุด นี่น่ะหรือคนที่บอกว่าอยากจะพัฒนาไทยให้เป็น “เศรษฐกิจดิจิทัล” แค่ทัศนคติจากรุ่นพี่จากเหล่าสื่อสารอย่าง “พ่อใหญ่จิ๋ว” ยังไม่อยากจะฟังเลย!!!

                อีกสิ่งหนึ่งที่ “ชี้ชัด” ถึงความ “บ่มิไก๊” ของรัฐบาลทหารก็คือการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ทั้งแนวคิดการ “ขึ้นภาษี” ในยุคที่กระทรวงการคลังมีรัฐมนตรีนามสกุลดังกล่าว ซึ่งเข้าข่ายเป็น “นโยบายการคลัง” คือมุ่งเน้นการหารายได้เข้าคลังเพียงอย่างเดียว แทนที่จะดำเนิน “นโยบายการเงิน” กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนดังเช่นที่รัฐบาลประชาธิปไตยเคยปฏิบัติ เมื่อ “บก.ลายจุด” สมบัติ บุญงามอนงค์ คิดรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาโดยตรง ด้วยราคาเดียวกับที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เคยรับจำนำมาสีเป็นข้าวสารภายใต้แบรนด์ “ข้าวลายจุด” รัฐบาลทหารก็ทำเป็นรับไม่ได้ กล่าวหาว่าแทรกแซงกลไกตลาดราคาข้าว ซึ่งจริง ๆ แล้วบก.ลายจุดไม่ได้แทรกแซงกลไกราคาข้าวหรอก แค่เพียงแทรกแซงกลไกราคาข้าวที่ถูกบรรดา “พ่อค้าข้าว” บิดเบือนเท่านั้นเอง นอกจากนี้แล้ว บก.ลายจุดก็ยังได้เพาะพันธุ์มะนาว (ต่างดุ๊ด)  จำหน่ายให้ประชาชนตามนโยบาย “ลุงตู่” ที่บอกให้ชาวบ้านปลูกมะนาวกินเองจะได้ไม่ต้องซื้อของแพง ไม่เพียงแต่คนฝ่ายประชาธิปไตยอย่าง บก.ลายจุดที่เห็นความไร้น้ำยาในการบริหารเศรษฐกิจจนต้องกระโดดลงมาช่วยเหลือชาวนา หากแต่ “กากี่นั้ง” อย่างบรรดาสมุนนกหวีด “เจ็ดแม่” ชาวสวนยาง-สวนปาล์ม ที่ดินแดนปลายด้ามขวานก็รู้สึกได้เช่นกัน แต่ก็ทำอะไรแบบที่เคยทำกับรัฐบาลเลือกตั้งไม่ได้เพราะพระ (สุ) เทพขอไว้ ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่ “มวลมหาประชานกหวีด” ถูกนายพลจอมตระบัดสัตย์หักหลัง ดังจะเห็นได้จากการ “เด้ง” คุณหมอนกหวีดทองคำ “ณรงค์ สหเมธาพัฒน์” จากปลัดกระทรวงสาธารณสุขเข้ากรุ เนื่องจากพฤติกรรม “ปีนเกลียว” เรื่องการรวบอำนาจจาก “หน่วยงานตระกูล ส.” ไปให้ 12 เขตบริการสุขภาพจนเสนาบดี “รัชตะ รัชตะนาวิน” อดีตอาจารย์แพทย์จากรั้วรามาธิบดี และอดีตเบอร์ 1 แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล “ไม่แฮปปี้”

