สยามทัศนะ (มิถุนายน 2559)

สยามทัศนะ

(ปีที่ 6 ฉบับที่ 3 มิถุนายน 2559)

 

               ใกล้ถึงวันประชามติตัดสินชะตาร่างรัฐธรรมนูญฉบับลุงมีชัยเข้ามาทุกที ๆ ท่ามกลางกระแสการโหมรณรงค์คุณงามความดีของร่าง “ข้อบังคับประเทศไทย” โดยกลไกรัฐทุกภาคส่วน ซึ่งแม้จะไม่ได้เชิญชวนให้ผู้ฟังต้องรับ แต่ก็มีนัยส่อไปทางนั้น ไม่อย่างนั้นคุณจะโฆษณาชวนเชื่อไปเพื่ออะไร ถึงขนาดนำเสนอข้อมูลกันในค่ายทหารเพราะกลัวคนเห็นต่างโต้แย้ง แม้ว่าในภายหลังจะเปลี่ยนไปใช้หอประชุมนอกเขตทหารแต่ก็ไม่กล้าให้ผู้ฟังนำโทรศัพท์มือถือเข้าไป คงกลัวได้ยินมั้งว่าชวนให้รับร่าง พอครู ค ลงพื้นที่ให้ข้อมูลชาวบ้านเข้าหน่อย ลุงมีชัยก็มาโวยวายคนที่มีถ่ายคลิปครู ค ว่าเป็นพวกอันธพาล รับเศษเงินมาทำลายประเทศ เช่นเดียวกับที่จัดรายการ “7 สิงหาประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง” ผ่านทางทีวีดิจิตอลทุกช่อง โดยมีวิทยากรมาจากทั้งแม่น้ำสองในห้าสาย (กรธ. และ สนช.)  กกต. และ กปปส. แต่ไม่เปิดโอกาสให้คนเห็นต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น อีกทั้งยังปรากฏข่าวการ “กีดกัน” คนไปนำเสนอแนวคิดไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอย่างกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โดยเอาคุกตะราง กฎหมายประชามติที่ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่ง “ไฟเขียว” และการตัดสิทธิ์ทางการเมืองมาข่มขู่ แต่กลับ “ปล่อยผ่าน” ให้ “ลุงกำนัน” แสดงจุดยืน “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อหวังให้ “นายใหญ่” ของตัวเองได้รับประโยชน์ ผิดกับการทำประชามติ Brexit เพื่ออังกฤษจะได้ขอแยกตัวออกจาก EU ซึ่งมีความขัดแย้งรุนแรงยิ่งกว่าไทยจนไปถึงขั้นลอบสังหาร ส.ส.ที่สนับสนุนให้อยู่กับ EU ต่อไป แถมสองในสี่แคว้นคือสกอตแลนด์และไอร์แลนด์เหนือก็ยังอยากให้อยู่ต่อ ถึงขนาดว่าจะขอทำประชามติขอแยกตัวจากสหราชอาณาจักรแล้วกลับไปเป็นสมาชิก EU อีกรอบ ถ้าผลการ Brexit ชนะ เมื่อผลปรากฏว่าฝ่าย Brexit ชนะ ผู้นำรัฐบาลอย่าง “เดวิด คาเมรอน” ผู้เสนอให้อยู่ต่อก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก แถม กกต.ไทยที่เคยไปดูงานประชามติสกอตแลนด์ที่เคยขอแยกตัวจากอังกฤษมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ ยังแต่งเพลงชื่อเดียวกัน (7 สิงหาประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง) รณรงค์ในเรื่องดังกล่าวซะอีก (ก่อนที่จะทนกระแสสังคมไม่ได้จนต้องเปลี่ยนเนื้อเพลง) ก็ยังแฝงความรู้สึกว่าคนบางภาค “อย่าให้ใครหลอก” เพราะเห็นว่าคนเหนือกับอีสานเป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองบางพรรคที่ “แอนตี้” รัฐบาลทหาร แต่คนอีกภาค “รักเสรีภาพ รักอิสระ รักประชาธิปไตย” เพราะพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาลทหารมีฐานเสียงหลักอยู่ที่ภาคใต้ และเหตุการณ์ประท้วงราคายางในภาคใต้นั่นแหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของการล้มรัฐบาลเลือกตั้ง ก่อนที่นักการเมืองปักษ์ใต้บางคนจะปลุกกระแสการต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยในเวลาต่อมา แม้ว่ารัฐบาลในเวลานั้นจะถอนเรื่องออกจากสภาไปแล้ว แต่ก็หยิบยกเรื่องการคอร์รัปชันและการปฏิรูปประเทศมาเล่นต่อ ถึงขนาดรัฐบาลเวลานั้นยุบสภาไปเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ ชาวด้ามขวานส่วนใหญ่ไม่ใช่เหรอที่ยกโขยงไปขวางการเลือกตั้ง แต่น่าแปลกว่าคนพวกนี้กลับยอมรับได้กับการนิรโทษกรรมตัวเองของรัฐบาลทหาร เช่นเดียวกับที่นิ่งเฉยไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ชอบมาพากลในโครงการรัฐหลายอย่าง คงเป็นเพราะเป็นพวกเดียวกัน เป็นคนที่ตัวเอง “ทอดสะพาน” ให้เข้ามา ต่อให้เลวแสนเลวแค่ไหนก็รับได้อยู่แล้ว ไม่งั้นคนอย่าง “ถาวร เสนเนียม” แห่ง “ม็อบลูกเทพ” คงไม่หลุดปากออกมาหรอกว่า “ร่างรัฐธรรมนูญนี้ต่อให้บกพร่องยังไง แต่แค่กำจัดระบอบทักษิณได้ก็พอแล้ว” ระวังให้ดีเถอะ เพราะตอนนี้คนใต้ส่วนใหญ่แม้แต่คนที่เชียร์พรรคประชาธิปัตย์และคนในพรรคประชาธิปัตย์เองก็เถอะ ยังรับหลายอย่างของรัฐบาลนี้ไม่ได้เลย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายางพารา และอาจจะเลยเถิดไปถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้ ใครจะไปรู้

