สยามทัศนะ (พฤษภาคม 2558)

สยามทัศนะ

(ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม 2558)

 

                เมื่อถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ควรรำลึกไว้ด้วยว่า มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยเกิดขึ้นในเดือนนี้หลายครั้งหลายคราวด้วยกัน ทั้งการต่อต้านพลเอกสุจินดา คราประยูร อดีตแม่ทัพบกและแกนนำคณะรัฐประหาร รสช.ที่ “เสียสัตย์เพื่อชาติ” เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีท่ามกลางข้อครหาเขียนรัฐธรรมนูญให้นายกฯ ไม่ต้องเป็น ส.ส.เพื่อจะได้สืบทอดอำนาจ จนนำมาสู่การประท้วงต่อต้านของประชาชน ที่ลงเอยด้วยการปราบปรามประชาชนเมื่อปี 2535 จากนั้นมาอีก 18 ปีคือในปี 2553 ก็มีการชุมนุมประท้วงต่อต้านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่ได้ขึ้นครองอำนาจก็เพราะ “อำนาจเหนือการเมือง” สลับขั้วย้ายข้างหลังเหตุการณ์ยุบสามพรรคร่วมรัฐบาลที่พวกเขามองว่าเป็นเครือข่าย “ระบอบทักษิณ” ซึ่งก็ลงเอยด้วยการปราบปรามประชาชน ไม่เว้นแม้แต่ในวัดวาอารามโดยทหารที่ได้มาเป็นใหญ่เป็นโตด้วยการยึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของใครที่เขามองว่าคือ “เจ้าระบอบทักษิณ” ในอีกสี่ปีต่อมาหรือปี 2557 ที่เพิ่งเวียนมาบรรจบครบรอบปีในปีนี้นี่เอง

                ซึ่งภาพที่สะท้อนสู่สายตาประชาสังคมไทยและโลก ที่มิใช่เพียงคนแค่ “กระจุก” เดียว ดังที่รองโฆษกรัฐบาล “สรรเสริญ แก้วกำเนิด” ชอบมโนว่านั่นคือคนทั้งสังคม ว่ารัฐบาลทหาร คสช.นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชามี “น้ำยา” แค่ไหนกันในการปกครองประเทศ ขนาดใช้ “ดาบอาญาสิทธิ์หมายเลข 44” แล้วนะนั่น ทั้งการส่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 “พลตรีอภิรัชต์ คงสมพงษ์” บุตรชายหัวหน้า รสช.เข้าไปเป็นประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อหวังแก้ปัญหาหวยแพงเกินราคา โดยไม่พิจารณาต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาเรื่องการตั้งกำไรต่อหน่วยสูงเกินไปเป็นทอด ๆ นับตั้งแต่ออกมาจากกองสลาก จนถึงยี่ปั๊ว “ห้าเสือ” จนถึงซาปั๊ว ต่อ ๆ กันมาจนถึงผู้ซื้อสลาก แทนที่จะให้ประชาชนสามารถซื้อสลากจากกองสลากเองได้โดยตรง เช่นเดียวกับสมัย “เจ้าระบอบทักษิณ” ที่เคยทำโครงการ “หวยบนดิน” ให้ผู้ซื้อเลือกเลขได้เองตามใจชอบ เลขใดที่เป็นที่นิยม อาทิ อายุของบุคคลสำคัญอย่าง “หลวงพ่อคูณ” ที่เพิ่งละสังขารไป หรือทะเบียนรถอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ต้องโก่งราคาให้สูง และเมื่อถูกรางวัลขึ้นมาก็ได้รางวัลเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีเจ้ามือมาคอย “ยัก” การจัดการผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ ทั้งที่ป่าสงวน ที่อุทยานแห่งชาติ ที่ สปก. ที่จงใจเล่นงานเฉพาะแต่ “โบนันซ่า” แต่ไม่สนใจจะเล่นงาน “คีรีมายา” ทั้ง ๆ ที่อยู่ในเขตเขาใหญ่ใกล้เคียงกัน แต่เพราะสถานที่แรกเคยให้คนเสื้อแดงเช่าใช้จัดเวทีคอนเสิร์ตการเมือง และสถานที่หลังเป็นของพวก “นกหวีดคนดี” ที่เอาคำว่า “โนเบิล” ที่แปลว่ามีสกุลรุนชาติไปตั้งชื่อบริษัทขายบ้าน แต่กลับทำตัว “ถ่อยสถุล” ซะได้ เช่นเดียวกับการเล่นงาน “หญิงปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในความผิดเรื่องปล่อยให้มีการโกงจำนำข้าวโดย ป.ป.ช. จนนำไปสู่การถอดถอนจากตำแหน่งทั้ง ๆ ที่ไม่มีตำแหน่งแล้ว และเป็นคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีกำหนดเปิดคดีนัดแรกตรงกับวันสั่งปราบประชาชน 19 พฤษภาคมครบครึ่งทศวรรษพอดี แต่ ป.ป.ช.ก็กลับไม่เล่นงาน “หญิงเป็ด” จารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่เบิกจ่ายเงินแผ่นดินอย่างเป็นเท็จ โดยอ้างว่าพ้นตำแหน่งไปแล้วซะงั้น ก็อย่างที่เคยกล่าวไว้ในตอนก่อน ๆ ว่า “ต่อให้คุณจะเลวระยำต่ำทรามแค่ไหน แต่ถ้าคุณบอกว่าเกลียดทักษิณและรักอำนาจเหนือการเมืองแค่นั้นแหละ คุณก็จะกลายเป็นคนดีไปได้ในบัดดล”            

                อีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนความเป็น “รัฐบาลเผด็จการทหารไทย” ได้เป็นอย่างดี ก็คือการใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งความมั่นคงของชาติ ทั้งปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในนาม “ทุ่งยางแดงโมเดล” ที่ทหารเลือกที่จะปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์ในเวลากลางคืน อันยากต่อการพิสูจน์ทราบว่าเป็นฝ่ายประชาขนทั่วไปหรือเป็นผู้ก่อการร้าย (ที่คนพวกนี้เรียกแบบเกรงใจว่า “ผู้ก่อความไม่สงบ” นั่นแหละ) จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่เกลียดชังจนไม่อยากเป็นแหล่งข่าวให้ทางการ รวมถึงยังขาดการระวังป้องกันที่เหมาะสม จนนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงเป็นรายวัน ดังเช่นที่จังหวัดยะลาที่มีเหตุการณ์ “บึ้มป่วนเมือง” ในวันที่ 14-16 พฤษภาคม สามวันติดต่อกัน และการแก้ไขปัญหา “โรฮิงญา” ชาวมุสลิมเชื้อสายบังคลาเทศที่อพยพหนีความยากจนมาตายเอาดาบหน้า ในสมัยที่อังกฤษปกครองพม่าอยู่ก็เคยไปเป็นทหารรับจ้างของฝ่ายอังกฤษ จนทำให้พม่าเอือมระอา จึงได้เข้ามาอาศัยแผ่นดินไทยในภาคใต้อยู่แบบลับ ๆ พร้อมกับข่าวการถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไทยกระทำทารุณกรรม แถมบางส่วนต้องตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ซะด้วย จนนำไปสู่ความพยายามผลักดันไปยังประเทศที่สามอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียได้สำเร็จ และความมั่นคงของใครก็ไม่รู้  ดังเช่นการใช้กำลังทหารและตำรวจสลายการชุมนุมครบรอบ 1 ปีรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ทั้งที่หอศิลป์ กทม.สี่แยกปทุมวัน และที่จังหวัดขอนแก่น จนนักศึกษาหลายรายทั้งชายและหญิงได้รับบาดเจ็บ พร้อม ๆ กับการโยนข้อกล่าวหา “รับจ้างนักการเมืองมาล้มรัฐบาล” ให้กับบรรดานักศึกษาผู้รักชาติบ้านเมืองพวกนี้อีกด้วย จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าระหว่างกองทัพกับนักศึกษา ใครสมควรถูกปรับทัศนคติก่อนกัน (และเนื่องจากการปฏิรูปกองทัพไทยเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมาก ผมจึงได้นำข้อเสนอส่วนตัวมาประมวลไว้ท้ายตอนนี้ด้วยครับ)        