                อีกเรื่องหนึ่งที่เห็นได้ชัด ๆ ว่าบรรดา “นกหวีดคนดี” เองก็ถูกรังแก ก็คือกรณี “ศึกเนชั่นภาค 2” หลังจากมีบุคคลกลุ่มหนึ่งเข้าซื้อหุ้นเนชั่นเกือบครึ่ง ส่งผลให้เครือข่าย “สุทธิชัย หยุ่น” แทบจะไม่มีที่ยืน จนต้องไประบายออกในรายงานประจำปี 2557 ว่า “สื่อที่ดีเท่ากับธุรกิจที่ดี เราเชื่อว่า ผลประโยชน์ระยะยาวทางธุรกิจ และสังคม เป็นผลประโยชน์เดียวกัน หากสื่อเครือเนชั่นสามารถดำรงไว้ซึ่งความเป็น “สื่อที่ดี” มีผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ยึดมั่นในหลักจริยธรรมทั้งด้านธุรกิจ และกองบรรณาธิการ ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มทุนธุรกิจ หรือกลุ่มการเมืองประโยชน์จะตกอยู่กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็น ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร พนักงานและผู้รับสื่อ ซึ่งก็คือภาคประชาชน” เพราะยังมโนอย่างมั่นใจว่าผู้ถือหุ้นรายที่เข้ามาบ่อนเซาะความเป็น “ระบอบสุทธิชัย” คือคนใน “ระบอบทักษิณ” ทั้ง ๆ ที่มีคนอย่างนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม หนึ่งในหัวขบวน “นกหวีด” ร่วมอยู่ด้วย อีกทั้งยังใช้บริการ “ทนายคิงคอง” สุวัตร อภัยภักดิ์” แห่งม็อบเสื้อเหลืองอีกต่างหาก “มิสเตอร์โป๊งเหน่ง” จึงใช้ไม้ตายห้ามผู้ถือหุ้นกลุ่มดังกล่าวเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี พร้อม ๆ กับสั่งประธานบริษัทคนใหม่ที่ขึ้นมาแทนตนให้ข้ามวาระการเลือกตั้งกรรมการไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ “คว่ำบอร์ดเก่า ตั้งบอร์ดใหม่” ผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้จึงจะใช้กระบวนการทางศาลต่อสู่กับเนชั่นในการขอเพิกถอนมติที่ประชุมที่ไม่ชอบธรรมครั้งนี้ และเมื่อมติถูกเพิกถอนแล้ว ก็จะได้ยื่นเรื่องให้เนชั่นจัดประชุมครั้งใหม่ต่อไป แต่ก็ไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะมีการ “เล่นการเมือง” อะไรกันอีกหรือไม่ เพราะเคยมีปรากฏแล้วว่าเมื่อผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ยื่นเรื่องขอจัดประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้นสองกลุ่ม แต่เนชั่นก็ “เล่นแง่” ไม่รับพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าไม่ใช่ผู้ถือหุ้นจริง ๆ ที่มายื่นเอกสาร แถมเมื่อตลาดหลักทรัพย์ขอให้เนชั่นชี้แจงสาเหตุที่ไม่ยอมให้ผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เข้าประชุม เนชั่นก็กลับแถแบบหน้าด้าน ๆ ไปว่า “เพราะผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้ได้หุ้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีพฤติกรรมกระทำการร่วมกัน (acting in concert) เพื่อเข้าครอบงำกิจการแต่ไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์” ทั้งที่การซื้อขายหุ้นของบุคคลเหล่านี้เป็นไปโดยสุจริต ผ่านทางตลาดหลักทรัพย์เช่นเดียวกับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป อีกทั้งไม่อาจพิสูจน์ได้เลยว่าในบรรดาผู้ถือหุ้นใหม่ทั้ง 50 รายมีการแอบไปตกลงเกี้ยเซี้ยกันเพื่อเข้าซื้อกิจการโดยให้ใครถือหุ้นแทนใคร (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงการรายงานการถือหุ้นต่อ ก.ล.ต.ทุก ๆ 5% และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของเนชั่นเมื่อถือหุ้นทุก ๆ 25% แต่อย่างใด

                (ในส่วนของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีทั้งสิ่งที่ฝ่ายเดียวกันและฝ่ายตรงข้ามของอำนาจเหนือการเมืองไม่พอใจ ผมจึงได้เขียนขึ้นเป็นอีกตอนหนึ่งต่อจากนี้ ขอเชิญท่านอ่าน “สยามทัศนะ ตอนพิเศษ: วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญ 2558” ต่อไปครับ)

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

12 พฤษภาคม 2558

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s