                องค์กรทางการเมืองที่ยึดโยงกับฝ่ายประชาธิปไตยอย่าง นปช.ก็ได้เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติในส่วนกลางเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน และมีกำหนดเปิดในส่วนภูมิภาคอีกสองสัปดาห์ถัดไป ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลทหาร คสช. ทั้งหัวขบวน 3 ป.และลิ่วล้อขาประจำอย่างนายวันชัย สอนศิริ นายเสรี สุวรรณภานนท์ และพลเอกสมเจตน์ บุญถนอม ทั้งที่นายกฯ ลุงตู่เองก็เคยพูดว่าถ้าจะตั้งก็ตั้งได้ อย่าลืมตรวจสอบพวกตัวเองด้วยล่ะ มาวันนี้ท่านนายกฯ ก็กลับ “ตระบัดสัตย์” (อีกแล้วครับท่าน) จนได้ มาอ้างว่า “ทำไมไม่ไปตรวจสอบโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลที่แล้วบ้างล่ะ” บ้าง อ้างว่า “เป็นองค์กรที่ไม่มีกฎหมายรองรับ” บ้าง แทนที่รัฐบาลทหาร คสช.จะชื่นชมยินดีที่มีคนมาตรวจสอบความโปร่งใสของตนเองที่อวดอ้างโดยตลอดว่ามียิ่งกว่ารัฐบาลเลือกตั้งชุดไหน ๆ  และถ้า นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงจำนำข้าวขึ้นมาจริง ๆ เดี๋ยว “ไก่อู” ก็ออกมาพูดหรอกว่า “สังคมเคลือบแคลงสงสัยว่าทำไมเอาพวกเดียวกันมาตรวจสอบกันเอง” แบบที่รัฐบาลชุดนี้ทำในการตรวจสอบโครงการจัดซื้อไมค์แพงในทำเนียบฯ โครงการอุทยานราชภักดิ์ ที่ “ระยำ” ถึงขนาดแอบอ้างเบื้องสูงและเพิ่งไป “ไถเงิน” เทศบาลหัวหินมาอีก และโครงการขุดคลองขององค์การทหารผ่านศึกมาแล้ว และยังไม่คิดจะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ผลิต “ไม้ชี้ผี” GT200 ที่ผู้ผลิตเพิ่งโดนคดีแพ่งต่อจากคดีอาญา ซึ่ง “ใครบางคน” ในรัฐบาลนี้เคย “การันตี” ว่าดีหนักดีหนา พอวันนี้ก็กลับไม่รับผิดชอบคำพูดของตัวเองอีกจนได้ ถึงขนาดประดิษฐ์วาทกรรม “ค่าซื้อความรู้ที่แพงไปหน่อย” แทนคำว่า “ค่าโง่” ก็ด้วย และถ้าศูนย์ปราบโกงของ นปช.ที่จะคอยสอดส่องการลงประชามติร่วมกับ กกต.ไม่มีกฎหมายรองรับจริง เหตุใดถึงเคยมีองค์กรเอกชนอย่างองค์กรกลาง ที่มีพลเอกสายหยุด เกิดผล และรองศาสตราจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร (กกต.ชุดปัจจุบันที่มักจะขยันในเรื่องไม่ใช่หน้าที่) ทำงานร่วมกับ กกต. และมีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่มีองค์กรภาคธุรกิจเป็นแกนนำทำงานร่วมกับ ป.ป.ช.ได้ล่ะ แปลกดีนะ เอาพวกเดียวกันมาตรวจสอบตัวเองและเอาพวกตรงข้ามกับคนอื่น (ก็คือพวกตัวเอง) ไปตรวจสอบคนอื่น ดังเช่น คตส.ที่เคยเล่นงานทักษิณ และแน่นอนว่า “หัวส่ายหางก็ต้องกระดิก” เมื่อคนในกลไกรัฐไม่ยอมรับการตรวจสอบ จึงได้จัดกำลังทั้งทหารและตำรวจไปดำเนินการ “ปลดป้าย” ศูนย์ปราบโกงประชามติทั้งในส่วนกลาง ที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าวจนกลายเป็น “โรงพัก” กลาย ๆ เพราะเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึง “ออกหมายเรียก” แกนนำ นปช.ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.เรื่องห้ามชุมนุมเกินห้าคน และในส่วนภูมิภาค แต่นั่นก็หาทำให้คนไทยหัวใจสีแดงถอดใจในการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลทหารแต่อย่างใด ถึงขั้นที่ต้อง “ประจาน” ความ “ตระบัดสัตย์” ของผู้นำประเทศไทยให้เวทีโลกได้รับทราบกันเลยทีเดียว แถมอำนาจรัฐยังมี “ใบสั่ง” ไปยังอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการของ กสทช.ให้ลงดาบซ้ำกับสถานีโทรทัศน์ Peace TV ของ นปช.ทั้งที่เคยโดนสั่งปิดไปแล้วและอยู่ระหว่างการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาของศาลปกครองซะอีก และทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ท่านอยากให้ผ่านเหลือเกินมีฉายาว่าฉบับ “ปราบโกง” ถึงขนาดกำหนดหน้าที่ของชนชาวไทยในมาตรา 50 (10) ไว้ว่า “ต้องไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ” แล้วอย่างนี้ชีวิตท่านจะมีคุณค่าพอแก่การดำรงอยู่แบบคำคมของโสเครตีสไหมเนี่ย เพราะดีแต่ตรวจสอบคนอื่น ไม่ยอมให้คนอื่นมาตรวจสอบตัวเองบ้างเลย ไม่ใช่แค่พลิกลิ้นไปมาเท่านั้นนะ พอใครมาเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลทหารทำได้ “ห่วย” กว่ารัฐบาลเลือกตั้ง ก็ไปย้อนถามเขาว่า “จบอะไรมา เป็นพ่อผมหรือไง” จนเขาต้องย้อนกลับว่าจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ แถมไม่คิดจะแก้ไขปัญหาน้ำ ภายหลังจากที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ จากฝนที่กระหน่ำได้ไม่กี่ชั่วโมง ที่ “ชายหมู” ผู้ว่าราชการเมืองหลวงแสลงใจกับคำนี้ จึงเลี่ยงไปใช้คำว่า “น้ำรอการระบาย” แทน คิดแค่ว่ามีคนหนักแผ่นดิน แผ่นดินก็เลยทรุด จึงทำให้น้ำท่วม นี่คือคำพูดของคนที่ยึดอำนาจการปกครองมาเพื่อ “คืนความสุขให้คนในชาติ” !!! ก็สมควรแล้วล่ะที่ “หม่อมปลื้ม” หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล ซึ่งมีพ่อเคยเป็นรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจในรัฐบาลนี้ ต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความไร้วุฒิภาวะของนายกฯ ลุงตู่ ซึ่งก็ไม่วายถูก “ถล่ม” จากบรรดาสารพัดโฆษกของทั้งรัฐบาลและ คสช.ว่า “ไม่รู้จักเด็กจักผู้ใหญ่” ก็ผู้ใหญ่ทำตัวคาราบาว ๆ แบบนี้เด็กมันจะคารวะได้ยังไง คาราวานกันมาสับให้เละคามือแบบคาราเต้ไม่ให้มันคาราคาซัง จนไม่มีแรงจะร้องคาราโอเกะไปจะเหมาะกว่า

                ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ปราบโกง” นี้ก็ยังมีความสับสนในเนื้อหาอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้เด็กไทยเรียนฟรีที่กำหนดไว้ในร่างมาตรา 54 ว่ารัฐต้องจัดให้เด็กไทยทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานฟรี 12 ปี นับตั้งแต่อนุบาลจนถึงการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) แต่ในเพลงฉ่อยของ “สามน้า” กลับบอกว่าเป็น 14 ปีซะงั้น นำมาซึ่งข้อโต้แย้งในทางกฎหมาย เพราะเมื่อครั้งรัฐธรรมนูญ 2550 ใช้ถ้อยคำว่า “ไม่น้อยกว่า 12 ปี” แต่ในร่างนี้บอกว่า “12 ปี” นั่นคือต้องเท่ากับ 12 ปี เท่านั้น มากกว่าหรือน้อยกว่าก็ไม่ได้! เทียบเคียงกับคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีแดงที่ อม.1/2553 (คดียึดทรัพย์ทักษิณ) ที่ระบุว่าสเปกของดาวเทียมไอพีสตาร์สูงกว่าสเปกของดาวเทียมไทยคม 4 ตามสัญญาสัมปทาน จึงไม่ถือว่าเป็นดาวเทียมดวงเดียวกัน และไม่อาจใช้แทนกันได้ เหตุผลที่ผมผู้เขียนยกคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ทักษิณขึ้นมาเปรียบเทียบกับเรื่องเรียนฟรี ก็เพราะเงื่อนไขในข้อกฎหมายที่ตายตัว ไม่สามารถตีความให้น้อยกว่าหรือมากกว่านั้่นได้ทั้งสองกรณีนั่นเอง และนำมาซึ่งการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 28/2559 ขยายการเรียนฟรีเป็น 15 ปี โดยขยายต่อไปถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งสายสามัญ (ม.6) สายอาชีพ (ปวช.3) หรือเทียบเท่า (เช่นนักเรียนเตรียมทหาร) การศึกษาของชาติถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลหลาย ๆ ยุคหลาย ๆ สมัยพยายามปฏิรูปกันมาโดยตลอด จากการออกกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542 ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ในรัฐบาลชวน หลีกภัยสมัยที่สอง นำมาซึ่งการปฏิรูปทั้งเนื้่อหาสาระของหลักสูตร การปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ การจัดหาทรัพยากร การลงทุนและเทคโนโลยีทางการศึกษา แต่ก็ยังน่าเสียดายว่าผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ทั้งคนที่เคยเป็นครูมาก่อนอย่างศาสตราจารย์ ดร.ศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กลับเสนอแนวคิดแปลก ๆ ในการลดระดับการศึกษาภาคบังคับลงเหลือแค่ ป.6 ถ้าใครเกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.50 จะขึ้นชั้นมัธยมก็ต้องออกเงินค่าเล่าเรียนเองเองหรือไม่งั้นก็ไปกู้ กยศ. ให้เริ่มเรียนอาชีวศึกษาตั้งแต่ ม.1 และลดสถานภาพของครูให้เป็นเพียงพนักงานของรัฐ โดยไม่ต้องมีเงินวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ (คศ.2-5) คนเป็นครูควรจะรู้ปรัชญาการศึกษาว่าทำไมถึงต้องมีการศึกษาภาคบังคับเก้าปี ทำไมอาชีวะต้องให้เรียนตอน ม.ปลาย ทำไมต้องรบกวนภาระทางการเงินของผู้ปกครอง และทำไมต้อง “หยามหัวใจ” เพื่อนครู (ที่บางคนก็เป็นเสื้อเหลืองเป่านกหวีด) กันด้วย แถมคนเป็น “ครูสอนครู” ในปัจจุบันอย่างอาจารย์ ดร.เปรม สวนสมุทร ก็ออกมา “แขวะ” ว่าที่นิสิตใหม่ต่างคณะของมหาวิทยาลัยที่ตัวเองสังกัดโดยเอาเรื่องหน้าตามาบังหน้าซะอีก