                และนอกจากวันที่ 19 พฤษภาคม จะเป็นวันครบรอบห้าปีการปราบปรามประชาชนโดยอำนาจเหนือการเมือง เป็นวันประชุมบอร์ดกองสลากนัดแรกที่มี “เสธ.แดง อภิรัชต์” นั่งหัวโต๊ะ และเป็นวันแถลงเปิดคดีจำนำข้าวของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแล้ว อดีตนายกฯ ทักษิณผู้พี่ชายก็ยังได้ไปปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เกาหลีใต้อีกด้วย โดย “เจ้าระบอบทักษิณ” ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช.อย่างตรงไปตรงมาด้วย แต่อะไรก็ไม่เท่ากับการที่อดีตนายกฯ หน้าเหลี่ยมคนเหนือชื่อใต้ผู้นี้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติหลังเวทีปาฐกถาดังกล่าวถึง “ทฤษฎีสมคบคิด” ระหว่างคนในอำนาจเหนือการเมือง ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็นไม้เป็นมือให้กับ “ประธาน กปปส.” กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ในการวางแผนป่วนบ้านป่วนเมืองจนนำไปสู่การล้มการเลือกตั้ง และ “เรียกแขก” ให้ “นายพลตาเหล่จอมตอแหล” มา “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ดังใจหมายของประธาน กปปส. ที่หวังทำแผน “สะเทือนฟ้า สะท้านดิน” ผลสะท้อน (Feedback) จากการสัมภาษณ์ของ “เจ้าระบอบทักษิณ” ก็แน่นอนว่าต้องเป็นการเห่าหอนของบรรดาบริษัทบริวารของอำนาจเหนือการเมือง ทั้ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ “ขับเฟอร์รารี” ออกมา “ไล่บี้” หาผู้รับผิดชอบความเสียหายจากนโยบายจำนำข้าว  นายสุเทพหรือพระ (สุ) เทพในปัจจุบันที่ “ร้อนผ้าเหลือง” ออกมาตอบโต้ว่าไม่เคยไปพบกับอำนาจเหนือการเมืองรายใดเลย ทั้ง ๆ ที่ช่วงการชุมนุมของ กปปส.เมื่อปีกลาย มีหลักฐานปรากฏแก่สังคมชัดเจนว่าองคมนตรี “พลากร สุวรรณรัฐ” ไปนั่งปรึกษาหารือกับตนเองเรื่องการวางแผนหาคนมาเติมในม็อบที่ “แปซิฟิคคลับ” ย่านสุขุมวิทที่นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายของตนร่วมเป็นเจ้าของแท้ ๆ รวมถึงกลไกของอำนาจเหนือการเมืองที่แสดงออกผ่านทางการเรียกคืนพาสปอร์ตทั้งส่วนตัวและการทูต ทั้ง ๆ ที่คราวรัฐบาลอภิสิทธิ์เรียกคืนพาสปอร์ตนั้นอ้างเหตุผลว่าคดี “เซ็นชื่อรับรองเมียซื่อที่ดิน” ถึงที่สุดแล้ว แต่การเรียกคืนครั้งนี้กระทำทั้งที่ยังไม่เริ่มดำเนินคดีจากการสัมภาษณ์ดังกล่าวเลย การเตรียมถอดยศพันตำรวจโท และการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 112 กับเจ้าระบอบทักษิณอีกด้วย

                ซึ่งหากจะว่ากันจริง ๆ แล้ว คำสัมภาษณ์ของพันตำรวจโท ดร.ทักษิณก็ถือเป็นความจริงที่อำนาจเหนือการเมืองรับไม่ได้ เช่นเดียวกับหลาย ๆ ครั้งที่อดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้เคยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของบุคคลรายล้อมสถาบันชั้นสูง เพราะพันตำรวจโท ดร.ทักษิณเป็นผู้รักในสถาบันกษัตริย์นี้อย่างจริงใจ ไม่อยากเห็นการใช้สถาบันกษัตริย์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง กล่าวคือสถาบันกษัตริย์ต้องอยู่ “เหนือ” (พ้นไปจาก) การเมือง มิใช่่อยู่ “เหนือ” (มีอำนาจยิ่งกว่า) การเมืองดังเช่นอำนาจเหนือการเมืองที่เสพติดอำนาจอยู่มานานนับทศวรรษ แต่เพราะอำนาจเหนือการเมืองพยายามสร้างภาพว่าตนเอง (ซึ่งอาจจะหมายถึงคนเพียงไม่กี่คน) กับสถาบันกษัตริย์เป็นเนื้อเดียวกัน ใครวิพากษ์วิจารณ์ตนเองก็มีค่าเท่ากับการทำลายล้างสถาบันกษัตริย์ จนถึงขนาดที่มีข้อความ “เราคือประชาชนของพระราชา” พร้อมตัวเลข 9 ของรัชกาลปัจจุบันปรากฏในม็อบ กปปส. เช่นเดียวกับเมื่อครั้งมี พธม.ที่มีข้อความ “เราจะสู้เพื่อในหลวง” เพราะคนพวกนี้มองว่า “ระบอบทักษิณ” คือพวกยืนอยู่ตรงข้ามสถาบันกษัตริย์นั่นเอง สอดคล้องกับกรณี “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” ของพลตรีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา และสอดคล้องกับกรณีภิกษุอาวุโสบางรูปผู้มีความใกล้ชิดบุคคลระดับสูงที่จังหวัดอุดรธานี ที่ลงทุนถึงขนาดงัด “ของลับผู้หญิง” ออกมาด่าพันตำรวจโท ดร.ทักษิณว่าคิดอยากจะเป็นประธานาธิบดีอย่างไม่อายผ้าเหลือง โดยลืมแม้กระทั่งคำพูดที่เคยประกาศตนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จากกิเลส แม้ว่าท่านจะละสังขารไปกว่าสี่ปี แถมยังเร่งรีบพระราชทานเพลิงศพหลังละสังขารได้แค่เดือนกว่า ๆ ก็ตาม แต่คำว่า “ประธานาธิบดี ห…พ่อ ห… แม่มึงเหรอ” ที่ภิกษุรูปนี้กล่าวไว้ก็ถูกใช้เป็นตราประทับความพยายามในการล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตยมาจนปัจจุบัน และนี่ก็คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้สังคมไทยแตกแยกอย่างรุนแรง เพราะฝ่ายหนึ่งมองอีกฝ่ายหนึ่งว่าคิดไม่ดีต่อสถาบันสูงสุดของชาติ ดังเช่นกล่าวหาว่าเสื้อแดง “เชิดชูทักษิณยิ่งกว่าเจ้า” เพราะไม่เคยชูพระบรมฉายาลักษณ์ในการชุมนุม มีแต่รูปทักษิณ ครั้นพอเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ไปประดิษฐานบนเวที ก็กล่าวหาว่ามีถ้อยคำไม่เหมาะสมซะอีก กล่าวหาว่าเสื้อแดงอยากให้ทักษิณมาเป็นประธานาธิบดี โดยอ้างคำพูดหยาบคายของภิกษุรูปนั้น ทั้งที่เสื้อแดงส่วนใหญ่สนับสนุนให้องค์รัชทายาทขึ้นเป็นรัชกาลที่ 10 แต่ก็ยังไม่วายถูก “สาวกเหรียญทอง” โวยวายว่าเสื้อแดงส่งเสริมให้ “เอาพี่มาสู้กับน้อง” (https://www.facebook.com/thaigoldmedal/photos/a.642857829133818.1073741828.642813949138206/655339187885682/ และ https://th.facebook.com/thaigoldmedal/photos/a.642857829133818.1073741828.642813949138206/762737853812481/) โดยไม่สนใจเลยว่าคนในอำนาจเหนือการเมืองเคย “ด่าพี่เชียร์น้อง” ให้อดีตทูตมะกัน “อีริค จี.จอห์น” ฟังมาแล้ว และเป็นสาเหตุสำคัญในการชุมนุมของ “ม็อบนกหวีด” อีกด้วย หาใช่เรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษฯ สุดซอย เรื่องรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. หรือเรื่องปราสาทพระวิหารไม่!!! แต่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีของการล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตย ดูเหมือนว่า คสช.จะยังดำเนินการตามนี้ไม่ได้ พระ (สุ) เทพจึงคิดที่จะ “คืนสังเวียนการเมือง” ตามคำสั่งของอำนาจเหนือการเมืองอีกครั้ง เพราะรู้ดีว่าเวลาของอำนาจเหนือการเมืองใกล้หมดลงแล้ว!!!

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

31 พฤษภาคม 2558

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s