                ข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลทหาร คสช.จะเข้ามาสลายสีเสื้อนั้นเป็นแค่ “ราคาคุย” ก็เมื่ออดีตนายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะเดินทางกลับจากไปเยี่ยมประชาชนในจังหวัดแพร่ตามโครงการ “เหตุผลที่นายกฯ ต้องมาจังหวัดฉัน” และนั่งเครื่องบินสายการบินนกแอร์กลับกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน ก็ปรากฏว่านักบินผู้ช่วยได้สนทนาในกลุ่มไลน์ของตนเองว่า “มีเหยื่อมาขึ้นเครื่อง” จึงมีคนเสนอขึ้นมาว่า “CFIT (บินโหม่งโลก) ไปเลยสิ” แม้ว่าจะมีคนออกมาแก้ตัวในภายหลังว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่ก็เป็นเรื่องล้อเล่นที่แฝงไปด้วยอคติทางการเมือง ไม่สนใจชีวิตของผู้โดยสารคนอื่น ๆ เป็นร้อยชีวิต สนใจแค่คนที่กูเกลียดเท่านั้น ทีตอนนั้นแอนตี้กฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง แต่คราวนี้กลับจะฆ่าผู้โดยสารตายเหมาลำ ถ้ามีคนบอกว่าพ่อแม่คุณตายแล้วมาเฉลยทีหลังว่าเป็นเรื่องล้อเล่นบ้างล่ะ คุณจะรับได้ไหม ทีแม่จ่านิวตอบคนสนทนาจาบจ้วงเบื้องสูง แค่ตอบไปว่า “จ้า” คำเดียวยังโดนหางเลข 112 ไปด้วยผู้โดยสารทั้งพูดเล่นแซวแอร์โฮสเตสสาวว่า “ระวังเจอระเบิดนะ” หรือส่งภาษาถิ่นกันเองว่า “ระวังลั่น” (ของตกลงมาเสียงดัง) ยังโดนกฎหมายความผิดบางประการเกี่ยวกับการเดินอากาศเล่นงานเลย คนเป็นนักบินที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของคนจำนวนมากถ้ามีจิตใจแบบนี้ก็ไม่ต้องทำหน้าที่นี้เลยจะดีกว่า ร้อนถึง CEO พาที สารสินต้องออกมาขอโทษต่ออดีตนายกฯ ท่านนี้ด้วยตัวเอง

                อีกเรื่องหนึ่งที่มีความเกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนา ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในมาตรา 67 วรรคสอง บัญญัติให้คุ้มครองนิกายเถรวาท โดยไม่สนใจนิกายอื่น ๆ อาทิ มหานิกายทั้งพระญวน และพระจีน ซึ่งกฎหมายคณะสงฆ์ไทยยอมรับนับถือเป็นส่วนหนึ่ง และในเวลานี้ที่ “เบอร์หนึ่ง” ของคณะสงฆ์ไทยยังไม่มีองค์จริง เพราะความพยายามเชื่อมโยง “สมเด็จช่วง” ผู้ได้รับเสนอชื่อให้เป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งกรณีครอบครองรถโบราณที่ถูกมองว่าเป็นรถหรู และพยายาม “เชื่อมโยง” ไปถึงกรณีพระธัมมชโย ซึ่งได้รับการบวชจากสมเด็จช่วง เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมถึงมีความพยายามเล่นงานพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายกันมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้ออ้างเรื่องการขู่ชาวบ้านให้ขายที่ดินสร้างวัด (ยังกะ นช.วัฒนา อัศวเหม ผู้ยิ่งใหญ่บ้านผู้เขียนในคดีคลองด่าน) การรับถวายที่ดินในนามตนเอง ที่เข้าข่ายยักยอกสมบัติวัดจนนำไปสู่ “พระลิขิต” สั่งสึก และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์จาก “พระราชภาวนาวิสุทธิ์” เป็น “พระเทพญาณมหามุนี” ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นพระแล้ว การอวดอุตริมนุสสธรรมถึงขนาดบอกว่าเห็นเจ้าพ่อแอปเปิล “สตีฟ จอบส์” ขึ้นสวรรค์ แต่เห็นสองพระอริยสงฆ์อย่าง “พุทธทาสภิกขุ” และ “หลวงปู่มั่น” ตกนรก การเทศนาสั่งสอนญาติโยมว่าใช้เงินทำบุญมากจะได้บุญเยอะ (บรรณาธิการหนังสือพิมพ์แจกฟรีฉบับหนึ่งเคยเขียนวิจารณ์โดยไม่ “แหกตา” ดูป้ายโฆษณาริมทางด่วนใกล้ ๆ ที่ทำงานตัวเองบ้างว่ามีวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงจากสติกเกอร์ท้ายรถ การมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “นอกพุทธ” ให้คนสักการบูชา และการสะเดาะเคราะห์ดูดวงมาติดหรา) การรับถวายเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่มีปัญหาการยักยอกเงินจนโดนข้อหาฟอกเงินและรับของโจร (แต่กลับไม่คิดจะเล่นงานหน่วยงานอื่นที่ได้รับเงินบริจาค กลัวหัวหน้าม็อบนกหวีดที่ดูแลองค์กรหนึ่งในนั้นหรือไง) ถึงขนาดที่ DSI เตรียมการบุกจับเหมือนพระธัมมชโยเป็นนักโทษร้ายแรงก็ไม่ปาน และความพยายาม “สาดสีแดง” ให้กับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย จนกลายเป็นองค์กรศาสนาที่ทรงอิทธิพล คู่ขนานไปกับระบอบทักษิณที่หวัง “เทกโอเวอร์” ประเทศไทย (ทั้งที่มีลูกศิษย์ที่เคยทำธุรกิจแข่งกับทักษิณ และมีเมียด่าเสื้อแดงอย่างเสี่ยบุญชัย เบญจรงคกุล ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการดีแทค) จึงนึกสงสัยว่าหากจะเล่นงานพระธัมมชโยจริง ๆ สังคมไทยควรจะหันมาดูกันใหม่ดีไหมว่า

1.เมื่อปี 2541 มีโครงการ “ผ้าป่าช่วยชาติ” ที่ระดมเงินตราต่างประเทศและทองคำเข้าบัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อนำไปชดเชยกับที่สูญเสียไปในสงครามโจมตีค่าเงินบาท (แต่เงินนั้นก็กองอยู่เฉย ๆ จนรัฐบาลทักษิณต้องออกกฎหมายให้สินทรัพย์ที่มีผู้บริจาคให้นำเข้าบัญชีสำรองพิเศษ) จริงไหมว่ามีการพูดจาหว่านล้อมญาติโยมจนยอม “ใจอ่อน” สละทองเข้าคลังหลวง และถ้าโครงการนั้นมีเงินทองที่ได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ จะมีคนหรือพระต้องโดนคดีแบบพระธัมมชโยไหม หลวงตาเจ้าของโครงการดังกล่าวก็เคยพูดถึงขนาดว่าตัวเองบรรลุอรหันต์แล้ว แต่ในภายหลังท่านที่มีฉายาว่า “ถึงพร้อมด้วยญาณ” และเป็น “สหายธรรม” กับพระสังฆราชในเวลานั้นด้วย ก็ยังส่งลูกศิษย์มาประท้วงรัฐบาลทักษิณ เพราะเข้าใจผิดว่าตั้งสมเด็จเกี่ยวมาเป็นสังฆราชมาอีกรูปหนึ่ง และยังถูกลูกศิษย์บางคนที่ล้มละลายทั้งทางการเงินและศีลธรรม แต่บังเอิญว่ามี “สัมพันธ์ลึกซึ้ง” กับอำนาจเหนือการเมือง “เป่าหู” ให้ท่านเข้าใจนายกฯ ทักษิณผิดอีกเช่นกัน ถึงขนาดฟิวส์ขาด “ผรุสวาท” ด้วยของลับผู้หญิงกับนายกฯ ท่านนั้น เพราะเห็นว่าคิดเห่อเหิมล้มล้างราชบัลลังก์ เพื่อหวังเป็นประธานาธิบดี แม้ว่าท่านจะละสังขารมรณภาพไปห้าปีกว่าแล้ว และมีการพระราชทานเพลิงศพหลังมรณภาพได้เพียง 34 วันก็ตาม แต่คำหยาบคายที่ท่านด่าทักษิณมันก็ยังถูกใช้เป็นตราประทับในการเล่นงาน “คนเสื้อแดง” ที่ถูกมองว่าเป็นขี้ข้าทักษิณ “แก๊ง” ลูกศิษย์ของท่านทั้งพระและโยมก็ยังเล่นการเมือง โดยพยายามสกัดขัดขวางไม่ให้สมเด็จช่วงได้เป็นสังฆราชองค์ใหม่ และเมื่อไว ๆ นี้ยังมีข่าวว่าวัดป่าชื่อท่านที่ฝรั่งเรียกกันว่า “วัดเสือโคร่ง” ก็ยังมีคดีความเรื่องป่าสงวน การครอบครองเสือโคร่ง และเครื่องรางของขลังอีก ซึ่งช่างสวนทางกับท่านที่เป็นนักวิปัสสนากรรมฐานโดยสิ้นเชิง

2.เมื่อปี 2546 มีพระภิกษุจากเชียงรายรูปหนึ่งฉายาว่า “นักปราชญ์ผู้เฉียบแหลมแบบอาวุธพระอินทร์” เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโทโจมตีวัดพระธรรมกาย โดยอ้างพระนักวิชาการรูปหนึ่งคือท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) และต่อมาพระเชียงรายรูปนี้ ที่อาจจะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนอะไรหรือไม่ ไม่ทราบได้ ก็มีผลงานเขียน งานบรรยายตามสถาบันต่าง ๆ และตามสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะ ASTV และเนชั่น หลายครั้งมีเนื้อหาสาระ “แขวะ” รัฐบาลประชาธิปไตยและทำตัวสวนทางกับสมณเพศ เช่น “ขอบคุณการคอร์รัปชัน ที่ทำให้เราอยากสร้างการเมืองใหม่” “ปีใหม่นี้ขออวยพรให้คนไทยอย่าตกเป็นเหยื่อของนักการเมือง ที่ปลุกคนในชาติเดียวกันให้มาฆ่ากันเอง” “ฆ่าเวลาบาปกว่าฆ่าคน” จนกระทั่ง “อร่อยจนลืมกลับวัด” ก็ยังเคยมาแล้ว

3.เมื่อปลายปี 2556 ต่อเนื่องปี 2557 มีพระภิกษุรูปหนึ่งที่มีคำแปลชื่อว่า “อิสระจากพระพุทธเจ้า” และมีฉายาแปลว่า “นักปราชญ์ผู้ทรงธรรม” ถึงขนาดเคยโกงพรรษาเพื่อขอเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมมาแล้ว และเคยอ้างว่า “รับงาน” ปราบอลัชชีมาจากสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อน ได้ลุกขึ้นมา “ก่อม็อบ” ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ร่วมกับ “ลุงกำนัน” ถึงขนาดเป็นพญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะ ตั้งยางรถยนต์เป็นบังเกอร์ เอากรวยตั้งขวางถนนไว้ใครขยับโดนเล่นงาน จนนำมาซึ่งฉายา “หลวงปู่หัวกรวย” แถมยังเคยยกพวกไปไถเงินโรงแรมแถวรามคำแหง 39 ซะอีก และนำมาซึ่งคดีความในเวลาต่อมาโดยไม่มีใครแม้แต่ผู้รักษากฎหมายกล้าหืออือ ถึงขนาดกร่างไปทำ “สังฆทานอุบาทว์” กับสมเด็จช่วง และขึ้นโรงพักไปแจ้งความกับพระธัมมชโย จนถึงเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีก็ยังได้

                ทั้งสามกรณีเป็นตัวอย่างของ “พระ” ทีผมผู้เขียนแสดงจุดยืนมาตลอดว่าท่านได้ส่งเสริมให้คนละเมิดศีลธรรม ตรงข้ามกับหน้าที่ของ “สมณะ” ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ผิดกับพระที่ทำโครงการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา  จัดสวดมนต์นั่งสมาธิทุกวันอาทิตย์ ให้พระมารับบิณฑบาตจากประชาชน จัดบวชพระบวชเณรบวชศีลจาริณีสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ให้นิสิตนักศึกษามาเข้าค่ายปฏิบัติธรรม ช่วยเหลือคนที่ได้รับทุกขเวทนาทั้งตอนน้ำท่วม 2554 และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าพระอย่างนี้ถูก “เปลว สีเงิน” แห่งไทยโพสต์ด่าว่าเป็น “สมีโย” แล้ว พระสามรูปที่ผมยกขึ้นมาก็ควรจะเรียกได้ว่า “สมีโน” “สมีธี” และ “สมีโม” ตามลำดับได้เหมือนกัน!!! ในยุคที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้นสังกัด DSI “เพี้ยน” ถึงขนาดคิดแบบ “องุ่นเปรี้ยว มะนาวหวาน” ว่าในเมื่อปราบยาบ้าไม่สำเร็จ ก็ทำให้ยาบ้าถูกกฎหมายไปเลย หรือคนเป็น “หมอทหาร” อย่างพลตรีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ซึ่งเป็นลูกศิษย์ “หลวงปู่หัวกรวย” ก็ยังออกมาด่า 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งครบเจ็ดรอบในปีนี้ว่าเป็นวัน “ขยะแผ่นดิน” เพราะไม่พอใจที่อำนาจเหนือการเมืองถูกลดทอนความสำคัญ ก็สมควรแล้วล่ะที่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายจะอาราธนาให้หลวงพ่อเข้ามอบตัวสู้คดีเมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยซะก่อน เพราะขนาดของชั่วรัฐบาลนี้ยังอยากทำให้ถูกกฎหมาย คนชั่วรัฐบาลนี้ยังเกรงใจได้!!!

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

4 กรกฎาคม 2559

 

(ขอฝากบทกลอนให้ใครที่คิดว่า 24 มิถุนายน 2475 เป็นวันขยะแผ่นดินด้วยครับ)

 

เหรียญ ปลอมยอมรับนับขี้ข้า

ทอง แดงแสร้งว่าเป็นทองแท้

แน่น หนักหมักสวะขยะแด

หนา หน้าด้านแท้แหมคนดี

 

กิตติภัฎ อมะลัษเฐียร

24 มิถุนายน 2559

เกี่ยวกับ armypds50

1.Private Life - Born in June,30 1989 at Police General Hospital Patumwan District of Bangkok -The only children of Thanabat Nuchkamseang (Member of the Council of Koh Wai Municipaility, Nakorn Nayok Province in 1999-2007,2012-Present) and Duenchine Amalashthira 2.Religion Buddhist 3.Education - 1993 Pre-Kindergarten at Anubal Nakorn Nayok School, Nakorn Nayok Province - 1994-2002 Kindergarten and Primary Education at Anubal Watpichaisongkram School, Samut Prakarn Province (Student ID: 5337) - 2002-2005 Junior Secondary Education at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2005-2008 Senior Secondary Education in Science-Mathematics Program at Patumwan Demonstration School, Srinakharinwirot University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 12113) - 2008-2012 Graduated Bachelor of Engineering (Electrical Engineering) at Kasetsart University, Chatuchak District of Bangkok (Student ID: 51055325) - 2012-2013,2013-2016 Graduate Student and Graduated Master of Engineering (Electrical Engineering) at Chulalongkorn University, Patumwan District of Bangkok (Student ID: 5570128021,5670520421) 4.Proudly Performance (External school) - 2001 Received 3rd award from Astronomy Quiz Challenge (Provincial) by Samutprakarn Provincial Educational Office - 2002 Participated in Thai Encyclopedia Quiz Challenge (Regional) by Ministry of Education - 2004 Received 3rd award from Energy Saving and Using Mass Transportation Promotion Motto by Office of Transport and Traffic Policy and Planning, Ministry of Transport - 2005 Received 3rd award from Political Game Quiz by The King Communicaton Company Limited - 2005 Received 1st award from Library Using and Information Searching by Assumption University - 2006 Participated in Academic Quiz by National Institute of Development Administration - 2006 Participated in "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) The Champion 2006 by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2006 Participated in Economist Quiz by Faculty of Economics, Chulalongkorn University - 2010 Produced nickname "Hoi Nerawin" for Bhumjaithai Party by Political Science Association of Kasetsart University 5.Work experience - 2007 Subcontractor for Land Certificate copying for making land database of Ladluang Municipality by OGIS Company Limited - 2011 Internship Student in Production and Broadcasting Technical Department of Bangkok Broadcasting and Television Company Limited (Television Channel 7) - 2012-2015 Tutor for Grade 3-5 students in 5 main substances of learning - 2013-2014 Preparing master copy of "Electrical Engineering Mathematics" textbook in 4th edition printing for Prof.Mongkol Dejnakarintra, Ph.D. 6.Training - 2006 "Ngoen Tong Khong Mee Kha" (The Valued Money) by Thailand Securities Institute, The Stock Exchange of Thailand - 2012 "Huawei Telecom Seeds Project" by Huawei SE Asia Region - 2016 Modern Public Management (mini MPM) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand - 2016 Modern Business Administratioin (mini MBA) (Self-studied) by Office of the Public Sector Development Commission, Office of the Prime Minister of Thailand 7.Private Interest - Reading in interested Topics e.g. Political (Contemporary Political History), Economic (Financial), Social (Education and Sexual Social Problem) and Science and Technology - Listening contemporary songs that have appreciated meaning - Consume freedom mass media e.g. Asia Update TV (TV24),P&P Channel (1TV),UDD Channel (Peace TV),4 Channel (ND Channel,NBTV), Daily World Today Newspaper
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวสารและการเมือง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s